ข่าว

'ร็อตไวเลอร์'รุมฟัดช้างพังล้มอนาถ

'ร็อตไวเลอร์'รุมฟัดช้างพังล้มอนาถ

05 ม.ค. 2558

ฝูงร็อตไวเลอร์รุมขย้ำช้างพัง วัย 47 ปี สาหัส รักษาแผลนาน 10 วัน ยื้อชีวิตไม่อยู่ เจ้าของสงสัยถูกเสือไฟกัด แต่ประธานชมรมเลี้ยงช้างชี้ฝีมือหมาจอมโหด

 
                            5 ม.ค. 58  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ห้วยน้ำดำ หมู่ 4 ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ว่า มีช้างพังถูกสัตว์ป่าซึ่งเข้าใจว่าเป็นเสือไฟ หรือภาษาถิ่นเรียกว่า “คางคูด” รุมกัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อประมาณ 10 วันที่ผ่านมา และเพิ่งล้มลงในวันนี้
 
                            เมื่อไปตรวจสอบพบ เจ้าของช้าง อายุ 63 ปี และชาวบ้านในพื้นที่ไปมุงดูจำนวนมาก ส่วนซากช้างอยู่ริมสวนยางพาราบนเนินเขาชายป่า ตามร่างกายมีรอยบาดแผลฉกรรจ์ฉีกขาดเป็นทางยาว และหลายแห่งเป็นรูลึก ลักษณะเหมือนถูกสัตว์ขย้ำเป็นรอยเขี้ยวลึก ขอบตา และใบหูถูกกัดทะลุ
 
                            เจ้าของช้าง กล่าวว่า ช้างที่ล้มชื่อ “พังสมพร” อายุ 47 ปี น้ำหนัก 3,000 กิโลกรัม ซื้อมาในราคา 1.4 ล้านบาท เมื่อประมาณ 11 ปีก่อน เพื่อนำมารับจ้างชักลากไม้ โดยเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา ช้างได้รับบาดเจ็บจากสัตว์เข้ามากัดทำร้าย หลังจากที่ตนนำไปล่ามโซ่ไว้ชายป่าไสว่างเปล่า บ้านสวนพริก หมู่ 6 ต.เขาปูน ซึ่งตอนนั้นชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงช้างร้อง แต่เข้าใจว่าช้างตกมัน จนกระทั่งพังสมพร ดึงโซ่ที่ล่ามไว้ขาดแล้ววิ่งเตลิดไปอาศัยอยู่ในป่าบริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอห้วยยอด ในสภาพมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วตัว
 
                            เจ้าของช้าง กล่าวว่า หลังจากไปพาช้างกลับมารักษา และย้อนกลับไปตรวจสอบบริเวณที่ล่ามช้างไว้ พบว่ามีรอยเท้าของสัตว์ชนิดเดียวกัน 2 ขนาด คือ รอยขนาดใหญ่ และรอยขนาดเล็ก ทำให้เข้าใจว่าน่าจะเป็นรอยของเสือไฟที่อาจจะพาลูกลงมาหากิน และเห็นช้างถูกล่ามโซ่ไว้จึงเข้าตะครุบ ส่วนพังสมพร ได้รับการรักษาจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ และสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลช้าง จ.กระบี่ ด้วยการฉีดยา และนำมาผูกไว้ที่บริเวณบ้านห้วยน้ำดำ จนกระทั่งล้มตายในที่สุด คาดว่าเป็นเพราะบาดแผลติดเชื้อ
 
                            อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบข้อมูลแวดล้อมอย่างละเอียดแล้ว กลับพบว่า สัตว์ที่เข้ามาทำร้ายพังสมพร ไม่ใช่เสือไฟตามที่เจ้าของช้างสงสัย แต่น่าจะเป็นฝูงสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ที่ถูกเลี้ยงไว้ในบ้านหลังหนึ่งรุมกัดอย่างโหดเหี้ยม
 
                            ประธานชมรมผู้เลี้ยงช้างจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการตรวจสอบกับเจ้าของช้าง และควาญช้างคนอื่นๆ ในพื้นที่พบว่า พังสมพรไม่ได้ตายเพราะถูกเสือไฟกัดตามที่เจ้าของช้างและชาวบ้านหลายคนเข้าใจ แต่เป็นเพราะถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ที่เจ้าของบ้านหลังหนึ่งเลี้ยงไว้ประมาณ 4 - 5 ตัวรุมกัด เพราะจุดที่เจ้าของช้างนำช้างไปล่ามโซ่ไว้ อยู่ห่างจากบ้านที่เลี้ยงสุนัขประมาณ 100 เมตร แต่เนื่องจากช่วงเวลาเกิดเหตุ ช้างได้เดินและหักกิ่งไม้ในป่ากิน เมื่อฝูงสุนัขได้ยินจึงวิ่งกรูไปรุมทำร้าย จนทำให้เกิดบาดแผลคล้ายรอยเขี้ยวและรอยเล็บของเสือไฟ ขณะที่พังสมพรได้พยายามดิ้นรนต่อสู้จนโซ่ขาด และกระทืบสุนัขร็อตไวเลอร์ตายไป 1 ตัว 
 
                            ประธานชมรมผู้เลี้ยงช้างจังหวัดตรัง กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเจ้าของสุนัขไม่ยอมรับว่า สุนัขของตนเองซึ่งเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินอยู่รอบๆ บ้านออกไปรุมกัดช้างจนล้มตาย ประกอบกับเจ้าของช้างก็ไม่กล้าไปแจ้งความ และไม่กล้ายืนยันว่าเป็นฝีมือของสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ดังกล่าว และเข้าใจว่าอาจจะเป็นฝีมือของเสือไฟก็เป็นได้ เนื่องจากลักษณะบาดแผลมีรอยเขี้ยวจมลึก และแผลฉีกขาดคล้ายๆ กัน  
 
                            "ขอยืนยันว่า พังสมพร ตายเพราะถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์หลายตัวรุมกัดอย่างแน่นอน ไม่ได้เกิดจากฝีมือของเสือไฟ จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าของสุนัขจับสุนัขทั้งหมดขังไว้ เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยดุร้าย และขอให้ปศุสัตว์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยช้าง หรือเกิดกับคนอื่นๆ ต่อไป"
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)