
'วิษณุ'ชี้'ถอดถอน'สนช.รับผิดชอบ
07 ม.ค. 2558
'วิษณุ' ไม่ห่วงสังคมเกิดความวุ่นวาย 'ถอดถอน' อำนาจ สนช. เชื่อมีคำตอบที่ชัดเจน ไตรมาสแรกปฏิรูปต้องเป็นรูปธรรม แจงนำ กทค.-กสท. ออกจาก กสทช. เพื่อไม่ให้งานซ้ำซ้อน
7 ม.ค. 58 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวกรณีการถอดถอนนายนิคม นายสมศักดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 - 9 ม.ค.นี้ จะนำความวุ่นวายกลับมาสู่บ้านเมืองอีกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ส่วน สนช.ที่จะดำเนินการพิจารณาถอดถอน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้นเลย จะดูแปลกๆ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อยู่ที่เขาเองว่าแน่ใจว่ามีอำนาจ ขั้นที่สองก็เลยข้อกฎหมายไปสู่ข้อเท็จจริงว่าสุดท้ายจะถอดถอนหรือไม่ มันสองชั้น ซึ่งเขาก็ต้องดูแลตรงนี้เอง มันเป็นอำนาจของเขาแล้ว คนที่คุมกติกาในเรื่องนี้ก็คือประธานสภา ซึ่งคงมีความแน่ใจในเรื่องนี้แล้ว จึงรับเรื่องเข้ามา และมีการกำหนดวัน กำหนดขั้นตอนไปแล้ว
ส่วนที่บางฝ่ายออกมาระบุว่า หากมีการถอดถอนในกรณีนี้ จะส่งเรื่องให้มีการถอดถอนอดีต ส.ว.บางกลุ่มด้วยนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นห่วง เพราะตนเชื่อว่าสุดท้ายคงมีคำตอบที่ชัดเจนได้ และมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้สังคมกลับมาวุ่นวายอีก
ระบุ ไตรมาสแรกปฏิรูปต้องเป็นรูปธรรม
นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ภายหลังให้การต้อนรับการเข้าเยี่ยมคารวะของนายมุน ซง โม เอกอัครราชทูตสาธารณะประชาชนเกาหลีเหนือ ประจำประเทศไทย ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้มอบหมายให้ตน และนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลในการปฏิรูปที่มี 3 ส่วนสำคัญ คือ สปช. สนช. และรัฐบาล ซึ่งเริ่มมีแนวทางไปคนละทิศละทาง ว่า ที่นายกฯ มอบหมายนั้น ไม่ใช่การให้ดูแลการปฏิรูป แต่การประชุม ครม.เมื่อวานนี้ มีเรื่องที่ สปช.ได้รายงานความคืบหน้าต่างๆ ว่าประชุมไปกี่ครั้ง คณะกรรมาธิการ 18 คณะ ทำอะไรไปบ้าง ซึ่งเมื่อนายกฯ ได้อ่านรายงาน ก็เห็นว่าควรจะมีอะไรคืบหน้า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา สปช.ต้องทำข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากนี้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ไปทำหน้าที่ร่าง ส่วน สปช.ตอนนี้ก็ต้องทำเรื่องปฏิรูป 11 ด้าน ซึ่งนายกฯ ก็หวังว่า สปช.จะจับเรื่องปฏิรูปทั้ง 11 ด้านออกมาให้เป็นรูปธรรม อย่างน้อยเดือน ม.ค. - มี.ค.นี้ จะต้องมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันออกมามากขึ้น แต่ก็เกรงว่าในที่สุดก็เสนอมาเป็นหัวข้อ หรือปัญหา เช่น การศึกษาไม่มีคุณภาพ ควรปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น แต่กลับไม่บอกว่าจะปฏิรูปอย่างไร ใครเป็นคนทำ ทำโดยวิธีใด ถ้ามีหลายวิธีๆ ใดดีที่สุด ท่านนายกฯ จึงมอบให้ตน และคุณสุวพันธ์ไปประสาน ซึ่งเราคิดอยู่แล้วว่า คงจะต้องขอพบกับ กมธ.ทุกคณะ เพื่อสื่อความกันว่า รัฐบาลอยากให้ สปช.ช่วยทำอะไร หรือ สปช.ได้ทำอะไรเสร็จสิ้นแล้ว และมีวิธีส่งมายังรัฐบาลอย่างไร ขั้นตอนใด คาดว่าสัปดาห์หน้า คงจะได้พบปะพูดจากัน ส่วนเรื่องเนื้อหาเราไม่ได้แทรกแซง
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะมีการพิจารณารัฐธรรมนูญรายมาตราหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องมี เพราะรัฐธรรมนูญบังคับว่า เมื่อ กมธ.ยกร่างฯ รธน. ร่างเสร็จ จะต้องส่งให้แม่น้ำทั้ง 5 สาย และประชาชน พิจารณาเพื่อที่จะให้ความเห็น ถ้าใช้ภาษาสภาก็คล้ายว่าใครอยากแก้อะไรก็แก้ไป แต่ กมธ.ยกร่างฯ จะเอาหรือไม่ก็ได้ สุดท้ายอาจจะไม่แก้ตามก็ได้ และถ้าแม่น้ำแต่ละสายขอแก้เพียงมาตราเดียวแล้วไปคนละทิศ กมธ.ยกร่างฯ ก็คงต้องเลือกเอาทิศหนึ่ง จะเอาใจใครทั้งหมดไม่ได้ หรือจะทำอย่างเดิมของเขาก็ได้
ส่วนรัฐธรรมนูญจะถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นในวันนี้ เอาไว้ให้ชัดกว่านี้หน่อย
ต่อข้อถามที่ว่า มองว่าข้อเสนอของ กมธ.ยกร่างฯ รธน. สะเปะสะปะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้อาจจะมีลักษณะอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ถ้าให้ตนไปเป็น กมธ.ก็คงสะเปะสะปะ เพราะกว่าจะจับปูใส่กระด้ง แล้วร่อนสิ่งที่ไม่ถูกต้องออกจนเหลือสิ่งที่ต้องการ ต้องใช้เวลาซักนิดเพราะฉะนั้นไม่แปลก คน 36 คน ก็ 36 ความคิด
"ผมยืนยันเลยว่า รัฐบาลไม่ได้มีธง ถ้ามีคงไม่ได้มาอย่างนี้หรอก เลือกใช้วิธีอื่นไปนานแล้ว เราปล่อยให้ไปคิดกันเอง ไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาเสียเงินเสียทอง เสียความรู้สึกทำไม" นายวิษณุ กล่าวและว่า เป็นธรรมดาที่เพิ่งตั้งต้นก็ค่อยๆ ตะล่อมไปๆ กว่าจะมาถึงวันนี้ ย้อนกลับไปดูเมื่อเดือนที่แล้วตอนตั้ง กมธ.ยกร่างฯ ใหม่ๆ ก็เห็นว่ามีอะไรพัฒนากว่าตอนนั้นเยอะ ตอนนั้นป่วนยิ่งกว่านี้ ตอนนี้ค่อยยังชั่ว แต่พอเกิดประเด็นใหม่ขึ้นมา ก็เริ่มชุลมุนอีก แต่พอไปซักพักก็คงตกผลึก
ส่วนประเด็นที่มีการเสนอเรื่องนายกฯ คนนอก จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าสุดท้ายคำตอบคืออะไร ก็ค่อยดูกันอีกที ซึ่งมีคำชี้แจงบ้างแล้ว แต่คนส่วนหนึ่งบอกว่ายังฟังไม่ขึ้น แต่ถ้ายังยืนยันความคิดเดิม ก็คงต้องทำให้คนพยายามเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นให้มากขึ้นกว่านี้ เว้นแต่เขาจะเปลี่ยนความคิด
แจงนำ กทค.-กสท. ออกจาก กสทช. เพื่อไม่ให้งานซ้ำซ้อน
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลหลายฉบับ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่งยกเลิกอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ว่า เนื่องจากมีคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา คือ คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้อำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกันบางส่วน จึงต้องมีการจัดเสียใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนเป็นการลดอำนาจของ กสทช.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กสทช.เกิดจาก พ.ร.บ.กสทช. ส่วนที่เรากำลังจะทำกฎหมายออกมาใหม่เป็นกฎหมายที่มีฐานะเท่ากัน เป็นธรรมดาที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนจะสามารถเปลี่ยนแปลงกรรมการ กสทช.ให้หลากหลายได้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ เขาก็เปลี่ยนเรื่ององค์ประกอบ อำนาจหน้าที่เรื่องความสัมพันธ์กับรัฐ
ส่วนเหตุใดจึงไม่แก้ไขกฎหมายของ กสทช.แต่มาออกกฎหมายใหม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากแก้ตรงนั้น จะเท่ากับว่ายังไม่ครอบคลุมสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งทำได้ 2 แบบ คือ 1. แก้ไขกฎหมาย กสทช. และ 2. ออกกฎหมายใหม่ สุดท้ายเป็นเพียงเทคนิคทางกฎหมายเท่านั้นเอง บังเอิญว่าการออกกฎหมายใหม่ครั้งนี้ มีความจำเป็นมากกว่า เพราะต้องสร้างอะไรขึ้นมาใหม่เยอะที่มันแปลกปลอมไปจาก กสทช. ดังนั้น จะไปใส่ในกฎหมาย กสทช.ไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มี นายกฯ เป็นประธาน จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการประมูลคลื่น 4จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่แน่ว่ากฎหมายจะออกมาทันหรือไม่ แต่หากทันก็เป็นคณะกรรมการชุดนี้



