ข่าว

ถูกที่ ถูกเวลา และถูกต้อง

ถูกที่ ถูกเวลา และถูกต้อง

09 ม.ค. 2558

เงินทองต้องรู้ : ถูกที่ ถูกเวลา และถูกต้อง : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

 
                            นั่งอ่านข่าวที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้ได้รับสมญา “มือปราบแชร์ลูกโซ่” อธิบายภาพรวมของแชร์ลูกโซ่แล้ว ยอมรับว่า อดห่วงไม่ได้ เพราะทั้งๆ ที่แชร์ลูกโซ่ระบาดมานานแล้ว มีคนเดือดร้อนมากมาย ที่หมดเนื้อหมดตัวไปก็มาก ขณะที่ต้นตอก็โดนจับดำเนินคดีติดคุกมานักต่อนัก แต่จนถึงขณะนี้แชร์ลูกโซ่ก็ยังสามารถหากินกับความโลภของผู้คนได้อย่างไม่ลดราวาศอก
 
                            อดีต ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ อธิบายภาพรวมของแชร์ลูกโซ่ว่า ที่พบมากในสังคมไทย แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนน้ำมันดิบ ทองคำ สกุลเงินต่างประเทศ โดยจุดที่คนร้ายหยิบมาใช้หลอกล่อเหยื่อ คือ การเก็งกำไรจากการ "ซื้อขายล่วงหน้า" โดยการซื้อขายล่วงหน้ามีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว และเป็นส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 2.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) กระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแล
 
                            3.คือแชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับ "ธุรกิจขายตรง" สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ในส่วนนี้จะเป็นสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่รับผิดชอบ และสุดท้าย 4.แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับกองทุน "ฌาปนกิจสงเคราะห์"
 
                            ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่รูปแบบและวิธีการของแชร์ลูกโซ่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยมิจฉาชีพก็ยังคงเน้นหาสมาชิก มีหัวหน้าทีม ให้โอนเงินเข้าไปก่อน และใช้แผนการตลาดที่มีผลตอบแทนสูงมากๆ เป็นจุดดึงดูดให้คนตกเป็นเหยื่อ
 
                            พ.อ.ปิยะวัฒก์ บอกว่า จุดชักชวนที่อันตราย คือ "หาเพื่อนมาร่วมลงทุนมากเท่าไรก็ได้ผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น"
 
                            ส่วนที่จะมีวิวัฒนาการอยู่บ้าง ก็คือ การใช้ “อินเทอร์เน็ต” เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงมากขึ้น โดยเฉพาะการชักชวนให้ลงทุนในทองคำและสกุลเงินต่างประเทศ
 
                            ถ้าจะแยกผิด-ถูกให้ชัดเจน ก็ต้องบอกว่า แชร์ลูกโซ่ 2 ประเภทแรก คือ แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนน้ำมันดิบ ทองคำ สกุลเงินต่างประเทศ และ แชร์ลูกโซ่ที่แฝงมากับการลงทุนสินค้าเกษตร นั้น สามารถแยกได้ชัดเจนมาก และง่ายมาก แต่ต้องเริ่มต้นด้วยการขจัดความคิดเข้าข้างตัวเองว่า “ใครๆ ก็ทำกัน” หรือ “ใครๆ ก็ได้เงินง่ายๆ” ออกไปก่อน ที่บอกว่า ชัดเจนและง่าย เพราะทั้ง 2 ประเภทนี้มีหน่วยงานกำกับชัดเจน ประเภทแรก กำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. และประเภทที่สอง กำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ส.ล. 
 
                            ดังนั้น หากวันใดวันหนึ่งมีคนมาชักชวนให้ลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนสูงมากๆ แล้วไม่แน่ใจว่า “จริง-ปลอม” หรือ “เถื่อน-ไม่เถื่อน” ก็แค่โทรศัพท์ไปเช็กกับหน่วยงานกำกับทั้งสองแห่ง แจ้งชื่อบริษัทที่มาชักชวนเราให้เจ้าหน้าที่ทราบ แล้วถามเลยว่า บริษัทนี้ได้รับใบอนุญาตให้ลงทุนหรือไม่ ถ้าชวนลงทุนน้ำมัน ทองคำ หรือสกุลเงินต่างประเทศ ก็สอบถามที่สำนักงาน ก.ล.ต. โทร.1207 หรือ 0-2695-9999 ถ้าชวนลงทุนสินค้าเกษตร ก็สอบถามไปที่สำนักงาน ก.ส.ล. โทร.0-2263-9888
 
                            หมายเหตุตัวโตๆ ไว้นิดเดียวว่า เวลาที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือ ก.ส.ล. บอกว่า บริษัทนี้ไม่ได้รับอนุญาต เป็นบริษัทเถื่อน ก็ขอให้เชื่อเถิด เพราะหลายครั้งที่เช็กแล้วปรากฏว่า รู้ทั้งรู้ว่าเถื่อน รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีใบอนุญาต รู้ทั้งรู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่เชื่อ !!! เพราะมีเหตุผลเข้าข้างตัวเองเหมือนที่บอกมาแล้วข้างต้นว่า ใครๆ ก็ทำกัน ใครๆ ก็ลงทุนกันทั้งนั้น ใครๆ ก็ได้เงินกันทั้งนั้น ไม่เห็นเป็นไรเลย สุดท้าย ปลอบใจตัวเองขั้นสูงสุดด้วยการอ้างว่า ก็ไปเช็กมาแล้วว่า บริษัทนั้นมีตัวตนจริง เพราะมีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อย่างถูกต้อง ทั้งๆ ที่มีตัวตน จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทถูกต้อง กับไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ มันคนละเรื่องกัน
 
                            นึกถึงครั้งที่ คุณสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้าไปรับตำแหน่งใหม่ๆ คุณสมบัติเล่าว่า ได้มอบนโยบายให้ทีมบริหารการลงทุนของ กบข. เป็นคาถาลงทุนแค่สั้นๆ ว่า “ถูกที่ ถูกเวลา และถูกต้อง” เพราะ กบข.บริหารเงินของข้าราชการที่เป็นสมาชิก ดังนั้น การแสวงหาผลตอบแทนให้แก่สมาชิก นอกจากจะต้อง “ถูกที่-ถูกเวลา” ซึ่งหมายถึงการเลือกสินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนอย่างเหมาะสม (ถูกที่) และเข้าไปลงทุนในจังหวะที่เหมาะสม (ถูกเวลา) แล้ว ยังต้องคำนึงถึง “ความถูกต้อง” อีกด้วย เพราะเม็ดเงินภายใต้การบริหารของ กบข.หลายแสนล้านบาท มีขนาดใหญ่มากพอที่จะสร้างความหวั่นไหวหรือการเปลี่ยนแปลงให้แก่สินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุน
 
                            ถ้าจะขยาย “คาถาลงทุน” ของเลขาธิการ กบข. มาใช้ในชีวิต ก็ต้องกำหนด “สินทรัพย์” ในการเข้าลงทุนให้ “ถูกที่” ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการและเป้าหมายของตัวเอง เช่น ต้องการลงทุนในหุ้น ในทองคำ ในอสังหาฯ หรือ ฯลฯ เมื่อมีสินทรัพย์เป้าหมายแล้ว ก็ต้องรอจังหวะในการเข้าลงทุนให้ “ถูกเวลา” ซึ่งหลักคิดง่ายๆ แต่ทำกันไม่ค่อยได้ ก็คือ ไม่ว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด ก็ควรจะซื้อตอนราคาปรับตัวลดลง และขายตอนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะส่วนใหญ่มักจะซื้อตอนราคาขึ้น ด้วยคิดว่า เดี๋ยวก็ขึ้นไปอีก และมักขายตอนราคาลดลง ด้วยคิดว่า เดี๋ยวก็ลงไปอีก เป็นแบบนี้อยู่เสมอ
 
                            สุดท้าย คือ “ถูกต้อง” อาจจะคนละความหมายกับ กบข. เพราะ “ถูกต้อง” ของ กบข. หมายถึงการลงทุนที่โปร่งใส ไม่หมกเม็ด ไม่มีวาระปิดบังซ่อนเร้นหรือหาประโยชน์แฝง แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว ความถูกต้องในการลงทุน ก็คือ การลงทุนในสินทรัพย์ด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง และเป็นสินทรัพย์ที่ถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมายหรือไม่มีกฎหมายรองรับ
 
                            แค่มองทุกอย่างบนพื้นฐานของความเป็นจริง จะแสวงหาผลตอบแทนก็หาจากสิ่งที่เป็นจริง ไม่ปล่อยให้ตัวเองติดกับดักของความโลภ หรือความอยากได้อยากมี จนกลายเป็นยอมลงทุนในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสุดท้ายต้องกลายเป็น “เหยื่อ” แบบที่อดีต ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ ท่านว่าไว้ในตอนต้น
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : ถูกที่ ถูกเวลา และถูกต้อง : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])