ข่าว

กกต.ปัดตอบเอี่ยวโมฆะลต.3พันล.

กกต.ปัดตอบเอี่ยวโมฆะลต.3พันล.

07 ม.ค. 2558

'สมชัย' ฟันธงไม่เกิน 27 ม.ค.นี้ เคาะฟ้องร้องค่าเสียหาย 3 พันล้านบาท ผู้ที่ทำให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 เป็นโมฆะ 'ไม่ตอบ' กกต.ต้องรับผิดชอบด้วยใช่หรือไม่

 
                            7 ม.ค. 58  เมื่อเวลา 14.00 น.  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าในการฟ้องร้องค่าเสียหาย 3,000 ล้านบาท ผู้ที่ทำให้การเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ ว่า วันที่ 20 ม.ค.นี้ ก็จะรู้ เพราะให้คณะทำงานของสำนักกฎหมาย กกต.เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ถ้าหากข้อมูลชัดเจน ก็จะทราบว่าจะฟ้องใคร ข้อหาอะไร มูลค่าความเสียหายเท่าไหร่ แต่ถ้าข้อมูลยังไม่ชัดเจน ก็จะให้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม แต่ต้องไม่เกินวันที่ 27 ม.ค.นี้ ซึ่งหลักคิด คือ ใครผิดก็ฟ้อง เมื่อถามว่า กกต.ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวสั้นๆ ว่า "ไม่ตอบ"
 
 
 
งัดเหตุผลโต้ข้อเสนอให้ 'มหาดไทย-ศึกษาธิการ' จัดเลือกตั้ง
 
 
                            นายสมชัย กล่าวถึงข้อเสนอที่จะให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ จัดการเลือกตั้ง ว่า สิ่งสำคัญเราพูดถึงอำนาจหน้าที่ ซึ่ง กกต.มีอำนาจหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยตรง แต่กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง แต่ถ้าอยากเปลี่ยน ก็เปลี่ยนได้ แต่จะเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ทำให้สำเร็จ แต่ต้องทำให้ดี สามารถคัดกรองคนดีมีคุณภาพเข้าสู่ระบบการเมือง ซึ่ง กกต.มีประสบการณ์มา 16 ปี รู้ถึงเล่ห์กลที่ฝ่ายการเมืองจะใช้ เพื่อให้ตัวเองได้รับเลือกตั้งเข้ามา ทำให้เชื่อว่าจะสามารถคัดกรองคนดีเข้ามาได้ แต่ถ้าจะให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดการเลือกตั้ง คงทำแค่ให้การเลือกตั้งสำเร็จ และรับรองความชอบธรรมให้ฝ่ายการเมือง หรือได้คนทุจริตเข้าสู่การเมืองได้
 
                            นายสมชัย กล่าวต่อว่า หากจะใช้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดการเลือกตั้ง ถามว่าทุกวันนี้ใครจะเป็นผู้ว่าฯ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองในพื้นที่หรือไม่ ขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่ใช่หัวคะแนนนักการเมือง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็เป็นเครือญาตินักการเมือง ส่วนบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ ก็ใช้เส้นสายนักการเมืองในการเติบโต ถ้าหากสิ่งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ ก็ไม่ควรให้การจัดเลือกตั้งไปอยู่ภายใต้หน่วยงานราชการ เพราะไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าจะจัดเลือกตั้งได้เป็นกลาง ทั้งนี้แนวคิดที่จะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมาจากคน 3 กลุ่ม 1. กลุ่มร้อนวิชา เป็นพวกอยากลองของใหม่ เห็นว่าสิ่งที่เป็นอยู่มีปัญหา ทั้งที่เรื่องการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาทดลองกัน การแก้ปัญหาต้องมองถึงทางออก คิดถึงอนาคต ไม่ใช่ทำอะไรเป็นการถอยหลังเข้าคลอง 2. กลุ่มบ้าอำนาจ เป็นพวกนักการเมืองที่มองการณ์ไกลว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าสามารถเข้าไปกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะสามารถควบคุมการเลือกต้ังได้ และ 3. กลุ่มที่มีอำนาจในปัจจุบัน ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอะไร แต่กลุ่มนี้คิดที่จะใช้อำนาจที่มีอยู่ในปัจจุบัน ควบคุมกลไกต่างๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ไม่ได้มองระยะยาว 
 
                            "จริงอยู่ว่าคนของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาช่วยจัดการเลือกตั้ง แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของ กกต.ที่ใช้กลไกที่มีอยู่ในการดูแล จะไม่เหมือนกับแนวคิดใหม่ที่ กกต.จะกลายเป็นเพียงผู้กำกับดูแลเท่านั้น การคิดใหม่ในเรื่องนี้ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนนิทานจันทโครพ สปช.ท้ายสุดจะเหมือนนางโมรา ที่ยื่นดาบให้กับโจร สิ่งที่เราคิดว่าจะให้เกิด คือ จัดการกับโจร คนทุจริต เราก็สร้างกลไกขึ้นมา แต่กลายเป็นว่าฝ่ายโจรกลับได้ดาบนั้นไป แล้วเอาดาบนั้นมาทิ่มแทงเรา ก็เท่ากับว่าเรายื่นดาบให้กับโจร ดังนั้นการจะร่างอะไร ประสบการณ์ในอดีตต้องเป็นตัวชี้ ไม่ใช่แค่มองปัญหาในปัจจุบัน จึงอยากให้คนคิดมีสติ เพราะการสร้างกลไกขึ้นมาไม่ได้ใช้ครั้งเดียว แต่จะอยู่ไปเรื่อยๆ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้คิดเพื่อ กกต. หรือหวงอำนาจ แต่คิดตามหลักสากล หน่วยงานที่จะจัดการเลือกตั้ง จะเป็นหน่วยงานใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น กกต.แต่ขอให้มีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้กำกับนักการเมือง หรือหน่วยราชการ เพราะประวัติศาสตร์ชี้แล้วว่า ราชการประจำไม่อยู่ในฐานะที่จะไว้ใจว่าเป็นกลางทางการเมือง"
 
                            นายสมชัย ยังกล่าวถึงการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้ง ว่า ต้องไม่เป็นลักษณะเข้ามาร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งอย่างในปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้องค์กรเอกชนไม่ได้มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ทำให้การตรวจสอบเหมือนเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และกลายเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น ขณะที่การจะให้เข้ามามีส่วนเป็น กกต.จังหวัด ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการสรรหา ที่มองว่าต้องได้หัวหน้าส่วนราชการมาเป็น กกต.เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งได้รับการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ หรือผู้กำกับ ซึ่งตรงนี้ทำให้ตนไม่ไว้ใจ กกต.จังหวัดร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าจะสร้างกลไกที่ไว้ใจได้ ต้องมีภาคประชาสังคมเข้ามาเป็น กกต.จังหวัด ในสัดส่วนที่เป็นเสียงข้างมาก