ข่าว

สร.กฟน.บุกสภาขู่ตัดไฟหน่วยงานรัฐค้างค่าไฟ

สร.กฟน.บุกสภาขู่ตัดไฟหน่วยงานรัฐค้างค่าไฟ

09 ก.ค. 2552

สหภาพกฟน.บุกสภายื่นกมธ.งบจี้หน่วยราชการไม่จ่ายค่าไฟ ขู่ตัดแน่หน่วยงานรัฐค้างค่าไฟ

(9ก.ค.) เวลา 11.30 น. ตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงจำนวน 40 คนนำโดยนายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพฯได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายวิทยา บุรณศิริ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 53 สภา ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านเพื่อขอให้ตรวจสอบสอบงบประมาณรายจ่ายในส่วนของราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีหนี้ค่าไฟฟ้าค้างชำระ โดยนายเพียร กล่าวว่า สหภาพเคยประกาศให้หน่วยราชการต่างๆมาชำระหนี้ค่าไฟบัดนี้ครบ 7 วัน หากวันพรุ่งนี้( 10 ก.ค.)ยังไม่มีการมาติดต่อขอเจรจา หรือยังคงเพิกเฉย สหภาพฯก็จะประกาศวันที่จะทำการตัดกระแสไฟฟ้าที่ชัดเจนให้ทราบล่วงหน้า เพราะต้องการใช้มาตรฐานเดียวกับการชำระค่าไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศที่ติดหนี้เพียง 50 สตางค์ก็ต้องถูกตัดไฟ

 เมื่อถามว่าไม่เกรงว่าประชาชนจะมองว่าเป็นการทำเพราะไม่พอใจที่รัฐบาลไม่อนุมัติขึ้นค่าครองชีพหรือไม่ นายเพียร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลยถึงพวกตนจะได้ค่าครองชีพก็ต้องทวงหนี้ในส่วนนี้อยู่ดีเพราะเป็นประโยชน์ของสหภาพฯที่จะต้องเร่งรัดเงินในส่วนนี้

 นายเพียร กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบการชำระหนี้ค่าไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ณ วันที่ 31 พ.ค. 52 มีหนี้ค่าไฟฟ้าค้างชำระสะสมจำนวน 1,102.99 ล้านบาท เปรียบเทียบกับเดือนเมษายน 52 จำนวน 1,102.86 ล้านบาท ลดลงเพียง 79.87 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 7.24 จำแนกเป็นหนี้ค้างของส่วนราชการจำนวน 902.99 ล้านบาท และหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน 120 ล้านบาท โดยหน่วยราชการอ้างว่าที่ชำระหนี้ไมได้เพราะงบประมาณถูกปรับลดลง ขณะที่นายวิทยา กล่าวหลังรับหนังสือว่า ตนจะติดตามทุกองค์กรเพื่อให้รับผิดชอบ และจะนำไปซักถามในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯงบประมาณด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายงานหนี้ค่าไฟฟ้าสะสมหน่วยงานต่างๆ วันที่ 31 พ.ค. 52 พบอันดับหนึ่งได้แก่ ก.กลาโหม 203,547,400.59 ล้านบาท อันดับสองเป็นหน่วยงานที่ไม่สังกัดสำนักนายกฯ กระทรวง ทบวงกรม 176,380.454 ล้านบาท อันดับสามคือศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร จำนวน 157,736,412.59 ล้านบาท อันดับสี่คือทบวงมหาวิทยาลัย จำนวน 120,176,756.69 ล้านบาท อันดับห้าได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการจำนวน 66,155,666.10 ล้านบาท อันดับหกได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 48,237,342.33 ล้านบาท อันดับเจ็ดได้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 13,771,276.11 ล้านบาท อันดับแปด ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอ จังหวัด จำนวน 12,154,991.01 ล้านบาท อันดับเก้าได้แก่กระทรวงยุติธรรม จำนวน 9,927,135.93 ล้านบาท และอันดับสิบได้แก่กระทรวงมหาดไทยจำนวน 9,824,131.63 ล้านบาท