ข่าว

‘ประวิตร-ประยุทธ์’ยัน3นายพลรมต.ไม่ไขก๊อก

‘ประวิตร-ประยุทธ์’ยัน3นายพลรมต.ไม่ไขก๊อก

06 ม.ค. 2558

‘ประวิตร-ประยุทธ์’ยัน3นายพลรมต.ไม่ไขก๊อก ‘บิ๊กป้อม’ครวญอย่ามโนวอนเสนอความจริง

                 6ม.ค.2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีกระแสข่าวนายพลทหาร 3 นายร่วมคณะรัฐมนตีจะลาออกว่า  เรื่องข่าวลือที่มีข่าวว่าจะให้รัฐมนตรีบางคนที่ควบตำแหน่งข้าราชการประจำลาออกจากตำแหน่งข้าราชการประจำนั้น ไม่เป็นความจริง    

                “เพราะคนอนุมัติมีเพียงคนเดียวคือผม คนที่จะปรับรัฐมนตรีก็คือผม วันนี้ผมยังไม่ได้อะไรทั้งสิ้น ไม่มีใครลาออกทั้งสิ้น และผมไม่ได้ให้ใครลาออก ถ้าจะให้ใครลาออกผมคงไม่ให้เขาเข้ามาตั้งแต่ต้นแล้ว วันนี้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็บัญญัติไว้ชัดเจนให้ข้าราชการประจำสามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและบริหารงานได้ ซึ่งรัฐมนตรีที่เป็นข้าราชการประจำก็ทำงานหนักเป็นสองเท่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ทำงานนะ ทั้งท่านผบ.ทบ. และรอง ผบ.ทบ. ก็ทำงานสองอย่าง ซึ่งผมว่าทำงานสองอย่างทำได้เยอะกว่าคนทำอย่างเดียวจะบอกให้ เพราะเขาทำสองอย่างทำงานด้วยความตั้งใจ ซึ่งพวกผมตั้งใจทำงานเพราะรู้ว่าเวลาเรามีจำกัด และปัญหามีเยอะผมจึงได้ขอร้องให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ บางคนทำงานทั้งเช้าเย็น กลางคืนก็ทำงาน หรือจัดแบ่งเวลาซึ่งผมคิดว่าไม่ยากบริหารงานให้ได้เพราะมีลูกน้อง มีผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ ก็มอบหมายคนที่ไว้วางใจให้ทำงานต่อให้นโยบายสั่งงานลงไป หรือบางอย่างก็ไปทำเองก็ไม่เห็นยากถ้าจะทำ มันมีเวลา มีใจ ทุกคนมีใจในการทำงาน ไม่มีใครลาออก ผมไม่ได้ให้ใครลาออก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการปรับย้ายแต่งตั้งผบ.เหล่าทัพใหม่ เป็นสิทธิเป็นอำนาจของตนในการอนุมัติ ซึ่งก็มีคณะกรรมการแต่งตั้งอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.กลาโหม ก็จะมีการเสนอขึ้นมาตามขั้นตอน และการปรับย้ายจะไม่ทำกันกลางปีเว้นแต่จะมีความผิด ถ้าไม่ผิดก็ไม่มีการปรับ จะไปดำเนินการในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นการปรับย้ายหลัก ส่วนการปรับในเดือนเมษายนนั้น ถือเป็นการปรับเพื่อหมุนเวียนเพื่อรอเกษียณ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการปรับย้ายใดๆทั้งสิ้นเพราะถือว่ามีการปรับไปแล้ว ในเดือนเมษายนก็จะมีการปรับเพื่อทดแทนปรับเลื่อนตำแหน่งเล็กน้อย

                “ยืนยันว่าผบ.เหล่าทัพยังไม่มีการปรับย้ายและไม่เห็นว่าจะไปเดือดร้อนใคร ไม่ใช่ว่าจะปรับเพราะไม่มั่นใจอำนาจ เพราะผมไม่ได้ต้องการอำนาจ วันนี้ผมเพียงต้องการอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินในการปกครองเพื่อบังคับบัญชาเท่านั้น ไม่ใช่เอามาปกป้องผมผมถือว่าทุกคนทำงานพื่อชาติบ้านเมือง คิดว่าทุกคนจะไปคิดอะไรที่ไม่ใช่เรื่อง ทหารไม่ได้คิดแบบพลเรือนทั่วไป อย่ามากังวลผมในเรื่องนี้ ถ้าอยู่ได้ก็คืออยู่ได้ประชาชนยอมรับในการทำงาน  แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ก็คืออยู่ไม่ได้ ประชาชนไม่ยอมรับการทำงาน วันนี้ต้องดูว่ามันดีหรือแย่กว่าเดิมก็ต้องไปหาคำตอบเองเอง ถ้าการทำงานแย่กว่าเดิมก็ขอให้บอกมาจะได้แก้ไข” นายกรัฐมนตรี กล่าว

                ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีรัฐมนตรีคนใดมาบ่นถึงเรื่องการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เห็นมีใครมาบ่น ตนเองก็ได้ให้กำลังใจกับทุกคน โดยเฉพาะกับรัฐมนตรี 3- 4 คน ที่ทำงานหนัก ซึ่งทุกคนก็บอกว่าไหว “ทุกคนบอกผมทำให้ได้ช่วยพี่ได้ ผมทำเพื่อบ้านเมืองไม่เห็นใครเดือดร้อนเลย”

                เมื่อถามว่ามองว่าเป็นเรื่องของคลื่นใต้น้ำที่มีการเคลื่อนไหวอยากให้มีการปรับตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มีคลื่น ข่าวก็ปล่อยมาจากพวกเรานั่นแหละ สื่อก็อย่าเขียนข่าวกันมากนักข่าวที่ออกมายืนยันว่าไม่มีมูล โดยเฉพาะเรื่องน้องชาย (พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา) ของผมก็ไม่เกี่ยว วันนี้ไม่มีคำว่าน้องชาย มีแต่ข้าราชการกองทัพบก วันนี้ผมไม่ได้อยู่ในกองทัพบกก็ให้สิทธิ ผบ.ทบ.เป็นผู้ตัดสินเป็นผู้พิจารณา อย่ามากังวลกับผมยืนยันว่าไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ในทางที่ผิดอยู่แล้ว กองทัพบกเขามีคำว่าอาวุโส ถึงแม้จะมีรุ่นหรือเกษียณพร้อมกันแต่ก็ต้องดูว่าใครอาวุโสกว่า หรือหากมีความจำเป็นเหตุผลอย่างอื่น เช่นทำงานได้ดีกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า คณะกรรมการพิจารณาของกองทัพบกก็ต้องว่ากันไปไม่เกี่ยวกับผม อย่ามากังวลว่าผมจะต้องเอาคนนั้นคนนี้มา ที่ผมพูดใครจะเป็นก็เป็นไปไม่ได้มีผลกับผม เพราะผมถือว่ากองทัพบกก็คือกองทัพบกของชาติและประชาชน และผมก็ทำงานเพื่อชาติเพื่อประชาชน และเชื่อว่าทุกกองทัพมีความเข้มแข็งอยู่แล้วผมไว้ใจทุกคน ไม่มีใครทำนอกกรอบและผมก็ไม่เคยไปละลาบละล้วง คนเราต้องเคารพในกติกา เคารพในสิทธิ์และอำนาจของคนอื่นบ้าง อย่าไปถืออำนาจอยู่คนเดียว ทุกคนอาจจะมองว่าผมมีอำนาจล้นฟ้า แต่ผมไม่ได้ใช้ ความจริงผมจะใช้ก็ได้แต่ผมไม่ได้ใช้ ผมเคารพคนอื่นด้วยเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศอยู่ได้ ถ้ามัวแต่เลือกคนนั้นคนนี้ก็จะทำให้เสียหายไปเรื่อยๆ ประเทศก็อยู่ไม่ได้เรื่องนี้เป็นสิ่งที่กังวลมากกว่าตำแหน่งต่างๆ”

                เมื่อถามว่าเป็นการตีกันในการแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้อนถามว่า ก็ใครเป็นคนปล่อยข่าวก็ต้องไปถาม เรื่องนี้ไม่เห็นมีใครมาพูดกับตนสักคน และการแต่งตั้งโยกย้ายก็เพิ่งทำในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจะให้ตั้งใหม่อีกแล้วหรือ ยังเหลือเวลาอีก 9 เดือน จะรีบร้อนไปไหนกัน ไม่ต้องมาวิเคราะห์ วางแผนแทนทหาร ไม่เช่นนั้นก็เป็น รมว.กลาโหมกันหมดแล้ว ใครจบแล้วก็จบไป ตนหมดหน้าที่จาก ผบ.ทบ.ก็ไม่ต้องไปปรับย้าย ผบ.ทบ.หรือปรับย้ายในกองทัพบก วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานในการพิจารณาปรับย้ายคือ รมว.กลาโหม ก็จะมีการพิจารณาแต่งตั้งกันเอง จากนั้นก็เสนอมายังตนเพื่อเซ็นต์รับสนองพระบรมราชโองการก็เท่านั้นจะมาอะไรกันนักหนา ทุกคนโตมาถึงวันนี้ก็เป็นได้ทุกคนเพียงแต่จะเหมาะสมหรือไม่ มีอาวุโส มีการยอมรับไหม ทหารเขาไม่เรื่องมากอยู่แล้ว การขึ้นมารับตำแหน่งไม่ได้ขึ้นมาเพื่อเอาอำนาจเอาประโยชน์เราไม่ได้สอนกันแบบนั้น
 


‘บิ๊กป้อม’ครวญอย่ามโนวอนเสนอความจริง

              ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวว่า อย่าถามเรื่องการลาออกของ 3 นายทหารที่เป็นข่าว เพราะเขาตอบมากันเท่าไหร่แล้ว

              เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ระบุว่า มีการลาออกจริง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใครลาออก ก็ไปถาม พล.อ.ชวลิต อย่ามาถามผม หากลาออกก็ยืนยันมาว่า ลาออก มีที่ไหนในเมื่อตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

              เมื่อถามต่อว่า มีการยุแหย่กันเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่รู้ ผมไม่รู้ แต่ผมเอาข้อเท็จจริงมาพูด อย่าไปเขียน เรื่องมโน อะไรอย่างนี้ไม่เอา ต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าว

 

นายกฯให้3เดือนตีโจทย์ปฏิรูป

               พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวต่อว่า วันนี้การปฏิรูปจะเกิดโดย 3 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.รัฐบาล คสช.ข้าราชการ 2.จากประชาชนที่ได้รับฟังความเห็นมา และ3.สปช.ที่ได้กำหนดหัวข้อออกมาโดยทั้งหมดจะนำมารวมกลุ่มใหม่ผ่านกระบวนการเข้าสู่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป อย่างไรก็ตาม อย่าไปให้ความสำคัญกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างเดียวเพราะเป็นเรื่องของการเลือกตั้ง หรือการบริหารราชการแผ่นดินระยะต่อไป อยากให้ทุกคนสนใจว่าวันนี้สนช.ออกกฎหมายอะไรบ้างมีผลโดยรวมกับสังคมอย่างไร จะมีทั้งคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เพราะการออกกฎหมายต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลจะดูแลทั้งผู้เสียประโยชน์และได้ประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องหนี้สาธารณะ หนี้บุคคล หนี้ครัวเรือน ที่ต้องดูแลทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ด้วย ภาษีที่ดิน รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ดังนั้นทุกคนต้องเข้าใจว่าเราบริหารราชการกันอย่างไร ถ้าจะให้ทุกคนได้หมดคงเป็นไปไม่ได้ ได้ชี้แจงไปแล้วว่า 3 เดือนต่อไปต้องมีอะไรออกมาชัดเจน ทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายใน 1 ปีให้ได้ วันนี้อะไรทำก่อนได้ทำทันทีโดยรัฐบาล และให้มีผลสัมฤทธิ์ 1 ปี โดยสนช.ตามโรดแม็ป ส่วนการทำให้เกิดความยั่งยืนเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่จะรับไป ถ้าจะไม่ให้เสียเปล่ามันต้องส่งต่อให้ได้

 

บิ๊กตู่มอบ'วิษณุ-สุวพันธุ์'ประสานสนช.-สปช.ปมปฏิรูป


                พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่1/2558 ว่า ในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้แจ้งว่า ตามที่ได้ติดตามทั้งสนช.และสปช. พบว่าหลายกรณีสนช.และสปช.ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ จึงมอบหมายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการให้ข้อมูลกับสนช.และสปช.ให้รับทราบว่ารัฐบาลมีข้อมูลเดิมอย่างไร มีแนวคิดปฏิรูปและมีอะไรเป็นต้นทุนเพื่อเป็นแนวทาง เพราะหากให้คิดอะไรใหม่กก็จะคนทิศละทาง


เมินเสียสิทธิ์จีเอสพี ชี้เศรษฐกิจไทยดีของยังขายได้


                พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่1/2558 ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ระบุเรื่องการเสียสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรของสหภาพยุโรป(จีเอสพี) โดยให้กำลังใจทุกภาคส่วน อย่าคิดลักษณะของการสูญเสีย เพราะระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของไทยดีขึ้น และไม่ได้หมายความว่าเราขายของไม่ได้แล้ว เพราะตัวที่ทำให้เราแข่งขันได้ดีคือคุณภาพของสินค้า ราคาและต้นทุนมากกว่า พร้อมกันนี้หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าการเสียสิทธิ์จีเอสพีไม่มีผลกระทบเท่าไร เพราะมีการแจ้งเป็นระยะและผู้ประกอบการก็มีการเตรียมตัวอยู่แล้ว


มอบ"ยงยุทธ"ตั้งคณะทำงานพัฒนางานวิจัย


                พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่1/2558 ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการเรื่องการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีว่า จากการไปเยือนจีนพบว่าเขามีนักวิทยาศาสตร์6-7หมื่นคน เมื่อเทียบสัดส่วนของไทยแล้วถือว่าไทยยังมีน้อย ซึ่งส่งผลต่อเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ จึงมอบหมายนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม ไปทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม อย่ามองหน่วยงานราชการอย่างเดียวเพราะเป็นไปได้ยาก ต้องตั้งโครงสร้างหรือตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วม เพื่อเชื่อมสถาบันการศึกษาและโรงงานในกระบวนการสนับสนุนและให้ความรู้ คิดค้นพัฒนาและปฏิบัติในระดับโรงงานก่อน โดยนำงานวิจัยที่มีอยู่แล้วมาเป็นต้นทุนในการผลิตนวัตกรรมเพื่อเป็กำลังใจขับเคลื่อนต่อยอด


สั่งจัดวันเด็กไม่ให้ท่องค่านิยม12ประการ


                พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่1/2558 ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงวันเด็กแห่งชาติที่มีคำขวัญว่า "ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนคต" โดยเน้นเรื่องค่านิยม12ประการ  แต่ให้หน่วยงานระมัดระวังเพราะไม่ต้องการให้เด็กมาท่องจำค่านิยม  แต่ต้องการสร้างพื้นฐานและให้ประชาชนรู้และปฏิบัติว่าถ้ายึดหลักสังคมจะดีขึ้นอย่างไร เพราะปัญหาแก้ไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็ช่วยยกระดับสังคมให้ดีขึ้น และนอกจากนี้อยากให้สอดแทรกเรื่องสังคมจิตวิทยา วัฒนธรรมที่ดีงามของไทยและเรื่องการเฝ้าระวังในการช่วยแจ้งข่าวสารข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ด้วย


สั่งมท.-พณ.หามาตรการลดราคาสินค้าลง

                พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงราคาสินค้าในประเทศว่ามีการติดตามข้อมูลแและมีการร้องเรียนพบว่ามีสินค้าบางรายการ โดยเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภคอาหารการกินที่มีราคาสูงกว่าที่น่าจะเป็น นายกฯจึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ติดตามและออกกฎกติกาไม่ให้ราคาสินค้าสูงกว่าที่จะเป็น โดยให้ยึดหลักการของราคาน้ำมันเป็นหลักที่มีการลดราคาลง ราคาของสินค้าเกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันอยางไร แและราคาควรจะเป็นเท่าไร


ยังไม่พอใจแม้ยอดอุบัติเหตุปีใหม่ลด
 
                พล.ต.สรรเสริญ  แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่1/2558 ว่า ในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณครม.และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางและดูแลในส่วนของความปลอดภัยช่วงปีใหม่ และแม้การเสียชีวิตและอุบัติเหตุจะลดลง 6-7 % แต่ยังไม่พอยังเป็นที่พอใจของรัฐบาล เพราะชีวตเป็นเรื่องสำคัญดังนั้นต้องทำหน้าที่เต็มที่ต่อไป

                พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เวลา 1 เดือน ให้หน่วยงานเก็บรวบรวมรายละเอียดสถิติที่ละเอียดกว่าที่มีการเผยแพร่ในสื่อมวลชน ต้องดูว่าเกิดที่ไหน ประเด็นและสาเหตุมาจากอะไรเพื่อให้ได้ข้อสรุป เพื่อลดยอดการสูญเสียในวงรอบในวันหยุดนขัตฤกษ์ต่อไปคือวันสงกรานต์ที่ต้องทำให้ดีกว่านี้


ครม.เห็นชอบ“ร่างกม.รองรับการพัฒนาศก.ดิจิทัล”8ฉบับ

                รอ.นพ. ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชกฤษฎีการวม 8 ฉบับ ดังนี้ คือ 1.ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ (เป็นการโอนสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2545)

                โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า 2. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะการทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนพิเศษแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ การให้สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมันคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติเป็นหน่วยงานกลาง ตลอดจนการให้สำนักงบประมาณ (สงป.) และกระทรวงการคลัง (กค.) สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ

                ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... กำหนดหลักเกณฑ์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การให้มีคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ (เป็นการโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทุนและทรัพย์สิน ของสำนักความมั่นคงปลอดภัย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ไปเป็นของสำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้)

                รอ.น.พ. ยงยุทธ กล่าวว่า 4.ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้หรือเปิดเผย และข้อปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ สิทธิของเจ้าของข้อมูล หลักเกณฑ์การร้องเรียน และการให้มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า 5.ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พ.ศ. .... เป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ และการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

                รอ.นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า 6.ร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... เป็นการจัดตั้งกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และให้มีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

                โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า 7.ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุทาทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ให้ยกเลิกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม และแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่

                รอ.นพ.ยงยุทธ ยังกล่าวว่า 8.ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอกนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งสาระสำคัญของเรื่อง ทก.เสนอว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยประสบผลสำเร็จ การมีโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ ไปสู่ยุคของสังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนและพิจารณาความพร้อมของกฎหมายภายในประเทศเพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

                โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายให้มีความพร้อมนี้จำเป็นต้องดำเนินการ ทั้งในมิติของการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศสามารถพัฒนาไปสู่ยุคของสังคมดิจิทัลได้ ซึ่งการดำเนินการ ปกป้องดูแล และคุ้มครองให้การดำเนินการในยุคของสังคมดิจิทัลมีความปลอดภัยในคราวเดียวกัน โดยกฎหมายที่ควรมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

                รอ.นพ.ยงยุทธ กล่าวต่อว่า ประกอบด้วย 1) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นกฎหมายที่นำไปสู่การยอมรับผลทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทริอนิกส์ให้มีผลเช่นเดียวกับกระดาษ 2) กฎหมายที่ป้องปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ที่มีรูปแบบและวิธีการต่างไปจากความผิดโดยทั่วไป 3) กฎหมายที่พร้อมรับมือกับการจัดการกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการโจมตีทั้งในระดับองค์กรและประเทศ และ 4) กฎหมายที่คุ้มครองแก่ประชาชนในการใช้ชีวิตในโลกเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีเป็นส่วนตัว ปราศจากการละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล ที่มักเป็นเป้าหมายในการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ไม่พึงประสงค์