ข่าว

ผบ.ทบ.วอนหยุดปล่อยข่าว3นายพลไขก๊อก

ผบ.ทบ.วอนหยุดปล่อยข่าว3นายพลไขก๊อก

06 ม.ค. 2558

ผบ.ทบ.วอนหยุดปล่อยข่าว 3 นายพลลาออก ลั่นทำงานไม่มีปัญหา เปรียบลงเรือลำเดียวกันช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ย้ำไม่กดดัน ชี้ถกสันติสุขต้องใช้เวลา

 
            6 ม.ค.58 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า 3 นายพล ได้แก่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ,พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และรองผบ.ทบ. ,และพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และหัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา กองทัพบก อาจจะลาออกจากตำแหน่งทหารก่อนเกษียณอายุราชการในเดือนต.ค.นี้ เพื่อไปทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียวว่า ตนไม่รู้ว่าเกิดข่าวนี้มาได้อย่างไรและคิดว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่รู้ว่าข่าวนี้เกิดมาได้อย่างไร เพราะจากที่เราทำงานกันมาทุกคนที่มีตำแหน่งและได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติมได้ทำหน้าที่มาด้วยดีและไม่มีปัญหาอะไร สามารถแบ่งเวลาในการปฏิบัติงานได้ ทุกคนทำหน้าที่ได้ไม่มีปัญหา
 
            “คิดว่าสิ่งต่าง ๆ ผู้ที่เริ่มข่าวจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ผมไม่สามารถรับทราบได้แต่คิดว่าถ้าเริ่มข่าวโดยมีความตั้งใจแอบแฝง ผมคิดว่าท่านไม่ปรารถนาดีเท่าไหร่ ขอให้กลับไปคิดว่าเริ่มข่าวนี้อย่างไรและทำไม ต้องเข้าใจว่าขณะนี้เรามีสภาวะเหมือนปกติ ทั้งที่ผ่านมาจริง ๆ แล้วไม่ปกติจากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสียสละตั้งแต่เป็นหัวหน้าคสช. เข้ามาดำเนินการจนขณะนี้มีรัฐบาลตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกประการ อีกทั้งต่างชาติก็ยอมรับรัฐบาลแล้ว สามารถควบคุมสถานการณ์ให้ทุกอย่างเป็นปกติแล้ว ไม่มีม็อบ ไม่มีความร้ายแรง ไม่มีใครใช้อาวุธสงครามในพื้นที่เมืองกทม. ไม่มีเอ็ม 79 ตกลงไปในกลุ่มคนที่ทำให้เด็ก ผู้หญิง และคนชราเสียชีวิต เราอย่าลืมตรงนี้ไปว่าถ้าไม่มีการควบคุมสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นแล้วเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด ดังนั้นต้องเข้าใจกัน” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
 
            พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า การที่เราต้องทำงานหลายๆด้านนั้นมีความจำเป็น ต้องมาช่วยกันดูแลเมื่อผ่านพ้นขั้นตอนที่นายกฯกำหนดตามโรดแม็พก็เข้าสู่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามขั้นตอน แต่ทุกคนต้องเข้าใจว่าทุกอย่างเริ่มมาจากสภาวะที่ไม่ปกติและเราต้องรักษาสถานการณ์ให้ปกติ ซึ่งขณะนี้ทุกคนมีความรู้สึกเป็นปกติจนลืมไปว่าสิ่งที่ผ่านมาไม่กี่เดือนมันไม่ปกติและมีความรุนแรงมาก สิ่งเหล่านั้นทุกคนต้องช่วยกันให้ทุกอย่างเป็นปกติที่สมบูรณ์ตามโรดแม็พระยะที่ 3 แต่ข่าวต่างๆที่ออกมาจากบางคนที่จุดประเด็นอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ขอให้พอและไม่ต้องพูดอะไรตรงนี้ เพราะทุกอย่างเป็นไปได้และจะตั้งใจทำให้ดี
 
            “วันนี้อยากให้ข่าวนี้เป็นวันสุดท้าย เพราะเกี่ยวข้องกับคนในกองทัพบก ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นในเรื่องของข่าวสารที่ทุกคนก็พูดว่าไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่ทราบ ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องนำมาขยายความกันต่อไป จริงๆ ผมอยากพูดเรื่องนี้ให้น้อย แต่ถ้าถามก็จะพูดว่าไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนแบ่งเวลาและแบ่งงานได้ ผมเองก็มีหลายหน้าที่ที่เกื้อกูลต่องานของฝ่ายความมั่นคง ทำให้ผมเห็นภาพงานที่จะทำให้กระชับและราบรื่นยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นการเสริมงานด้วยซ้ำไป ไม่ได้มีปัญหาอะไร” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
 
            เมื่อถามว่า มองว่าข่าวนี้มีเป้าหมายกดดันตัวท่านเองหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนไม่ได้กำหนดตัวเอง และเป็นอะไรก็ได้ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาเห็นความเหมาะสม รวมถึงผู้ที่มีชื่อถูกพาดพิงนั้นเป็นอะไรก็ได้ ถ้าถูกสั่งการหรือถูกกำหนดให้มาช่วยกันทุกคนก็ยินดีที่จะทำทุกอย่างตามกำลังตามสามารถที่สติปัญญาของตนเองมี คิดว่าไม่ได้กดดันอะไร เพราะไม่มีผลว่าจะกดดันอะไร เรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสข่าวจากคนที่เข้าใจในทางไม่ดี แต่ผู้ที่ปฏิบัติงานก็ไม่มีอะไร ตนไม่อยากให้ความสำคัญเรื่องเหล่านี้ เพราะมีเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องทำอีกมาก อย่างไรก็ตามการทำงานในขณะนี้มีความรู้สึกที่เรียบร้อย ราบรื่น และสามัคคี อย่าไปย้อนนำเรื่องต่าง ๆ ที่อาจมีคนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หากไม่ตั้งใจก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าตั้งใจคนที่เริ่มขอให้พอได้แล้ว
 
            เมื่อถามย้ำว่า คนที่เริ่มคือคนในกองทัพหรือคนนอกกองทัพ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า “ผมไม่ทราบเหมือนกัน คนที่เริ่มจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ คนที่พูดคนแรกรู้ตัวดี ไม่รู้ว่าใครเหมือนกัน ไม่ขอขยายความต่อไป ทุกคนที่มาลงเรือพยายามแก้ไขปัญหา แต่ทุกอย่างต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากยังคิดแล้วมาพูดต่าง ๆ มันทำให้รัฐนาวาของเราเดินได้ไม่เรียบ ถ้าเดินเรียบมันจะแก้เร็ว หากคลื่นแรงเรือก็ช้า ถ้าเราอยากให้เรือไปถึงฝั่งเร็วก็ต้องไม่ให้มีคลื่น เพราะฉะนั้นใครจะคิดอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดคลื่นต้องไม่ตอกเรื่องเหล่านั้น มันจะได้เรียบร้อยและสำเร็จโดยเร็ว”
 
            เมื่อถามต่อว่า หมายความว่าถ้ามีคลื่น คสช.จะอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นายกฯได้ระบุโรดแม็พแล้วและทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน
 
 
ผบ.ทบ.ระบุพุดคุยสันติสุขต้องใช้เวลา ยันทุกอย่างทำตามขั้นตอน
 
 
            พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขว่า ที่ผ่านมาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพูดคุยเพื่อสันติสุขแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องรายละเอียด ซึ่งจะต้องให้พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขเป็นผู้ชี้แจงด้วยตนเอง ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ไม่สามารถเร่งรีบได้ เนื่องจากเราไม่ได้ดำเนินการฝ่ายเดียว เพราะต้องมีทุกฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยที่จะต้องไปดำเนินการประสานงาน ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเข้าใจและเต็มใจ แต่จะต้องใช้เวลา โดยทุกอย่างไม่ได้หยุดนิ่ง โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าได้ดำเนินการในพื้นที่พยายามให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันและเกิดความไว้ใจระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเราก็พยายามรับข้อมูลและรวบรวมข้อคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป
 
 
ผบ.ทบ.ย้ำกอ.รมน.เดินหน้าปรองดองไปสู่การปฏิรูป
 
 
            พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และรองผอ.รมน. ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลเรื่องความปรองดองของคนในชาติในปี 2558 ว่า ในปีนี้ได้มีการเน้นย้ำเรื่องการสร้างความปรองดอง เพราะเป็นปีที่จะต้องดำเนินการเรื่องปฏิรูป โดยที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้นโยบายไว้แล้วว่างานปฏิรูปและการสร้างความปรองดองเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมีการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) โดยกอ.รมน.ได้ดูแลเรื่องดังกล่าวนี้ และได้สั่งการไปยังกอ.รมน.จังหวัดทำหน้าที่งานปรองดองสมานฉันท์ทั้งนี้ทุกคนจะต้องเข้าใจงานปฏิรูป พร้อมทั้งจัดเวทีรวบรวมข้อคิดเห็นต่างๆนำมาให้กับคณะกรรมการที่รัฐบาลได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
 
            นอกจากนี้ตนยังได้เน้นย้ำเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่รัฐบาลได้ขอให้ฝ่ายความมั่นคงดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งเราก็วางโครงข่ายหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองกำลังป้องกันชายแดน กับกอ.รมน.ต้องมีการเชื่อมโยงด้านข้อมูลการข่าวร่วมกับส่วนราชการอื่น ซึ่งต้องเพิ่มผลการปฏิบัติให้ดีขึ้นต่อไป รวมถึงการดูแลเรื่องป่าไม้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนรวมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการใช้กำลังคนร่วมกับกอ.รมน.และกองทัพช่วยดูแลเสริมจากส่วนราชการหลัก อีกทั้งเรื่องการดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องปรับปรุง โดยนายกฯได้ออกคำสั่งให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ดำเนินการบูรณาการกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ โดยเฉพาะแผนงานหรือโครงการจะต้องรับทราบความต้องการของประชาชนที่แท้จริงจากอ.รมน.ภาค 4ส่วนหน้า เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานแผนงานในรอบปี 2558
 
            "ผมได้เน้นย้ำให้กำลังพลของกอ.รมน. ขอให้มองประชาชนในพื้นที่ด้วยความรักและความอบอุ่น ใครก็ตามที่เห็นแตกต่างทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องพยายามเข้าไปทำความเข้าใจ เราไม่ได้ไปปราบปราม แต่ไปเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ถ้าทุกคนเข้าใจคิดว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น"
 
 
ผบ.ทบ.นำสารอวยพรปีใหม่นายกฯให้กำลังพล กอ.รมน.
 
 
            เมื่อเวลา 07.00 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผอ.รมน. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้โอวาทและอวยพรกำลังพล ข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกอ.รมน. เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยมีพล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกอ.รมน. และข้าราชการของกอ.รมน. ให้การต้อนรับ
 
            พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนได้นำสารอวยพรปีใหม่ประจำปี 2558 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะ ผอ.รมน. มาเผยแพร่ให้ได้รับทราบโดยมีเนื้อหาดังนี้ กอ.รมน.ถือเป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติหน้าที่แก้ปัญหาเสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ พร้อมทั้งทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ กำลังพลของกอ.รมน.ทุกคนจึงต้องทำหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ด้วยสติปัญญา จึงขอขอบคุณกำลังพล ของกอ.รมน.ทุกคนที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ลดความขัดแย้งจนนำไปสู่ความผาสุกของประเทศ
 
            หลังจากนั้นพล.อ.อุดมเดช ได้ให้โอวาทและอวยพรกำลังพลว่า ขอชมเชยกำลังพล ข้าราชการและลูกจ้างกอ.รมน. ที่ปฏิบัติงานได้ดีมาโดยตลอด ทุกคนตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละ แม้งานบางอย่างยังไม่สมบูรณ์ แต่ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงทราบว่า งานของกอ.รมน.นั้นมีอุปสรรคพอสมควร จึงพยายามทำความเข้าใจและปรับปรุงให้การทำงานก้าวหน้ายิ่งขึ้น ตนมั่นใจว่าที่ผ่านมา กอ.รมน.ได้แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ที่ได้ทำไว้ให้กับประเทศชาติในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดอยู่เสมอว่ากอ.รมน. เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองได้ ดังนั้นอยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง และมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้