
ปปง.สั่งยึดลัมโบกินี'บอย ปกรณ์'
09 ม.ค. 2558
'ปปง.' สั่งอายัดทรัพย์ 100 ล้าน แก๊งยักยอกลาดกระบัง รวมถึงรถหรูลัมโบกินี 'บอย ปกรณ์' ด้วย ส่วน 'พิงกี้' ยังไม่พบความเชื่อมโยงได้รับผลประโยชน์
9 ม.ค. 58 พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงผลยึดและอายัดทรัพย์สินของแก๊งลักทรัพย์ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยเป็นการยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมจากที่ตำรวจยึดไว้ ในครั้งนี้ซึ่งเป็นรอบแรก ปปง.ยึดรวม 178 รายการ มูลค่าทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท เป็นบัญชีเงินฝากธนาคาร 130 รายการ สลากออมสิน 7 รายการ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 30 รายการ ห้องชุด 2 รายการ รถยนต์หรู 6 รายการ และรถจักรยานยนต์ 3 รายการ ทั้งนี้ คำสั่ง ปปง.ให้ยึดทรัพย์ไว้ชั่วคราวรวมทรัพย์สิน 6 คำสั่ง 178 รายการนี้ มีเจ้าของรวม 24 ราย เป็นนิติบุคคล 3 ราย บุคคล 21 ราย ในจำนวนทรัพย์สินที่ยึดอายัดมีรถลัมโบกินีของนายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือบอย ดาราชื่อดัง รวมอยู่ด้วย ซึ่ง ปปง. จะมีหนังสือถึงนายปกรณ์ ให้เร่งนำรถมาส่งมอบ ปปง.โดยเร็ว หากไม่นำส่ง ปปง.ก็จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ตามไปยึดรถ หลังจากนี้ ปปง.จะเรียกเจ้าของทรัพย์ มาชี้แจงภายใน 90 วัน หากชี้แจงฟังได้ถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินได้ ปปง.จะเสนอคณะกรรมการธุรกรรมเพิกถอน แต่ถ้าชี้แจงไม่ได้ ก็ส่งศาลให้ยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินต่อไป
เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า ทรัพย์สินที่ยึดครั้งนี้ เป็นเพียงบางส่วนที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้มีการยักย้าย เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่มีการซุกซ่อน หรือโอนไปอยู่ในการครอบครองของบุคคลอื่นอีกจำนวนมาก ซึ่ง ปปง.อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบขยายผลยึดเพิ่มเติม โดยทรัพย์สินที่ยึดและอายัดครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบพบความผิดปกติของการทำธุรกรรมจากรายงานของธนาคาร เช่น รถยนต์ของนายปกรณ์ ที่เคยเข้าให้การแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจ ซึ่งการสอบสวนนายปกรณ์ จะถือว่ามีความผิดอาญาหรือไม่ เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน แต่ ปปง.ตรวจสอบเฉพาะเรื่องการได้รับทรัพย์สิน ซึ่งพบความผิดปกติ เนื่องจากรถคันดังกล่าว นายปกรณ์ซื้อต่อจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ที่นำเงินที่ได้รับตรงจาก สจล.มาซื้อรถคันดังกล่าวในราคา 19.5 ล้านบาท รถดังกล่าวจึงถือเป็นทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิด ทำให้ ปปง.ต้องยึดอายัดไว้ ที่สำคัญ คือ ประเด็นที่มีการนำรถมาขายต่อให้นายปกรณ์ เพียง 13.5 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาที่ซื้อจริงมาก ซึ่งปกติคงไม่มีใครนำรถมาขายในราคานี้ โดย ปปง.จะต้องเรียกบริษัทที่เป็นโชว์รูมรถดังกล่าวมาชี้แจงด้วย ว่ามีการรายงานธุรกรรมเงินสดจากการซื้อขายรถมายัง ปปง.ตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่รายงานต้องมีโทษปรับ
ส่วนกรณี น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิงกี้ ดาราสาวที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัทของนายกิตติศักดิ์ จะถือว่ามีความผิดหรือไม่ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า กรณีที่มีการลงนามรับรองเป็นหุ้นส่วน ปปง.ถือว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ แต่หากเกี่ยวข้องสัมพันธ์โดยที่ยังไม่มีการได้รับผลประโยชน์ หรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด ปปง. จะยังไม่ยึดและอายัดทรัพย์ แต่หากพบว่ามีส่วนได้รับผลประโยชน์ ปปง.ก็จำเป็นต้องยึดอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบด้วย
"รูปแบบธุรกรรมที่ยึดอายัดทรัพย์ไว้ลอตแรกเป็นการทำธุรกรรมที่มีรูปแบบไม่สลับซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นการรับตรงจาก สจล. แต่ ปปง.ยังตรวจสอบบุคคลอีกจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับเงินก้อนใหญ่ที่หายไป โดยการยึดอายัดของ ปปง. เป็นการยึดอายัดทรัพย์คนละก้อนกับตำรวจ"



