
มท.1เยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมเพชรบุรี
08 ม.ค. 2558
พล.อ.อนุพงษ์ นำทีมบิ๊กมหาดไทย เยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมเพชรบุรี แจง 6 เดือน เข้าเป้าแก้ทุกข์ตอบสนองประชาชนได้
8 ม.ค.58 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ,นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย พร้อมคณะทำงาน ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดฯ เเละอธิบดีทุกกรมในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนยดำรงธรรม จ.เพชรบุรี ซึ่งถือเป็นการนำคณะเต็มชุดลงตรวจเยี่ยมครั้งเเรกหลังจากเข้ารับตำเเหน่ง โดยมีนายมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมข้าราชการในจังหวัด ได้ร่วมให้การตอนรับ เเละนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์ดำรงธรรม จ.เพชรบุรี ที่ได้มีการปรับรูปเเบบใหม่ ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ ฉบับที่86/2557 โดยใช้พื้นที่ของศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 23 ก.ค.57ที่ผ่านมา ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ขณะที่เเนวทางการดำเนินงานในปัจจุบัน ได้ปรับปรุงคุณภาพทั้งบุคลากร ข้อมูล สถิติ เพิ่มพูนความรู้ของบุคลากร เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน รวมถึงได้จัดตั้งศูนย์เครือข่าย เเละกระจายศูนย์ลงไปยังระดับ อำเภอ ท้องถิ่นเเล้ว
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า วันที่ 4 ก.ย. - 31ธ.ค.57 ที่ผ่านมาสำหรับเรื่องราวร้องเรียนของประชาชน ที่มีเข้ามามากที่สุด คือ เรื่องที่ดิน เเละงานไกล่เกลี่ยภาระหนี้สิน จากทั้งหมด 700 เรื่อง ตั้งเเต่เปิดศูนย์พบว่า ปัญหาที่ดิน ร้องทุกข์เข้ามามากที่สุดถึง 304 เรื่อง หนี้สิน 66 เรื่อง เเละเรื่องเดือดร้อนทั่วไป กว่า 100 เรื่อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 7 ม.ค.58 มีเรื่องร้องรวมทั้งหมด 923 เรื่อง เเก้ไขเเล้ว 887 เรื่อง ยุติปัญหาได้เเล้ว 343 เรื่อง เเละกำลังดำเนินเเก้ไขอยู่ 36 เรื่อง
หลังจากนั้น ในเวลา 11.40 น. พล.อ.อนุพงษ์ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมว่า ว่า ตลอด 6 เดือนที่มีการจัดเรื่องศูนย์ดำรงธรรม สามารถตอบสนองการแก้ปัญหาของประชาชนได้ ส่วนเรื่องที่ประชาชนในจังหวัดเพชรบุรีส่วนใหญ่เข้ามาร้องเรียนมจะเป็นเรื่องหนี้สินนอกระบบ การจัดสรรที่ดิน ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการแก้ไขเป็นความสำเร็จของทุกฝ่าย ขณะที่ภาพรวมของศูนย์ดำรงธรรมของทุกจังหวัดนั้นสามารถแก้ปัญหาได้ถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามพล.อ.อนุพงษ์ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องการจัดสรรงบประมานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำชับให้ท้องถิ่นกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวให้เกิดผลปีะโยชน์แก่ประชาชนโดยตรงและให้มีความโปร่งใส



