
ทำไมมุสลิมยุโรปจึงเข้าร่วมไอเอส?
ทำไมมุสลิมยุโรปจึงเข้าร่วมไอเอส? : โลกมุสลิม โดยศราวุฒิ อารีย์
การเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามแห่งซีเรียและอิรัก หรือ ‘ไอเอส’ ของมุสลิมยุโรปจำนวนมากนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจับตามอง หลายฝ่ายให้เหตุผลของการเข้าร่วมไอเอสของมุสลิมเหล่านี้ว่าเกิดจากความคลั่งศาสนาหรือพวกสุดโต่งทางศาสนา แต่ อัคบัร อะห์มัด (Akbar Ahmed) ประธานศูนย์อิสลามศึกษาแห่ง American University และผู้เชี่ยวชาญด้านชุมชนมุสลิมยุโรป กลับให้เหตุผลอีกแบบที่แตกต่าง (ดูบทความได้ใน http://www.huffingtonpost.com/akbar-ahmed/why-are-european-muslims-_b_6175334.html )
เขาอธิบายว่า มุสลิมยุโรปส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมไอเอสเป็นเยาวชนคนรุ่นที่ 2-3 ของผู้อพยพย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่ในยุโรปจากตะวันออกกลางและเอเชียใต้ คนรุ่นนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเพราะกำลังอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างการสูญเสียอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมตนเอง เพราะเป็นกลุ่มคนที่เกิดและเติบโตในยุโรป ขณะเดียวกัน กลับไม่ได้รับการยอมรับให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมยุโรป ทั้ง ๆ ที่ได้รับสัญชาติเป็นพลเมืองที่นั่น
ความจริงชุมชนมุสลิมในยุโรปเกิดจากการทำข้อตกลงกันระหว่างประเทศเจ้าบ้านกับประเทศในตะวันออกกลางและเอเชียใต้ เพื่อนำเอาแรงงานเข้ามายุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้น ในแต่ละประเทศยุโรปเราจึงเห็นมุสลิมจากประเทศในตะวันออกกลางและเอเชียใต้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น แรงงานมุสลิมปากีสถานจำนวนมากไปทำงานอยู่ในอังกฤษ มุสลิมเชื้อสายเติร์กจำนวนมากอยู่ในเยอรมัน มุสลิมโมร็อกโกส่วนใหญ่อยู่ในเบลเยียม เป็นต้น
แรงงานอพยพจากประเทศมุสลิมเหล่านี้ รวมถึงลูกหลานเยาวชนรุ่นใหม่มีปัญหามากในเรื่องการบูรณาการเข้ากับสังคม-วัฒนธรรมยุโรป ขณะเดียวกัน คนเหล่านี้ก็อาศัยเกาะกลุ่มกันอยู่ในพื้นที่ยากจน และเป็นกลุ่มคนที่ขาดโอกาสทั้งทางด้านการศึกษาและการทำงานประกอบอาชีพ
สภาพการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการที่นักการศาสนาหรืออิหม่ามประจำมัสยิดในชุมชนไม่มีความสามารถพอที่จะให้คำชี้แนะเยาวชน อิหม่ามหลายคนเพิ่งอพยพเข้ามาอยู่ใหม่ ขาดความเข้าใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสังคมยุโรป จึงอธิบายอิสลามในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากพื้นที่ตะวันออกกลางและเอเชียใต้ของตนเองได้ยาก อีกทั้งยังไม่สามารถพูดภาษาท้องถิ่นของยุโรปในแต่ละประเทศได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเป็นภาษาที่เยาวชนมุสลิมรุ่นใหม่ใช้กัน
ลักษณะเช่นนี้ทำให้การอธิบายทางศาสนาของอิหม่ามไม่เชื่อมโยงกับปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นจริง เยาวชนมุสลิมจึงขาดที่พึ่งทางจิตวิญญาณ ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกหลาน เพราะต้องยุ่งอยู่กับการทำงานตามวิถีตะวันตก
นอกจากปัจจัยภายในข้างต้น ยังมีปัจจัยภายนอกที่หนุนเสริมให้เยาวชนมุสลิมในยุโรปเข้าร่วมต่อสู้กับไอเอสในอิรักและซีเรีย หนึ่งในนั้นที่สำคัญคือกระแสโรคเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobia) ในยุโรปที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเหตุการณ์ 9/11 เยาวชนมุสลิมเหล่านี้เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กับการประโคมข่าวกล่าวร้ายต่อศาสนาที่พวกเขานับถือ
พระผู้เป็นเจ้า ศาสดา คัมภีร์ และธรรมเนียมประเพณีของพวกเขาถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม
ผลที่เกิดขึ้นจากกระแสอิสลาโมโฟเบียทำให้เยาวชนมุสลิม (ซึ่งถูกกดดันจากปัญหาภายในอยู่แล้ว) ถูกผลักออกไปจากสังคมยุโรปที่พวกเขาเติบโตมามากยิ่งขึ้น กลายเป็น “คนอื่น” ในสังคมประเทศของตนเอง
จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกดังกล่าว จึงทำให้เยาวชนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของการชักจูงให้เข้าร่วมรบกับกลุ่มไอเอสได้ง่าย โดยมีแรงจูงใจคือ ‘รัฐอิสลาม’ ที่เป็นเหมือนความหวังสุดท้ายในการสร้างอนาคตของพวกเขา



