
เด็ก1ปี9เดือนถูกรถไฟขยี้ร่างขาด2ท่อน
สลด!รถไฟขยี้เด็กน้อยวัย 1 ขวบ 9 เดือน ร่างขาด 2 ท่อน พ่อแม่เพิ่งจัดงานทำบุญเสร็จ ปล่อยลูกเล่นซน เดินขึ้นทางรถไฟจนถูกทับตายอนาถ อุดรธานีสร้างเครื่องกั้นรถไฟ38จุด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มกราคม ร.ต.ท.สุรชัย บุญอินทร์ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ได้รับแจ้งเหตุรถไฟทับร่างเด็กเสียชีวิตบนทางรถไฟสายใต้ ระหว่างสถานีรถไฟบ้านโป่ง-สถานีรถไฟนครชุมน์ หมู่ 2 ต.สวนกล้วย เมื่อไปตรวจสอบพบชิ้นส่วนมนุษย์ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ห่างจากทางรถไฟออกไป 30 เมตร พบนางน้ำฝน ประนอมอนุรักษ์ อายุ 25 ปี นั่งร่ำไห้กอดร่างลูกชายวัย 1 ขวบ 9 เดือน อยู่หน้าบ้าน สภาพศพช่วงหน้าอกถูกรถไฟทับขาดออกเป็น 2 ท่อน และแขนขวาขาด น่าเวทนา
สอบสวน นายอนุวัฒน์ ประนอมอนุรักษ์ อายุ 30 ปี บิดาของเด็กน้อยที่เสียชีวิต ทราบว่า ครอบครัวพากันมาปลูกบ้านพักอาศัยใกล้ทางรถไฟ ก่อนเกิดเหตุทางบ้านได้จัดงานทำบุญศาลเจ้า หลังจากงานเลิกตนและนางน้ำฝนช่วยกันขนของใช้ ซึ่งมีจานชาม โต๊ะเก้าอี้ เพื่อนำไปคืนวัดบ้านโป่งที่ไปขอยืมมาใช้ในงาน
นายอนุวัฒน์กล่าวว่า ระหว่างกำลังขนขึ้นรถ ปล่อยให้ลูกชายเดินเล่นอยู่เพียงลำพัง แต่ลูกชายเดินและปีนขึ้นไปบนทางรถไฟหน้าบ้าน โดยไม่ทันระวัง เป็นจังหวะเดียวกับที่มีขบวนรถไฟโดยสาร ขบวนที่ 252 ออกจากสถานี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลายทางสถานีบางซื่อ กทม. ผ่านมา จึงทับร่างจนขาดออกเป็น 2 ท่อน
ทั้งนี้ ที่บ้านเลขที่ 23/10 หมู่ 2 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ครอบครัวได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีโลงศพตั้งอยู่ที่หน้าบ้าน บนโลงและด้านหน้ามีรูปเด็กน้อย ขวดนม พร้อมของเล่นที่เล่นอยู่เป็นประจำ
เพื่อนบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุร้ายเพียง 1 วัน เห็นเด็กน้อยคนนี้เดินเล่นแถวรางรถไฟมาแล้ว และไปนำตัวกลับมา เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตราย กระทั่งมาเกิดเหตุร้ายขึ้นในที่สุด
อุดรธานีสร้างเครื่องกั้นรถไฟ38จุด190ล้าน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผวจ.อุดรธานี นายอดุล จันทนปุ่ม นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี ร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 จ.อุดรธานี กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปสถิติอุบัติเหตุทั้งเจ็ดวันแห่งความสุขพบว่า วันสุดท้ายมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย ทำให้ยอดสะสมปีนี้ เกิดอุบัติเหตุ 79 ครั้ง บาดเจ็บ 80 คน เป็นอันดับ 7 ของประเทศ และเสียชีวิต 10 ราย สูงเป็นอันดับ 8 ของประเทศ
สำหรับผู้เสียชีวิต 10 ราย เป็นรถที่ประสบอุบัติเหตุ ได้ทำประกันภัยผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน 5 ราย ไม่ทำจำนวน 5 ราย โดยเป็นรายที่ไม่ได้รับค่าปลงศพ 2 ราย เพราะเป็น จยย.แหกโค้งไม่มีคู่กรณี ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 3 ราย รถยนต์คู่กรณีมีประกันภัย ซึ่งจะต้องรอผลการสอบสวน ขณะผู้บาดเจ็บ 80 คน ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.12 คน เป็นผู้ป่วยอยู่ในห้อง ไอซียู. 2 คน คือ ด.ญ.นันทิยา วรรณพัฒน์ อายุ 4 ขวบ เหตุจาก จยย. ที่ อ.หนองแสง และ ด.ช.ภาณุพงษ์ ล้ำล้น อายุ 8 ขวบ เหตุจาก จยย. ที่ อ.เพ็ญ
นพ.สมิตร ประสันนาการ สาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในปีนี้มีผู้สูงอายุ และเด็ก ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ จะมีอุบัติเหตุสูงขึ้นกว่าปกติ และในช่วงเข้าพรรษาอุบัติเหตุทางถนนก็จะลดลง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยตั้งเป้า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนไม่เกิน 19 คนต่อแสนประชากร โดยที่ผ่านมา จ.อุดรธานี มีสถิติสูงถึง25 รายต่อแสนประชากร
จากการรณรงค์ทำให้สถิติลดลง โดยตลอดปี 57 มีผู้เสียชีวิต 309 ราย พิการ 14 คน ใกล้เคียงกับปีก่อน คิดเป็น 19.81 รายต่อแสนประชากร หลายหน่วยงานได้ร่วมสรุปสถิติอุบัติเหตุ ช่วงปีใหม่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ก็ยังสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ แม้หลายโครงการได้ผลเป็นที่พอใจ แต่เหตุการณ์รถไฟชนรถยนต์หลายครั้ง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมาก ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ของอุดรธานี เพราะมีทางพาดรถไฟมากถึง 58 แห่ง มีเครื่องปิดกั้นเพียง 15 แห่ง และในปีนี้จะจัดสร้างอีก 5 แห่งๆละ 5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทางลักผ่านอีก 7 แห่ง ซึ่งในวันที่ 15 มกราคมนี้ สนง.เครือข่ายลดอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมผู้แทนการรถไฟฯ จะมาประชุมร่วมกับ จ.อุดรธานี ร่วมกันหาทางแก้ไขทั้ง 38 แห่งที่เหลือ ซึ่งจะต้องใช้งบสูงถึง 190 ล้านบาท
นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรเอกชน เครือข่ายลดอุบัติเหตุ และอาสาสมัครกว่า 15,000 คน ได้ร่วมกันทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้อุบัติเหตุบนถนนลดลง จากอุบัติเหตุรถไปชนรถยนต์บนทางพาด มาตั้งแต่ก่อนปีใหม่จนเลยมีใหม่3 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ทุกฝ่ายได้เข้ามาแก้ไขทางพาดรถไฟ ที่ไม่มีเครื่องปิดกั้นเบื้องต้น ด้วยการวางกรวยยาง จัดทำลูกระนาด ติดตั้งไปแสงสว่าง แต่อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม จึงขอให้แขวงการทาง และทางหลวงชนบท ไปให้คำแนะนำ อปท.ตามแบบมาตรฐานให้ครบทุกแห่ง ต่อไปก็ต้องจัดหางบของท้องถิ่น หรืองบอุดหนุนส่วนกลาง มาทำให้ถาวร



