ข่าว

'ยธ.'ตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดคดี112

'ยธ.'ตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดคดี112

09 ม.ค. 2558

'ยุติธรรม' ตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดคดี 112 'ไพบูลย์' เผยถกข้อมูลเชิงลึกกับรัฐมนตรีต่างประเทศ เล็งให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 10 ปท.ที่ผู้ต้องหาหลบหนีเข้าไปพำนัก

 
                          9 ม.ค. 58  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมวางมาตรการติดตามผู้ต้องหากระทำความผิดคดี 112 แล้วหลบหนีไปเคลื่อนไหวในต่างประเทศ โดยมีสำนักงานศาลยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เข้าร่วมการประชุม
 
                          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้เป็นการพูดคุยกับส่วนราชการทั้งหมดที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่งคงแห่งราชอาณาจักร เพื่อรับทราบว่า ที่ผ่านมามีคณะทำงานอยู่ในชุดไหนบ้าง และให้แต่ละหน่วยงานชี้แจงผลการดำเนินการ และปัญหาขัดข้อง ทำให้พบว่า คณะทำงานที่ตั้งขึ้นเดิมไม่ครอบคลุมการทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการครอบคลุมงาน 4 ด้าน ดังนี้ 1. การบังคับใช้กฎหมาย 2. การต่างประเทศ 3. การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย และ 4. ทำความเข้าใจกับคนในประเทศและต่างประเทศ
 
                          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2552 และ 2554 การทำงานเน้นที่ขั้นตอนก่อนเข้าสู่กระบวนทางกฎหมาย และวิธีการลงโทษ ทำให้ไม่ครอบคลุมงานทั้ง 4 ด้าน โดยจะทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้มีการยกเลิกคำสั่งในปี 2552 และปี 2554 เพื่อเสนอให้ออกคำสั่งใหม่ และตั้งคณะอนุกรรมการดูแลทั้ง 4 ด้านให้ครบถ้วน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ต้องทำหน้าที่ชี้แจงกับต่างประเทศ รวม 10 ประเทศ ที่ได้รับรายงานว่ามีผู้ต้องหาคดี 112 เข้าไปพักอาศัย กระทรวงต่างประเทศจำเป็นต้องได้รับการประสานข้อมูลจากฝ่ายปราบปรามเพื่อนำไปชี้แจงถึงข้อกล่าวอ้างที่ผู้ต้องหาหลบหนี ระบุว่า เป็นคดีการเมือง แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นความผิดในคดีความมั่นคง และคดีอาญาอย่างไร นอกจากนี้ ตนยังพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ถึงข้อมูลเชิงลึกที่ยังไม่เคยนำเสนอกับต่างประเทศ หลังจากที่มีการตั้งชุดทำงานใหม่เพื่อให้ครอบคลุมงานตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะมีความคืบหน้า โดยคาดว่าอีก 2 วัน คณะทำงานจะมีความชัดเจนขึ้น
 
                          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ทางด้านผู้แทนศาลยุติธรรมได้ให้ข้อมูลถึงปัญหาอุปสรรค จากการประสานข้อหมายจับ และการระงับข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ที่ผ่านมา ประสานมาเป็นหนังสือนานกว่า 3 วัน ทำให้งานป้องกันและปราบปรามติดตามไม่ทันความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย โดยให้ร่างคำสั่งใหม่ เพื่อให้มีช่องทางประสานกันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ