
พบแล้ว!ชิ้นส่วนหางเครื่องบินแอร์เอเชีย
08 ม.ค. 2558
นักประดาน้ำอินโดฯพบแล้วชิ้นส่วนหางเครื่องบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน QZ8501 เร่งค้นหากล่องดำ
8 ม.ค.58 ในบรรดาประเทศที่เข้าร่วมการค้นหาซากเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน QZ8501 ของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย ที่ตกในทะเลชวา เมื่อ 11 วันก่อน ได้รวมถึงรัสเซีย ที่ยื่นมือเข้าไปช่วยโดยไม่คาดฝัน ด้วยการส่งเครื่องบินทหาร 2 ลำ และนักประดาน้ำ 22 คน ไปตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมตามคำร้องขอของอินโดนีเซีย หลังจากไม่ได้เข้าร่วมกับนานาชาติ ในปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีที่แล้ว ในขณะอยู่ในเส้นทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่งของจีน
นายอเล็กเซ มูราเวียฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของรัสเซีย ประจำมหาวิทยาลัยเคอร์ทิน ในเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า การที่รัสเซียเข้าไปช่วยเหลือ จะยิ่งเป็นโอกาสที่จะได้แสดงแสนยานุภาพทางทหารในช่วงที่ประเทศต่างๆ เช่น จีนและสหรัฐ ต้องการจะเข้าไปมีส่วนร่วมในแผนการที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย กำลังเตรียมจะเพิ่มงบประมาณทางทหารเพื่อยกระดับกองทัพเรือ และพัฒนาสิ่งก่อสร้างทางทะเล เนื่องจากอินโดนีเซีย ที่ได้ชื่อว่า เป็น
ประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ต้องเผชิญกับพวกโจรสลัดและการลักลอบทำประมงโดยผิดกฎหมายบริเวณนอกชายฝั่ง ทั้งยังเสี่ยงที่จะถูกดึงเข้าไปในประเด็นพิพาทในการอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้ ระหว่างจีนกับหลายชาติอีกด้วย
นายมูราเวียฟ บอกด้วยว่า รัสเซียมีประวัติอันยาวนาน ในการทำงานร่วมกับอินโดนีเซีย และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์โดยรวมในการาพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอินโดนีเซีย
ประธานาธิบดีวิโดโด หรือที่ชาวอินโดนีเซียเรียกว่า โจโกวี่ กล่าวว่า เขามีเป้าหมายที่จะเพิ่มงบทางทหารอีก 1.5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสต็อคโฮล์ม ระบุว่า ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้เพิ่มงบประมาณทางทหาร และสูงถึง 6,400 ล้านดอลล่าร์ เมื่อปี 2556 หรือ 0.9 เปอร์เซ็นต์ ของ GDP
รัสเซียได้ชื่อว่า เป็นผู้ส่งออกยุทโธปกรณ์ทางทหารรายใหญ่ของอินโดนีเซียอยู่แล้ว โดยในระหว่างการเยือนกรุงจาการ์ตา เมื่อปี 2550 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ลงนามให้เงินกู้มูลค่า 1 พันล้านดอลล่าร์ แก่อินโดนีเซีย เพื่้อนำไปเป็นเงินทุนในการซื้อยุทโธปกรณ์ เมื่อปี 2557 รัสเซียได้ส่งมอบฮาร์ดแวร์ทหารที่รวมทั้ง เรือสะเทินน้ำสะเทินบก BMP-3 จำนวน 54 ลำ, เครื่องบินรบซูคอย ซู-27 และซู-30 ทำให้อินโดนีเซีย มีเครื่องบินรบซูคอยอยู่ในครอบครอง 18 ลำ
รัสเซียเคยได้ชื่อในเรื่องให้ความช่วยเหลืออินโดนีเซียในการรับมือกับภัยพิบัติมานานแล้ว โดยเคยไปตั้งโรงพยาบาลสนามของทหารที่จังหวัดอาเจะห์ หลังเกิดมหันตภัยสึนามิ เมื่อปี 2547 และยังเคยช่วยดับไฟป่าที่สุมาตรา เมื่อปี 2552 ทั้งยังส่งเครื่องบินและแพทย์ช่วยหลังเกิดแผ่นดินไหว ที่คร่าชีวิตประชาชน
ไปหลายร้อยคนอีกด้วย
แต่ในปฏิบัติการค้นหาเที่ยวบิน MH370 รัสเซีย ไม่ได้เข้าไปช่วย เนื่องจากไม่สะดวกใจในการเข้าร่วมการค้นหาที่ค่อนข้างสับสนในตอนแรก ตามด้วยการที่ออสเตรเลียเข้าควบคุมภารกิจทั้งหมด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ออสเตรเลียมีจุดยืนที่ต่อต้านการผนวกดินแดนไครเมียของรัสเซีย ทำให้รัสเซียไม่สะดวก
ใจที่จะทำงานร่วมกับออสเตรเลีย หลังจากเสนอส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดน้ำ อิลยูชิน-76 ไปช่วยดับไฟป่าในรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย เมื่อปี 2552 และได้รับการปฏิเสธ
การเข้าร่วมการค้นหาซากเครื่องบินแอร์เอชีย อินโดนีเซีย แสดงว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับชาติในเอเชีย หลังจากรัสเซียถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดส่งขีปนาวุธที่ยิงเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน MH17 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าทางตะวันออกของยูเครน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว และมีชาวอินโดนีเซีย 12 คน รวมอยู่จำนวนผู้โดยสาร 298 คน ที่อยู่บนเครื่องบิน
ด้านอินโดนีเซีย ระบุว่า นักประดาน้ำได้พบส่วนหางของเที่ยวบิน QZ 8501 แล้ว ทำให้การค้นหากล่องดำแคบลง และอาจช่วยอธิบายว่า เกิดอะไรขึ้นในนาทีท้ายๆ ก่อนที่เครื่องบินรุ่น A320-200 ของบริษัทแอร์บัสจะหายไปจากจอเรดาร์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา การเข้าร่วมของรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ ที่ประกอบด้วยกำลังคนมากกว่า 5,000 คน, เครื่องบิน 20 ลำ เรือ 60 ลำ รถพยาบาล 40 คัน และนักประดาน้ำ 95 คน โดยมีสหรัฐ, จีน, สิงคโปร์และมาเลเซียเป็นผู้นำในปฏิบัติการ
นายคอลลิน โคห์ นักวิจัยจากสถาบันการทหารและยุทธศาสตร์ศึกษา ในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีสำหรับรัสเซีย ที่จะแสดงศักยภาพ และจะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีสำหรับอินโดนีเซียและจะกลายเป็นจุดขายเมื่อทั้งสองฝ่ายมีการเจรจาค้าอาวุธกัน
สำหรับเครื่องมือที่รัสเซียส่งช่วยในการค้นหา ได้รวมถึงเรือปฏิบัติการใต้น้้ำควบคุมระยะไกล ที่มีน้ำหนักราว 500 กิโลกรัม และสามารถปฏิบัติภารกิจในน้ำลึก 300 เมตร ทั้งยังติดอุปกรณ์โซนาร์ที่จะช่วยจับสัญญาณเสียงจากกล่องดำด้วย โดยปัจจุบัน ความพยายามค้นหาได้พุ่งเป้าไปที่พังกาลันบัน ที่อยู่ไปทางตะวันตกออกเฉียงใต้ของสิงคโปร์ ส่วนการค้นหาได้ขยายพื้นที่เป็น 5,400 ตารางกิโลเมตร
-------------------------------------
(ภาพ : AFP)



