ข่าว

 แรกตั้งเมืองอุบลราชธานี

แรกตั้งเมืองอุบลราชธานี

10 ก.ค. 2552

วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพุทธศาสนาในเดือน 8 คงไม่มีใครไม่นึกถึงการถวายเทียนพรรษา และประเพณีแห่เทียนที่ถือว่ามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันไม่น้อยคือที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งนอกจากเรื่องของบั้งไฟแล้ว ขบวนแห่เทียนที่ประดิษฐ์อย่างวิจิตร แม้เป็นประเพณีใหม่แต่ก็ทำให้

  ชื่อ “อุบลราชธานี” มีขึ้นครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 1 ในจดหมายเหตุทรงตั้งเจ้าประเทศราชกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ.2335 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกบ้าน ห้วยแจระแม ขึ้นเป็น เมืองอุบลราชธานี ตามนามพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (คำผง) ที่มาช่วยปราบกบฏอ้ายเชียงแก้ว เมื่อปี 2334 และให้ครองเมืองอุบลฯ สืบต่อมา

 ต่อเมื่อพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เห็นว่าบ้านห้วยแจระแมไม่เหมาะที่จะตั้งเป็นเมืองใหญ่ต่อไป จึงเลือกเอาตำบลร้างริมน้ำมูลฝั่งซ้ายห้วยแจระแม ที่เรียกว่า ดงอู่ผึ้ง เป็นที่ตั้งเมืองอุบลราชธานีในปัจจุบัน

 ความหมายของ “อุบลราชธานี” แบ่งเป็น 2 คำ คือ “อุบล” แปลว่า ดอกบัว มีความหมายเดียวกับ “ประทุม” อันเป็นที่มาจากชื่อผู้ปกครองเมือง และคำว่า “ราชธานี” มาจาก “ราชะ” ที่หมายถึง กษัตริย์ บวกกับ “ธานี” ที่แปลว่า เมือง “ราชธานี” จึงหมายถึง เมืองของกษัตริย์

 มีข้อสันนิษฐานว่าเหตุใดชื่อ อุบล จึงมีคำว่า ธานี ต่อท้ายว่า เนื่องจากสถานภาพของเจ้าเมืองอุบลมีฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้านายที่มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์เวียงจันทน์ จำปาศักดิ์ และไตลื้อเมืองเชียงรุ้ง รวมถึงความหมายของ ราชธานี ที่แปลว่า เมืองแห่งกษัตริย์ด้วยนั่นเอง และอีกสาเหตุ เพราะความสำคัญของเมืองอุบลในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคอีสานตะวันออก ซึ่งมีราชสำนักกรุงเทพฯ คอยสนับสนุน

 ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อุบลราชธานี มีบทบาทอย่างมากในภูมิภาคนี้ ทั้งด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และการทหาร

 ความน่าสนใจของอุบลฯ ไม่ได้อยู่ที่ประเพณีแห่เทียนพรรษา แต่ที่นี่คือ “อู่อารยธรรมอีสาน” แหล่งรวบรวมวัฒนธรรมโบราณยุคเก่าก่อน ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ในสังคมล่าสัตว์ สังคมเกษตรกรรม และสังคมเมืองแรกเริ่ม มาถึงยุคสร้างบ้านแปงเมือง ที่ปรากฏชื่อ “อุบลราชธานี” ดังที่เรารู้จักทุกวันนี้

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"