
หลายจว.เจอวิกฤติภัยแล้งต้องซื้อน้ำหุงข้าว
06 ม.ค. 2558
หลายจว.เจอวิกฤติภัยแล้ง แหล่งน้ำหลายพื้นที่อ.บางระกำแห้งขอด อุตรดิตถ์3หมู่บ้านแล้งน้ำนานกว่า 2 เดือน ต้องซื้อน้ำหุงข้าว-ซักผ้า-อาบ-ดื่ม
วันที่ 6 ม.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิกฤติภัยแล้งได้คุกคามพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะที่คลองบางแก้วบริเวณสะพานข้ามคลองบ้านบางแก้ว ม.3 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สภาพน้ำในลำคลองที่กว้างกว่า 50 เมตร ลึก 5 เมตร เริ่มอยู่ในสภาพแห้งขอดพื้นคลองกลายเป็นดินแห้งแตกละแหงหลงเหลือแอ่งน้ำขังอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จากการสอบถามนายทิวา คำปั่น อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่151 ม.3 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ชาวบ้านที่ออกมาทอดแหหาปลา เล่าให้ฟังว่าน้ำเริ่มลดระดับลงต่อเนื่องมาประมาณ 3 สัปดาห์ จนขณะนี้เรียกได้ว่ากำลังเข้าขั้นวิกฤติเพราะไม่สามารถวัดระดับน้ำได้แล้ว สันดอนทรายโผล่ขึ้นตลอดแม่น้ำจนชาวบ้านสามารถเดินข้ามได้เรียกได้ว่าปีนี้ภัยแล้งมาไวมากหากยังไม่มีการเปิดประตูระบายน้ำที่คลองหกบาทภายในวันสองวันนี้ชาวบ้านที่นี้คงเข้าขั้นวิกฤตอย่างหนัก
นอกจากนี้สภาพน้ำที่แห้งขอดมากกว่าทุกปีส่งผลให้เรือนแพที่เคยมีอยู่ในคลองบางแก้วต้องประสบปัญหาอย่างหนักด้วยโดยผู้อาศัยอยู่ในเรือนแพส่วนหนึ่งได้รื้อแพออกไปสร้างบ้านริมฝั่งคลองแทน ส่วนเรือนแพที่ยังเหลืออยู่ก็อยู่ในสภาพเกยตื้นเนื่องจากน้ำไม่มีแล้วและคาดว่าในเร็ว ๆ นี้ สภาพน้ำในคลองบางแก้วคงแห้งขอดอย่างสนิทแน่นอนขณะที่ชลประทานได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ขอให้งดทำนาปรังมาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักทั้งเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก ไม่สามารถปล่อยมาช่วยเหลือพื้นที่ทำนาปรังได้
"อุตรดิตถ์"3 หมู่บ้านแล้งน้ำ นานกว่า 2 เดือน
ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ชาวบ้านหมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 10 ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 485 ครอบครัว ประสบปัญหาขาด แคลนอุปโภค-บริโภค หลังเกิดภาวะภัยแล้ง แหล่งน้ำแห้งขอด ไม่สามารถผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ต้องซื้อน้ำมานานกว่า 2 เดือนแล้ว วอนช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้ด้วย
นายประพันธ์ อุปะทะ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.น้ำอ่าง ได้นำสำรวจความเดือนร้อนของชาวบ้าน 3 หมู่บ้านดังกล่าวพบว่าน้ำประปาของชาวบ้านน้ำ ไม่ไหลแม้แต่หยดเดียว บางรายเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ หวังว่าน้ำประปาจะไหลลงในโอ่งน้ำ แต่ก็ไม่มี ปัญหาดังกล่าวเป็นมานานกว่า 2 เดือน
นางจำลอง ใจรักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 5 ต.น้ำอ่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ได้เปิดก๊อกน้ำที่ติดตั้งบริเวณหน้าบ้าน พร้อมระบุว่า น้ำประปาไม่ไหลมากว่า 2 เดือนช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ญาติพี่น้องมาเที่ยวหาต้องสั่งซื้อน้ำเพิ่ม จากปกติในครอบครัวมี 3 คน ซื้อน้ำใช้ถัง 200 ลิตร ถังละ 20 บาทวันละ 3 ถัง ต้องสั่งซื้อเพิ่มเท่าตัวคือวันละ 6 ถัง
"ไม่รวมซื้อน้ำดื่มจากร้านค้าในหมู่บ้านราคาถังละ 15 บาท ส่วนถังน้ำกลางของหมู่บ้านที่ราชการนำติดตั้งไว้บริเวณใกล้บ้าน ตอนนี้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เนื่องจากแตกและรั่ว อาจเป็นเพราะถังเป็นพลาสติก ทิ้งตากแดดนาน"นางจำลองกล่าว
นางได ชูเขียว ชาวบ้านหมู่ 10 ต.น้ำอ่าง กล่าวว่า ตนจะเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำแบบมากว่า 2 เดือน หวังว่าจะมีน้ำไหลออกมาบ้าง แต่เข้าใจว่าแล้ง ไม่มีน้ำต้นทุนในการผลิตประปา เป็นปัญหาที่ประสบทุกปี ต้องเข้าใจและทำใจ ใช้น้ำอย่างประหยัด
นางประพันธ์ อุปะทะ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.น้ำอ่าง กล่าวว่า 3 หมู่บ้านของ ต.น้ำอ่าง จะประสบปัญหาแล้งรุนแรงทุกปี ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่แล้ง ซ้ำซาก แต่ปีนี้ภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา และรุนแรงในรอบ 10 ปี ปกติจะเกิดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม เป็นต้นไป จึงวิงวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยแก้ไขปัญหาชาวบ้านในพื้นที่แล้งซ้ำซาก นอกจากไม่มีรายได้เพราะไม่สามารถทำการเกษตรได้แล้ว ยังต้องขาดน้ำอุปโภคบริโภค อยากให้แก้ไขปัญหาในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นคือการนำน้ำ สะอาดแจกจ่ายให้ชาวบ้านอย่างเพียงพอ ช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ ทำการเกษตรไม่ได้
สถานการณ์ภัยแล้งที่ จ.พิจิตรก็เริ่มรุนแรงขึ้น ล่าสุดนายวิรัช ไชยศรี ชาวนาหมู่ที่ 1 ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ต้องทำการขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อดึงน้ำจากใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ที่กำลังขาดน้ำและคาดว่าหากสิ้นเดือนมกราคมนี้ ไม่มีน้ำมาเลี้ยงต้นข้าวนาข้าวทั้งหมดก็จะแห้งตาย
พิจิตร - แม่น้ำยมแห้งขอด
สถานการณ์ภัยแล้งที่ จ.พิจิตรก็เริ่มรุนแรงขึ้น ล่าสุดนายวิรัช ไชยศรี ชาวนาหมู่ที่ 1 ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ต้องทำการขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อดึงน้ำจากใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว ที่กำลังขาดน้ำและคาดว่าหากสิ้นเดือนมกราคมนี้ ไม่มีน้ำมาเลี้ยงต้นข้าวนาข้าวทั้งหมดก็จะแห้งตาย
โดยในขณะนี้ชาวนาที่อยู่ริมแม่น้ำยมทั้งสองฝั่ง ในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ต้องเร่งขุดหาน้ำจากแหล่งอื่นมาใช้ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากแม่น้ำยม ที่ไหลผ่านอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ในขณะนี้ ระดับน้ำได้แห้งขอดลงแล้ว เหลือเพียงตามแอ่งลึกต่างๆ เท่านั้น โดยชาวบ้านบอกว่าปีนี้สถานการณ์ภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซาก น้ำในแม่น้ำยมจะแห้งขอดราวเดือนเมษายน ของทุกปี แต่ในปีนี้กลับพบว่าเพียงแค่เดือนมกราคม น้ำในแม่น้ำยมก็แห้งขอดแล้ว



