
ชาร์ลี เอบโดปูมหลังอารมณ์ขันและอื้อฉาว
10 ม.ค. 2558
ชาร์ลี เอบโด ปูมหลังอารมณ์ขันและอื้อฉาว
ผ่านปีใหม่ไม่ถึง 10 วันโลกต้องเผชิญเหตุการณ์ช็อกโลกอีกครั้ง เมื่อคนร้าย 3 คนพร้อมอาวุธสงครามบุกยิงถล่มสำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวเสียดสีรายสัปดาห์ "ชาร์ลี เอบโด" กลางมหานครปารีส เมืองหลวงฝรั่งเศส เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา สังหารนักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองแถวหน้าของประเทศไปถึง 4 คนจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 คน รวมถึงบรรณาธิการ สเตฟาน ชาบงนีเยร์
ชื่อของสื่อจอมเสียดสีของฝรั่งเศสรายนี้ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากการพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อศาสดามูฮัมหมัดของศาสนาอิสลาม และเป็นชนวนเหตุประท้วงวุ่นวายอยู่หลายครั้ง แต่สำหรับในฝรั่งเศส ภาพการ์ตูนล้อเหล่านี้และการยืนหยัดไม่ยอมจำนนต่อคำขู่ของชาร์ลี เอบโด คือเสาหลักของเสรีภาพสื่อ เสรีภาพในการแสดงความเห็น และประชาธิปไตย ทำให้หลังเกิดเหตุบรรดาสื่อตะวันตกและผู้นำตะวันตก พากันประณามว่า นี่คือสงครามเสรีภาพสื่อหรือเสรีภาพในการแสดงความเห็น
ชาร์ลี เอบโด ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 2513 (แต่ขาดช่วงไประหว่างปี 2524-2535) โด่งดังจากภาพการ์ตูนและการ์ตูนล้อเลียนบุคคลเชิงยั่วยุ ด้วยคติที่ว่า ล้อเลียนทุกคนได้อย่างเสมอภาค โดยปราศจากความกลัวและไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และถือเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมประเพณียาวนานของการเสียดสีทางการเมืองในประเทศต้นกำเนิดปฏิวัติเพื่อเสรีภาพแห่งนี้
เป็นที่รู้จักกันว่ามักพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อศาสนาและกล่มสุดโต่งทางศาสนาทั้งหลาย ความไม่เหมือนใครของชาร์ลี เอบโด ก็คือ การไม่ละเว้นศาสนาอิสลาม ลัทธิสุดโต่งและศาสดามูฮัมหมัด
ทีนู นักเขียนการ์ตูนที่เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่อีกคน เคยกล่าวว่า "การ์ตูนที่ดีที่สุด ไม่เพียงทำให้คนอ่านหัวเราะ และคิด พวกมันจุดความรู้สึกละอายที่ยังสามารถหัวเราะได้ในสถานการณ์เคร่งเครียด" และนี่ก็คือเป้าหมายของชาร์ลี เอบโด
ชื่อของหนังสือพิมพ์แปลง่ายๆ ก็คือ ชาร์ลี รายสัปดาห์ ...ที่มาของชื่อนี้ บ้างว่าผู้จัดพิมพ์เดิมถูกบีบให้วางมือจากธุรกิจ ฐานไปเสียดสีการเสียชีวิตของประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล จึงนำบางส่วนของชื่อมาใช้ บ้างก็ว่ามาจากชื่อของการ์ตูน ชาร์ลี บราวน์
ชาร์ลี เอบโด ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ยอดนิยมมากนัก ยอดจำหน่ายรายสัปดาห์ตกประมาณ 5 หมื่นฉบับ (เทียบกับหนังสือพิมพ์เสียดสีคู่แข่งอีกรายอย่าง Le Canard Enchaîné ที่มียอดพิมพ์ราว 5 แสน) จึงต้องดิ้นรนทางการเงินเป็นระยะ
เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้ขอรับการบริจาคเพื่อให้หนังสือพิมพ์อยู่ได้
**ชาร์ลี เอบโด เสียดสีอะไรบ้าง
ทุกคนและทุกเรื่อง นักการเมืองชื่อดัง ศาสนาและวัฒนธรรมป๊อป แต่การเสียดสีพวกสุดโต่งที่อ้างศาสนากลายเป็นตราประทับของหนังสือพิมพ์
ครั้งแรกที่ชาร์ลี เอบโด เริ่มจุดกระแสโกรธแค้นออกไปนอกบ้าน คือปี 2549 เมื่อนำรูปการ์ตูนของศาสดามูฮัมหมัดจากหนังสือพิมพ์ ยิลลันดส์ โพสเทน ของเดนมาร์ก มาพิมพ์ซ้ำ การ์ตูนศาสดาอิสลามของเดนมาร์ก เป็นชนวนจลาจลและประท้วงรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 250 คนทั่วโลก(ทำให้หลังเกิดเรื่องในปารีส หนังสือพิมพ์เดนมาร์กต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัย)
ผู้นำศาสนาสายแข็งเรียกร้องให้คนมุสลิมออกมาประท้วงจนถึงก่อความรุนแรงทั่วโลก ขณะที่ประธานาธิบดีฌาค ชีรัค ผู้นำฝรั่งเศสเวลานั้นตำหนิว่า เป็นการยั่วยุที่เกินเลย แต่ฟิลิป วาล บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาชาร์ลี เอบโดขณะนั้น โต้กลับว่า รู้สึกช็อกที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวหาว่าสื่อกระพือเชื้อไฟ "นี่ไม่ใช่การยั่วยุ การยั่วยุเริ่มมาก่อนนานแล้ว เปลวไฟที่ปะทุเมื่อ 11 กันยายนในนิวยอร์ก และการโจมตีในกรุงลอนดอนและมาดริด เมื่อตอนที่มีการโจมตีมาดริด ลอนดอน เราเคยเห็นการประท้วงบนถนนอาหรับเพราะมือลอบสังหารก่ออาชญากรรมน่าสะพรึงกลัวในนามของศาสดามูฮัมหมัดหรือไม่ เราไม่อาจยอมให้กลุ่มศาสนามากะเกณฑ์กฎแห่งเสรีภาพในการแสดงความเห็นได้"
แต่หนังสือพิมพ์ก็ล้อเลียนสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขคริสตจักรคาทอลิกด้วย อย่างภาพโป๊ปเบเนดิกท์ที่ 16 ถือถุงยางอนามัย ก็เคยมีมาแล้ว หรือล้อผู้นำพรรคขวาจัดในฝรั่งเศส และเมื่อไม่นานมานี้ก็ล้อ ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลลองด์ แต่ความเป็นที่รู้จักของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มาจากการมุ่งล้อศาสนาอิสลาม
แม้ชาวมุสลิมถือว่า การให้ภาพของศาสนามูฮัมหมัด เป็นการดูหมิ่นศาสนาอย่างร้ายแรง แต่ชาร์ลี เอบโด ท้าทายศรัทธานี้ ด้วยการทำให้ศาสดาศาสนาอิสลามเป็นภาพการ์ตูนล้อบุคคลอยู่บ่อยครั้ง ไม่เว้นกระทั่งภาพเปลือย กับอีกปกที่จุดประเด็นกว่าครั้งใดๆ คือภาพศาสดานั่งวีลแชร์ที่เข็นโดยชาวยิวออร์โธดอกซ์ ในปี 2554
ตอนนั้น รัฐบาลฝรั่งเศสวิงวอนขอให้บรรณาธิการอย่าตีพิมพ์ และเมื่ออีกฝ่ายเดินหน้า รัฐบาลต้องสั่งปิดทำการสถานทูต ศูนย์วัฒนธรรม และโรงเรียนใน 20 ประเทศมุสลิม เพราะหวั่นว่าจะมีการแก้แค้น นอกจากนี้ ยังต้องสั่งตำรวจปราบจลาจลไปอารักขาหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์
นายโลรองต์ ฟาบีอุส รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสขณะนั้น วิจารณ์การกระทำของชาร์ลี เอบโด อย่างเปิดเผย ด้วยการตั้งคำถามว่า "ใช้เหตุผลและคิดดีแล้วหรือที่จะราดน้ำมันบนกองเพลิง?” แต่ชาร์ลี เอบโดและเหล่าศิลปินเขียนการ์ตูน ถือว่า การเสียดสีของพวกเขา คือการท้าทายข้อห้ามระมัดระวังการเซ็นเซอร์ตัวเอง และเสรีภาพในการแสดงความเห็นอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
Gérard Biard บรรณาธิการ ปัดเสียงวิจารณ์ตอนนั้น "เราเป็นหนังสือพิมพ์ที่เคารพกฎหมายฝรั่งเศส หากมีกฎหมายที่ไม่แตกต่างไปจากในคาบุลหรือริยาด เราก็จะไม่หาเรื่องใส่ตัว"
โลรองต์ เลเกอร์ ทีมงานชาร์ลี เอบโด ที่เคยรอดตายจากการถูกทำร้ายพูดเมื่อปี 2555 ว่า เป้าหมายของพวกเขาคือ การหัวเราะ เราต้องการหัวเราะเยาะพวกสุดโต่ง ...สุดโต่งทุกคน อาจเป็นมุสลิม ชาวยิว คาทอลิก ใครนับถือศาสนาใดย่อมได้ แต่วิธีคิดและการกระทำของพวกสุดโต่ง ไม่อาจยอมรับได้
ชาร์ลี เอบโด เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีการเสียดสีอย่างเคร่งเครียดในฝรั่งเศส และส่วนมากมีความเป็นการ์ตูนน้อยกว่าและหนักกว่าการเสียดสีการเมืองในสหรัฐ มีตัวอย่างที่สะท้อนถึงพลังของการเสียดสีทางการเมือง Le Canard Enchaîné หนังสือพิมพ์เสียดสีรายสัปดาห์อีกรายที่ไม่เพียงแต่ล้อรัฐบาล แต่ยังเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวมากมายจนทำให้รัฐมนตรีหลายคนต้องลาออก
**อื้อฉาวที่สุดคือแตะศาสนา
การเสียดสีศาสนาของ ชาร์ลี เอบโด เป็นเรื่องปกติ ในประเทศโลกวิสัยไม่มีศาสนาเข้ามายุ่งเกี่ยวในพื้นที่สาธารณะ แต่ในยามนี้ฝรั่งเศสอยู่ท่ามกลางการถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทศาสนาอิสลาม การเหยียดเชื้อชาติและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม
ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในยุโรป ราว 10% ของประชากรทั้งหมด จำนวนมากเป็นรุ่นลูกหลานของผู้อพยพมาจากอดีตอาณานิคมฝรั่งเศสในแอฟริกาเหนือ แต่ฝรั่งเศสประสบปัญหาที่ในแง่ที่ว่า ประชากรมุสลิมไม่ปรับตัวเข้ากับสังคม หรืออีกบางมุม คือคนที่ไม่ใช่มุสลิม มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับประชากรส่วนน้อย ผู้อพยพชาวมุสลิมรุ่นสองและสามจึงยังเผชิญการถูกเลือกปฏิบัติในโรงเรียน ที่อยู่อาศัย และอื่นๆ
ในปี 2548 รัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกคำสั่งห้ามคลุมศีรษะและแสดงสัญลักษณ์อื่นๆ ทางศาสนาในโรงเรียนของรัฐ
และในปีที่แล้ว ฝรั่งเศสถือว่าการคลุมหน้าในที่สาธารณะเป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วย คำสั่งห้ามในทางทฤษฎีครอบคลุมทุกคน แต่ในทางปฏิบัติมุ่งเป้าสตรีมุสลิมที่สวมบุร์กา และนิกอบ ดังนั้น การแสดงตนว่าเป็นมุสลิมเคร่งนั้น ถือว่าไม่เป็นที่ต้อนรับ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า บริบทแวดล้อมและการเสียดสีของชาร์ลี เอบโด เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติอัตลักษณ์ที่ซับซ้อนและตึงเครียดในฝรั่งเศส
การเข้าใจวัฒนธรรมเสียดสีที่หยั่งยากลึกเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับต้องเข้าใจผลพัวพันที่ตามมา ด้วยเหตุผลว่าฝรั่งเศสอาจถูกมองว่าไม่อดกลั้นต่อมุสลิม
แต่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ก็พูดชัดเจนว่า เราเป็นหนังสือพิมพ์ต่อต้านศาสนา ทันทีที่ศาสนาเข้ามาในขอบเขตสาธารณะและการเมือง
**ใครบ้างที่ชิงชังเอบโด
ชาวมุสลิมจำนวนมาก ไม่เพียงแค่พวกสุดโต่ง เพราะมองว่าสื่อรายนี้ ดูหมิ่นศาสนา เฉพาะวาดศาสดามูฮัมหมัดออกมาเป็นภาพก็ดูหมิ่น ที่สุดแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงวิธีการเสียดสีที่บางครั้งออกจะหยาบโลน จึงตกเป็นเป้าโจมตีหลายครั้ง อย่างไรก็ดี แม้ชาวมุสลิมมองว่าชาร์ลี เอบโด ดูหมิ่นศาสนา แต่ส่วนมากปฏิเสธความรุนแรง ไม่เช่นนั้น คงไม่เพิ่งเกิดเรื่องในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ดี มูลเหตุจูงใจที่แท้จริงของคนร้ายยังต้องรอการสอบสวน ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพราะการ์ตูน หรือการรุกล้ำศรัทธาของชาร์ลี เอบโด อาจจะเป็นเพราะสภาพจิตใจไม่ปกติและอุดมการณ์ส่วนตัวของฆาตกร แต่ถึงจะเป็นฝีมือผู้นิยมความรุนแรง แต่กลุ่มเหล่านี้ไม่เป็นที่ต้อนรับของชาวมุสลิมส่วนใหญ่ ซึ่งสุดท้าย อาจจะกลายเป็นเหยื่อที่แท้จริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



