
ปมกดดัน5ค่าย...คิดค่าโทรวินาที
ปมกดดัน5ค่าย...คิดค่าโทรวินาที : โต๊ะรายงานพิเศษ
ผู้ใช้มือถือ 94 ล้านคนทั่วประเทศไทยดีใจไชโยกันถ้วนหน้า...หลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติแทบจะเป็นเอกฉันท์ ว่า จากนี้ไปการให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย จะคิดราคาค่าโทรศัพท์แบบปัดเศษวินาที เป็นนาทีเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคมากถึงปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท...
คำถามคือ 5 เครือข่ายมือถือยักษ์ใหญ่จะน้อมรับมตินี้ แล้วนำไปปฏิบัติตามหรือไม่ ?
ทั้งนี้ วาระเร่งด่วนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ของ สปช. นั้นเป็นการลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะ "ขอให้ กสทช.สั่งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมคิดค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงตามจริงเป็นวินาที" ปรากฏว่าที่ประชุม สปช.เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2558 มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 221 ราย จากทั้งหมด 250 ราย มีผู้ลงมติเห็นด้วย 211 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง งดออกเสียง 7 ราย เมื่อ สปช.เกือบทุกคนเห็นพ้องต้องกันดังนี้ ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้เรียกประชุมตัวแทนมือถือ 5 เครือข่ายทันทีในวันรุ่งขึ้น หรือเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา
"ฐากร ตัณฑสิทธิ์" เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังปิดห้องคุยกับตัวแทนผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค ทรู ทีโอที และ กสท. ว่า
"สืบเนื่องจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ เห็นชอบให้มีการคิดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีและมีมติส่งให้ กสทช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปนั้น สำนักงาน กสทช. ได้ประชุมหารือถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการคิดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามการใช้งานจริงเป็นวินาที ได้ข้อสรุปร่วมกันดังนี้
1.ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีโปรโมชั่นใหม่ใหม่ คิดค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาที โดยจะออกโปรโมชั่นใหม่ไม่เกิน 1 มีนาคม 2558
2.สำหรับโปรโมชั่นเดิมที่ประชาชนใช้งานอยู่ ยังคงใช้งานต่อไปได้ แต่หากประชาชนเปลี่ยนใจไปใช้โปรโมชั่นใหม่ สามารถยกเลิกโปรโมชั่นเดิมได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
3.หลังจากที่ประชาชนเลือกใช้โปรโมชั่นใหม่ จะสามารถตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามการใช้งานจริงได้ทางเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ตนเองใช้งานอยู่
นายฐากร ยังกล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า สำนักงาน กสทช.ขอยืนยันว่า เราจะคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ ประชาชนได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม
แทบไม่น่าเชื่อว่า ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ข้อขัดแย้งที่บริษัทมือถือเหล่านี้เอาเปรียบผู้บริโภคมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีจะคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย !?!
อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ให้เห็นว่า นี่เป็นเพียงข้อเสนอปลอบใจเท่านั้น เพราะเบื้องลึกแล้วต้องต่อสู้อีกยาวนาน เพราะเม็ดเงินมหาศาลคงไม่มีใครยอมปล่อยไปง่ายๆ
คนไทยเสียเปรียบจากการคิดค่าบริการแบบปัดเศษวินาทีมากน้อยแค่ไหน ?
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบายให้ฟังว่า เฉพาะปี 2556 "บริษัท ดีแทค" มีรายได้ 9.4 หมื่นล้านบาท ส่วน "บริษัททรู" มีรายได้ประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท และมากที่สุดคือ "เครือข่ายเอไอเอส" มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดนั้น มีบางส่วนได้มาจากการคิดปัดเศษวินาทีนั่นเอง
ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้น คนไทยใช้ระบบเติมเงินเฉลี่ย 341 บาทต่อเดือน ส่วนแบบรายเดือนตกอยู่คนละ 716 บาท เอา 2 ระบบมาถัวเฉลี่ยกันจะได้ประมาณเดือนละ 415 บาทต่อเดือน จะเห็นว่าหากคิดเงินแบบปัดเศษการโทรวินาทีเป็นนาที คิดแบบต่ำสุด ถ้าวันละ 1 นาที ตกนาทีละ 1.33 บาท เดือนหนึ่งต้องจ่ายส่วนเกินนี้อย่างต่ำสุด 40 บาทต่อคน ทั้งหมด 94 ล้านเลขหมาย หมายถึงต้องเสียเงินไปแบบไม่ยุติธรรมเดือนละ 3,591 ล้านบาท หรือปีละ 43,092 ล้านบาท ถ้าต่อไปนี้คิดเป็นวินาที พวกเราจะไม่ต้องเสียเงินส่วนนี้อีกต่อไป
น.ส.สารี ยอมรับว่า รู้สึกดีใจที่สมาชิก สปช.ลงมติร่วมกันเพื่อให้ กสทช.จัดการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน แต่จะมีผลบังคับให้ทำตามได้เร็วแค่ไหนต้องติดตามต่อไป
ขณะที่คุณหมอลี่ หรือ "นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา" กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยเบื้องลึกให้ฟังว่า แม้ว่า 5 เครือข่ายมือถือจะยอมให้มีโปรโมชั่นใหม่คิดเงินเป็นวินาทีในวันที่ 1 มีนาคม 2558 แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไปนิยมใช้แบบโปรโมชั่นเหมาจ่ายรายเดือน เช่น 500 นาที 700 บาท ดังนั้น ต้องบังคับให้ครอบคลุมถึงโปรโมชั่นเหล่านี้ด้วย
"อย่าลืมว่ามติของ สปช. ไม่ได้มีผลผูกมัดให้บริษัทมือถือเหล่านี้ต้องทำตาม เพราะฉะนั้นผู้จะช่วยกดดันก็คือ กสทช.ต้องรีบออกเป็นประกาศมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ที่ผ่านมา กสทช.มักจะอ้างเรื่องยังคำนวณราคาไม่เสร็จว่าต้องเป็นวินาทีละกี่บาท ยิ่งช้าเท่าไร ผู้บริโภคก็เสียเปรียบเท่านั้น หรือไม่ก็เป็นรัฐบาลที่ต้องมาช่วยกดดันหรือจัดการให้เร็วที่สุด"
คุณหมอลี่ยังยอมรับว่า ตอนนี้ที่กังวลใจคือ กลัวว่าบริษัทมือถือจะเล่นมุกใหม่ คือคิดค่าบริการแพงขึ้น เช่น จากเดิม 1 นาที 3 บาท หรือ 60 วินาที 3 บาท แต่อาจปรับราคาขึ้นเป็น 60 วินาที 5 บาทหรือ 6 บาทก็ได้ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับอัตราค่าบริการสูงสุดเอาไว้ ในอดีตเคยมีการบังคับในระบบ 2 จีว่าให้คิดอัตราไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์ แต่พอเปลี่ยนเป็นระบบ 3 จีก็ไม่ได้กำหนดไว้ ทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบอย่างมาก
"วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ คนไทยต้องร่วมมือกัน ช่วยกันกดดันให้เครือข่ายมือถือ คิดค่าบริการเป็นวินาที เหมือนในต่างประเทศที่ช่วงแรกบริษัทเหล่านี้ก็ไม่ยินยอม แต่เมื่อโดนกดดันอย่างหนักจากประชาชนก็ต้องยอม หรือบางประเทศนั้น รัฐบาลจะออกเป็นกฎหมายบังคับให้คิดเป็นวินาทีเลย ไม่ต้องรอขอความร่วมมือหรือรอความสมัครใจจากผู้ให้บริการ เพราะเขาถือว่าไม่ยุติธรรมที่จะคิดราคาปัดเศษวินาทีเป็นนาที" คุณหมอลี่กล่าวทิ้งท้ายว่า "คนไทยถูกเอาเปรียบมานานแล้ว จะช่วยกันลุกขึ้นสู้หรือเปล่า?"



