ข่าว

แวะสูดกลิ่นหอมสมุนไพร
พื้นบ้านจากเทียนหอมเดชอุดม

แวะสูดกลิ่นหอมสมุนไพร พื้นบ้านจากเทียนหอมเดชอุดม

10 ก.ค. 2552

เรื่องของขึ้นชื่อความสวยงามของเทียน ใครๆ ก็คงเดากันไม่ยากว่าที่ จ.อุบลราชธานี มีประเพณีการแห่เทียนพรรษาที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ขบวนเทียนพรรษา เล่าเรื่องทางพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยเทวาน้อยใหญ่ รูปแกะสลักชาวบ้านผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ต่างออกแบบ ใช้ฝีม

  อีกด้านหนึ่งของงานเทียน ที่บ้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ใน ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม กลับมีผลิตภัณฑ์เทียนที่ไม่ได้นำเสนอความประทับใจด้วยขนาด แต่กลับสร้างความตรึงตราด้วยรูปทรงเลียนแบบไม้ดอกตามธรรมชาติ กลิ่นหอมสมุนไพร

 กลุ่มเทียนหอม เดชอุดม สร้างงานในชุมชนหลังว่างจากการดูแลท้องนาซึ่งเป็นอาชีพหลัก มาปั้นเทียนเป็นรูปดอกกุหลาบบ้าง ดอกกระเจียว ดอกลีลาวดี ก้อนหินที่ขาดไม่ได้ก็เห็นจะเป็นดอกบัว สัญลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ผลิตตามคำสั่งซื้อที่ทยอยเข้ามาก่อนเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ลูกค้าหลักจะเป็นการส่งออกไปยังต่างประเทศในกลุ่มยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ตามลำดับของปริมาณการส่งออก วัสดุที่ได้จากธรรมชาติถูกนำมาประยุกต์เป็นภาชนะบรรจุ อย่างเช่น กะลา กระติ๊บข้าวเหนียว

 ชาวบ้านในชุมชนเดชอุดมราว 10 คน กำลังง่วนอยู่กับงานสร้างสรรค์เทียนหอมเป็นภาพแรกที่เห็นหลังก้าวเข้าไปในบ้านของ ชาลิดา พูลทรัพย์ แกนนำกลุ่ม อาศัยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกมาประยุกต์ใช้กับการสร้างงานในชุมชน มองเห็นช่องทางของกลุ่มชาวต่างชาติที่ใส่ใจในสุขภาพ และของที่ผลิตจากธรรมชาติและผลิตด้วยมือ ชิ้นงานที่ได้จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไปบ้าง ซึ่งเป็นธรรมดาของงานที่ทำด้วยมือ

 กลุ่มที่ทำงานร่วมกันนั้นมีตั้งแต่สาวๆ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่แวะเวียนและเข้ามานั่งทำงาน ในหน้าที่แตกต่างกันออกไปตามความถนัดและฝีมือ บ้างก็แกะแบบเทียนขั้นต้นเป็นใบไม้ กลีบดอกไม้ ประกอบช่อดอกจุ่มสี

 หลังจากนั้นก็นำมาประกอบรวมกันเป็นชิ้นงานที่มีทั้งดอกไม้หลายชนิด ใบไม้สีสันสดที่มีลวดลายในตัวเองใกล้เคียงกับของจริงตามธรรมชาติ ในหนึ่งชิ้นงาน ส่วนที่ได้กลิ่นหอมๆ นั้น ก็มาจากการผสมน้ำมันหอมสมุนไพรจากศูนย์วัตถุดิบสมุนไพรบ้านม่วง เมื่อจุดเทียนนี้ก็จะได้กลิ่นสมุนไพรระเหยออกมา ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด หลังจากได้สัมผัสกลิ่นหอมละมุนจางๆ

 ภาชนะที่ใส่เป็นวัสดุที่หาได้ในธรรมชาติ อย่างเช่น กะลามะพร้าว จากบ้าน กล่องจักสานไม้ไผ่ กลุ่มคนชราบ้านป่าก่อ เครื่องปั้นดินเผาจากบ้านป่ากล้วย บ้านห้วยวังนอง กล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน แสดงรูปเหมือนกับชิ้นงานเทียนที่อยู่ด้านใน สั่งจากขอนแก่น ถึงแม้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก แต่สิ่งเหล่านี้สร้างความแตกต่างเพิ่มมูลค่าให้แก่ตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

  สินค้าจะไม่ค่อยมีวางขายทั่วไปตามท้องตลาด เนื่องจากราคาที่สูงไปตามความประณีตของชิ้นงาน แต่พอจะหาชมและเลือกซื้อได้ที่สนามบินอุบลราชธานี ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ถือว่าเป็นช่วงที่มีการสั่งซื้อเข้ามามาก

 กลุ่มเทียนหอมเดชอุดมนี้ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมทัวร์ต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาชมขั้นตอนการผลิตได้ทุกขั้นตอน และแนะนำวิธีการทำให้แก่ผู้สนใจอีกด้วย ถ้าจะอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยก็ได้ เพราะจะหาซื้อได้ไม่สะดวกนัก หลังจากนั้นก็แวะไปสงบจิตสงบใจเข้าถึงพระธรรมที่วัดป่าไทรงาม ห้อมล้อมด้วยไม้ใหญ่ แทนที่จะเป็นสิ่งก่อสร้าง จึงได้รับการยกย่องเรื่องการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม

 การเดินทางจากตัวเมืองอุบลราชธานีใช้เส้นทางหมายเลข 24 ประมาณ 45 กิโลเมตร สู่บ้านป่ากอ เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2119 ทางเข้าจะอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการอำเภอเดชอุดม

 การรวมตัวสร้างงานในชุมชนเป็นการสร้างมูลค่าให้แก่ชุมชน ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ให้ผู้ที่สนใจเพิ่มพูนประสบการณ์ ทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับงานที่ตนเองทำอยู่ได้

 หมายถึงการเที่ยวเพื่อต่อยอดทางความคิด ซึ่งบางทีอาจจะนึกไม่ออกถ้าไม่มีโอกาสได้เห็นของจริง พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันตรงๆ ปัญหาคาใจอาจเป็นแค่เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ เชียว

"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
 [email protected]