ข่าว

‘บิ๊กตู่’สั่ง‘กสทช.’แก้ค่าโทรมือถือเป็นวินาที

‘บิ๊กตู่’สั่ง‘กสทช.’แก้ค่าโทรมือถือเป็นวินาที

07 ม.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’สั่ง‘กสทช.’แก้ค่าโทรมือถือเป็นวินาที ชี้เป็นอำนาจหน้าที่จะทำนิ่งเฉยไม่ได้ ส่งสารอวยพรวันเด็กให้มีปัญญา

               7ม.ค.2558  พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า จากกรณีที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหา การคิดค่าบริการโทรศัพท์มือถือตามจริงเป็นวินาทีนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งการไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว และจะทำนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องรีบแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับประชาชน โดยนายกฯ ให้แนวทางไปว่า 1.เป็นอำนาจหน้าที่กสทช. ที่ต้องดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว 2.ยึดประโยชน์ของผู้บริโภคของประชาชนเป็นที่ตั้ง 3.แม้จะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นที่ตั้ง แต่ต้องมีความเป็นธรรมกับทางผู้ประกอบการด้วย

               พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ซึ่งกสทช. ได้รับเรื่องไปแล้ว และมีการประชุมไปในช่วงเช้าวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา และได้ข้อมูลออกมาว่าประมาณต้นเดือนมี.ค.จะมีการดำเนินการในลักษณะตามข้อเรียกร้องดังกล่าวในทุกค่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้จึงอยากเรียนให้ประชาชนทราบว่าทุกเรื่องรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้จะดำเนินการในลักษณะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ และไม่ได้ลงไปแก้ปัญหาเองในทุกเรื่อง แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง


นั่งหัวโต๊ะถกแก้ค้ามนุษย์และประมงผิดกฎหมาย

               พล.อ.ประยุทธ์  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านการค้ามนุษย์และการทำประมงที่ผิดกฎหมาย   ต่อมาเวลา 16.00น. ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อดูองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและอนุกรรมการด้านต่างๆ ซึ่งได้เห็นชอบคณะกรรมการหลักคือคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย โดยมีรองนายกฯทั้งหมดเป็นรองประธาน ทั้งนี้ปัจจุบันมีคณะกรรมการดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่ 2 คณะได้แก้ คณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด่าวและการค้ามนุษย์ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการการมนุษย์

               อย่างไรก็ตามในการการดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพ จึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ประกอบด้วย 1.อนุกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน 2.อนุกรรมการด้านสตรีในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธาน 3.อนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าว มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธาน 4.อนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน 5.อนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน

               ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ทั้ง 5 อนุกรรมการจะประชุมเพื่อดำเนินการต่างๆ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม เป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้นายกฯได้กำชับให้อนุกรรมการได้ดำเนินการทันทีพร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรอการประชุมในคณะกรรมการชุดใหญ่ อย่างไรก็ตามการประชุมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้เห็นชอบแผนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาขอทาน ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครอง และการช่วยเหลือรวมทั้งป้องกัน เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ส่วนปัญหาที่ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือด้านดังกล่าวของสหรัฐฯมาอยู่ในเชียร์ 3 นั้น จะต้องจัดทำรายงานถึงการดำเนินงานของไทยเพื่อเสนอไปยังสหรัฐฯ โดยจะทำร่างดังกล่าวในวันที่ 12 มกราคม และมีการแปลโดยกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้เนื้อหาครอบคลุมทุกด้าน จากนั้นจึงส่งไปยังสหรัฐฯภายในวันที่ 30 มกราคม โดยเอกสารที่จะนำส่ง ประกอบด้วย บทนำ ผลงานสำคัญ 5 ด้านตามหลักมาตรฐานสากล คือ 1.นโยบายและกลไกการขับเคลื่อน 2.การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย 3.การให้ความช่วยเหลือ 4.การป้องกัน 5.การร่วมมือกับทุกภาคส่วน

               ด้าน พล.ต.สรรเสริญ  กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการเอาใจสหรัฐฯ แต่ทำเพื่อความถูกต้อง ว่าบ้านเรากำลังจะมีการปรับปรุงในเรื่องนี้ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานสากล และไม่ไปละเมิดสิทธิด้านอื่นของแรงงาน เด็ก สตรี โดยการรายงานวันที่ 12 มกราคม เน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ซึ่งงานต่างๆต้องเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีและด้านอื่นๆ อีกทั้งต้องมีการระบุให้ชัดเจนว่า มีกี่เรื่องที่ทำได้หรือทำไม่ได้ ส่วนเรื่องไม่ยังทำไม่ได้จะดำเนินการอย่างไร เมื่อทางสหรัฐฯอ่านรายงานแล้วจะเกิดความเชื่อมั่นว่า ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวจริง


ส่งสารอวยพรวันเด็กให้มีปัญญา

               เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เผยแพร่สารของพล.อ.ประยุทธ์  เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 2558 ตรงกับวันที่ 10 มกราคม มีเนื้อหาว่า   เนื่องในโอกาส "วันเด็กแห่งชาติ" ประจำพุทธศักราช 2558 ที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ผมขอส่งความรักและความปราถนาดีมายังเด็กและเยาวชนไทยทุกคน  เด็กและเยาวชนเปรียบเสมือนต้นกล้าทรัพยากรมนุษย์ที่ผู้ใหญ่มีหน้าที่เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนให้การศึกษา บ่มเพาะสติปัญญาให้เติบโตสมบูรณ์ทั้งร่างกายและสติปัญญา นอกจากนี้ยังต้องได้รับการปลูกฝังค่านิยม ทัศคติที่ถูกต้อง เพื่อให้มีความเพียบพร้อมทั้งความรู้ ความคิดที่ถูกต้อง มีเหตุผลและมีจิตใจที่มีคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยทุกคนต้องรู้ค่านิยมไทย 12 ประการเพื่อจะได้ตั้งมั่นอยู่ในความสุจริต ประพฤติชอบ มีความกตัญญู อ่อนน้อม อ่อนโยน มีความรักความสามัคคี และมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย

               ผมได้มอบคำขวัญ "วันเด็กแห่งชาติ" 2558 ไว้ว่า "ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต" เพื่อมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง โดยนอกจากความรู้ที่ได้รับการบ่มเพาะจากครอบครัวและโรงเรียนแล้ว เด็ก ๆ ทั้งหลายควรได้รับการปลูกฝังให้ตระหนักถึงหน้าที่ของตนที่จะต้องหมั่นศึกษาเล่าเรียน พัฒนาตนเอง ให้มีความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความใฝ่รู้ใฝ่ดี ตลอดจนมีจิตสาธารณะ รู้จักการทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม คำนึงถึงประเทศชาติ โดยมีคุณธรรมนำจิตใจ ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความเข้มแข็ง ทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เพื่อที่จะเติบโตเป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพของชาติในอนาคต

               เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปีพุทธศักราช 2558 นี้ ผมขออวยพรให้เด็กและเยาชนไทยทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีความเข้มแข็ง ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง และยั่งยืนสืบไป