ข่าว

จ้อสื่อไม่ช่วยเลิกสอย'ปู'

จ้อสื่อไม่ช่วยเลิกสอย'ปู'

05 ม.ค. 2558

'สุรชัย' แนะ พท.ใช้ประเด็นโต้แย้งเป็นข้อหักล้างสอย 'ยิ่งลักษณ์' ในที่ประชุม สนช.ดีกว่าจ้อสื่อผ่านสาธารณะ เชื่อ 'ถอดถอน' ไม่กระทบปรองดอง

 
                            5 ม.ค. 58  จากกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นหนังสือต่อนายพรเพรชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เพื่อให้ยุติการพิจารณาวาระพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา , นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากตำแหน่งตามรายงานและความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่นำเสนอต่อที่ประชุม สนช. หลังจากที่พบว่า กรรมการ ป.ป.ช. 3 คนขาดคุณสมบัติความเป็น ป.ป.ช. ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบกับการพิจารณาวาระถอดถอนนั้น 
 
                            นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวถึงประเด็นเรื่องนี้ ว่า ตนมองว่าประเด็นที่บุคคลนำเสนอต่อสาธารณะควรจะนำมาพิจารณา หรือใช้เป็นข้อหักล้างและประเด็นต่อสู้แห่งคดีในที่ประชุม สนช. ช่วงวาระการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะดีและเป็นประโยชน์กับผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีมากกว่านำไปสื่อสารผ่านสาธารณะ อย่างไรก็ตามเมื่อนำประเด็นดังกล่าวมาต่อสู้ในที่ประชุม จะทำให้สมาชิก สนช. ได้ร่วมรับฟังและใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจช่วงที่ลงมติว่าจะถอดถอนบุคคลที่ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่งหรือไม่ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า หาก สนช.พิจารณาเรื่องถอดถอนบุคคล อาจทำให้เกิดช่องของความไม่ปรองดอง และสมาชิก สนช. ตกเป็นจำเลยของสังคมได้นั้น ส่วนตัวมองว่าหาก สนช. ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเมื่อทำหน้าที่อย่างถูกต้องแล้วเชื่อว่าจะไม่กระทบกับการปรองดอง อีกทั้งหัวใจของการปรองดองคือการยืนยันความถูกต้องเที่ยงธรรม
 
                            "ผมเชื่อว่า สนช. มีอิสระทางความคิด และมีเหตุผลที่จะตัดสินใจ ดังนั้นต้องไว้ใจ สนช. ที่จะทำหน้าที่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยอมรับว่ามีบุคคล 2 ฝ่ายที่มองการทำงาน สนช.อยู่ คือ ฝ่ายที่มองว่าหากพิจารณาถอดถอนจะกระทบกับการปรองดอง และอีกฝ่ายที่มองว่าหากไม่ดำเนินการจะกระทบกับความรู้สึกประชาชนอีกกลุ่มหรือไม่ ดังนั้นไม่ว่า สนช.จะทำหรือไม่ทำเรื่องนี้ ก็ถูกมองว่าเป็นจำเลยของสังคมอยู่ดี ดังนั้นหาก สนช. ดำเนินการแล้ว ต้องตอบคำถามกับสังคม และอธิบายได้ว่าเป็นไปตามกติกา รอบคอบที่สุด"
 
                            นายสุรชัย ได้ชี้แจงต่อกระบวนการพิจารณาด้วยว่า ในวันที่ 8 ม.ค. จะเป็นวาระพิจารณาถอดถอน 2 สำนวน คือ สำนวนของนายสมศักดิ์ และนายนิคม ที่ ป.ป.ช.ต้องมาแถลงเปิดคดี และผู้ถูกกล่าวหาต้องโต้แย้งในสำนวนของคดี โดยคาดว่าแต่ละสำนวนจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 ชม. สำหรับประเด็นซักถามผู้ถูกกล่าวหา เบื้องต้นได้กำหนดให้สมาชิกฯ ที่ต้องการซักถามนายนิคม และนายสมศักดิ์ ส่งประเด็นคำถามมายังคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสนช. (วิปสนช.) ภายในวันที่ 7 ม.ค.นี้ ส่วนข้อซักถามต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำหนดให้ส่งประเด็นมายังวิปสนช. ภายในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ส่วนการตั้งคณะกรรมการซักถามจะแยกคณะตามสำนวน หรือใช้คณะกรรมการชุดเดียวกันทำหน้าที่ถามแทนสมาชิก ต้องรอการสรุปจากวิปสนช. อีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 6 ม.ค. เวลา 13.30 น. ส่วนการลงมติถอดถอนหรือไม่ เชื่อว่าจะอยู่ช่วงปลายเดือนมกราคม หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้