
อ่านหนังสือหรือยังครับ?
อ่านหนังสือหรือยังครับ? : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
สมัยที่ ก.สุรางคนางค์ เขียน “บ้านทรายทอง” ลงพิมพ์ในนิตยสารปิยมิตร ในปี พ.ศ.2493 นั้น
ว่ากันว่ามีคนเข้าคิวซื้อนิตยสารปิยมิตร เพื่อติดตามอ่าน “บ้านทรายทอง” ตอนต่อไป ถึงหน้าโรงพิมพ์
และว่ากันว่า ตอนที่ ยาขอบ เขียน”ผู้ชนะสิบทิศ” ลงพิมพ์ในหนังสือประชาชาติ ถึงตอนที่จะเด็ดจะยก
จันทราและกุสุมาขึ้นเป็นมเหสีซ้ายขวา ก็มีผู้อ่านเขียนจดหมายมาคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วย ด้วยว่า
กุสุมานั้นเคยตกเป็นภรรยาขอ สอพินยามาก่อน หรือเมื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียน “สี่แผนดินดิน”ลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ถึงตอนที่แม่พลอยแพ้ท้อง ก็มีผู้อ่านส่งมะม่วงไปให้แม่พลอยรับประทาน แม้กระทั่ง
บุษยมาส เขียน “สลักจิต” ก็ส่งผลให้เด็กหญิงที่เกิดใหม่ในช่วงนั้นนิยมชื่อจอย อันเป็นชื่อเล่นของสลักจิต และเกิดความนิยมตั้งชื่อเล่นลูกหลานด้วยชื่อภาษาอังกฤษ นอกเหนือจากการย้อมผมเป็นสีแดง แสดงถึงความเป็น
ลูกครึ่งตามอย่างนิยาย
ถ้าถามว่าเสน่ห์หรือพลังของนวนิยายไทยจางลงจากอดีตหรือไม่ ผมก็เชื่อว่านวนิยายไทยหลายเรื่องในปัจจุบันยังคงมีเสน่ห์และพลังอยู่ เพียงแต่ไม่มีคนได้อ่านกันมากเช่นสมัยก่อน เนื่องจากปัจจุบันมีสิ่งต่าง ๆ ที่ดึงความสนใจของคนจำนวนมากไปจากหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียล มีเดีย วิดีโอเกมส์ โทรทัศน์ หรือศูนย์การค้า
ประกอบกับผู้คนในทุกวันนี้ไม่มีเวลามากพอหรือว่างพอเท่ากับคนในสมัยก่อน และคนยุคปัจจุบันก็มีสมาธิสั้นลง ไม่ชอบอ่านอะไรยาว ๆ หรือติดตามอะไรนาน ๆ ดังนั้น ผลงานที่ดี ๆ ในปัจจุบัน จึงไม่เป็นที่แพร่หลาย และเป็นโอกาสให้วรรณกรรมเร่งด่วน ซึ่งขาดความงดงามของการใช้ภาษาไทย และความลึกซึ้งของเนื้อหา แต่ถูกจริตคนรุ่นใหม่ซึ่งชอบอะไรที่ง่ายๆ จึงเข้ามามีพื้นที่ส่วนใหญ่ในร้านขายหนังสือ ขณะที่งานวรรณกรรมจริง ๆ ถูกซุกอยู่ในมุมแคบ ๆ
การอ่านนั้นจำเป็นต้องมีพัฒนาการ จึงจะทำให้ผู้อ่านได้พัฒนาสมอง ความคิด และจินตนาการ รวมทั้งเสริมสร้างสติปัญญา เมื่ออ่านหนังสือที่ดีย่อมจะทำให้เกิดความต้องการที่จะอ่านหนังสือที่ดีขึ้นไปอีก เช่น วรรณกรรมที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปของไทย วรรณกรรมระดับโลก วรรณคดีทั้งของไทยและต่างประเทศ แต่หากขาดพื้นฐานการอ่านที่ดี ก็จะไม่สามารถไปถึงขั้นนั้นได้
การอ่านหนังสือมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ จะเห็นได้ว่าประชาชนในประเทศที่มีความเจริญทั้งหลายจากอดีตถึงปัจจุบันมีการอ่านจนกลายเป็นกิจวัตรและวัฒนธรรม คนในประเทศเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น
มาเลเซีย สิงคโปร์ นิยมอ่านหนังสือกันมากกว่าทำกิจกรรมอย่างอื่น ขณะที่ประเทศไทย คนส่วนใหญ่นิยม
การชมละครโทรทัศน์ ซึ่งแม้บางเรื่องจะสร้างจากวรรณกรรม แต่ก็ถูกดัดแปลงเนื้อหาให้สอดคล้องกับกระแสนิยมในปัจจุบัน และการชมละครเพียงอย่างเดียวโดยไม่อ่านหนังสือที่นำมาสร้าง จะทำให้ผู้อ่านรับรู้เรื่องราวผ่านการชี้นำของผู้แสดง โดยขาดจินตนาการ และความคิดที่เป็นของตัวเอง
ผมยังคงเชื่อว่าวรรณกรรมดี ๆ ของไทยในปัจจุบันยังคงมีอยู่อีกมาก เพียงแต่เราไม่ได้ให้โอกาสแก่ตัวเองต่อวรรณกรรมเหล่านั้นเท่านั้น
หาเวลาอ่านหนังสือแทนการทำกิจกรรมอย่างอื่นดูบ้าง และอย่าเพียงถามตัวเองว่า วันนี้เราอ่านหนังสือหรือยัง? แต่จงถามตัวเองว่าวันนี้เราได้อ่านหนังสือดี ๆ หรือยัง?



