
สอบซ้ำดารา'บอย'ซื้อรถหรูแก๊งโกงลาดกระบัง
04 ม.ค. 2558
ตร.คาใจแก๊งยักยอกเงินเทคโนฯ ลาดกระบังขายลัมโบกินีขาดทุน 6 ล้าน ทั้งที่ใช้มาเพียงแค่ 2 เดือนให้พระเอกดัง 'บอย' ปกรณ์ จ่อเรียกให้ปากคำเพิ่มเติมอีกรอบ
4 ม.ค. 58 เมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีโกงเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จำนวน 1,475 ล้านบาท ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บางส่วนและอยู่ระหว่างติดตามตัวหลังจากออกหมายจับไปแล้ว ขณะเดียวกันยังเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องรวมถึงผู้บงการในระดับสูง ล่าสุดที่ห้อง ศปก.กก.1 บก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บังคับการตำรวจปราบปราม (รองผบก.ป.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานฝ่ายสืบสวนชุดคลี่คลายคดีได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน โดยมี พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยใช้เวลาประชุมนานเกือบ 3 ชั่วโมง
พ.ต.อ.กรไชย กล่าวว่า ในวันนี้ที่เรียกประชุมเพื่อวางแนวทางการทำงานในอีกอาทิตย์ถัดไป โดยจะเน้นไปในเรื่องการติดตามทรัพย์สินที่เหลือ เส้นทางการเงินที่ยังตรวจสอบไม่ได้ เพื่อพยายามติดตามกลับคืนมาให้มากที่สุด อีกส่วนคือการติดตามจับกุมคนร้ายอีก 4 คน ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งยังหลบหนีอยู่ เชื่อว่าทั้งหมดยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ยกเว้นที่หลังจากปรากฏเป็นข่าวนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ได้เดินทางไปฮ่องกง ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์มีกำหนดกลับวันที่ 12 มกราคมนี้ แต่คาดว่านายกิตติศักดิ์น่าจะหลบหนีการติดตามจับกุม
จ่อเรียก 'บอย' ปกรณ์ แจงซื้อรถหรูซ้ำ
พ.ต.อ.กรไชย กล่าวว่า "ผมขอให้ผู้ต้องหามามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ดีกว่า หลบหนียังไงก็ไม่พ้น เพราะได้ส่งชุดสืบสวนประกบตามจุดต่างแล้วๆ ซึ่งในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาฝ่ายสืบสวนก็ทำงานกันตลอดเวลาไม่มีหยุดพัก"
รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ให้ความสนใจไปที่การยักย้ายถ่ายเทรถทั้ง 3 คัน เป็นรถยี่ห้อลัมโบกินี 2 คัน ยี่ห้อออดี้ 1 คัน ที่นายกิตติศักดิ์ซื้อมา ก่อนจะขายไปทั้งหมดในราคา 40 ล้านบาท หนึ่งในนั้นเป็นรถยี่ห้อลัมโบกินีสีเขียว ที่ขายต่อให้ นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย ดารานักแสดงชื่อดังในราคา 13.5 ล้านบาท ซึ่งมีความผิดปกติ โดยซื้อมาจากบริษัทคาร์ แม็กซ์ พระราม 9 ในราคา 19.5 ล้านบาท ซื้อมาระยะเวลาแค่ 2 เดือนกว่า ขายต่อให้ดาราหนุ่มไป 13.5 ล้านบาท ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดนายกิตติศักดิ์ถึงได้ขายขาดทุนไปตั้ง 6 ล้านบาทแบบนั้น เพราะปกติคนรวยๆ เขายังไม่ทำกันเลย ซื้อรถมาขับเดือนละ 2 ล้านกว่าบาท สู้เอาเงินไปเช่ารถมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ
"แม้ 'บอย' ปกรณ์ จะมาพบฝ่ายสอบสวนเมื่อวันก่อนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ นำเอกสารการซื้อขายมาให้ดู แต่ก็ไม่ได้พบผมซึ่งยังมีข้อสงสัยอยู่ จะประสานขอให้มาพบเพื่อคุยกันก่อน เราจะต้องดูความเชื่อมโยงระหว่างเขากับกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้ด้วย ทุกอย่างมีเส้นทางหมด เขาพูดว่าไม่รู้จักกันมาก่อน ผมจะทำให้ดูว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นยังไงถ้าเจอกันผมก็จะมีคำถามมากกว่านั้นอีกเยอะ ซึ่งอยากให้ดาราหนุ่มเข้ามาให้ข้อมูลต่อชุดสืบสวนอีกครั้ง" พ.ต.อ.กรไชย กล่าว
ตร.เร่งหาหลักฐานมัดผู้บงการ
ส่วนการจะอายัดรถของดาราหนุ่มหรือไม่นั้น พ.ต.อ.กรไชย บอกว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตามในส่วนของรถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ ได้ประสาน ปปง.เข้ามาตรวจยึด อายัด ของเหล่านี้ ที่ผู้ต้องหาได้มาเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบมีการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจาก สจล. ขอเตือนว่าใครที่ซื้อทรัพย์สินของผู้ต้องหากลุ่มนี้ไป ยังไงๆ ก็จะต้องถูกยึดกลับคืน
มั่นใจในหลักฐานโยง
พ.ต.อ.กรไชย กล่าวด้วยว่า จากแนวทางการสืบสวน เชื่อว่า น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. จะต้องมีส่วนรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน ผู้ต้องหารายนี้ทำงานด้านการเงินมานานกว่า 30 ปี เรามีเอกสารยืนยันว่า น.ส.อำพร นายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ และอดีตผู้บริหารน่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกัน นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีคนที่อยู่เหนือขึ้นไปจากนายกิตติศักดิ์ มีส่วนรู้เห็นอีกด้วยที่ยังไม่เปิดเผยออกมาซึ่งคงเป็นคนที่มีชื่อเสียง แต่ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานจะพาดพิงไปถึง
เผย 7 บริษัทกิตติศักดิ์ใช้ฟอกเงิน
พ.ต.อ.กรไชย กล่าวด้วยว่า "ในส่วนของยอดเงินของ สจล. ตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2557 ที่ตรวจสอบพบว่าสูญหายไปทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท ทรัพย์สินที่ตรวจพบเฉพาะในส่วนของนายกิตติศักดิ์มีประมาณ 700 ล้านบาท เฉพาะบ้าน 2 หลัง ที่บูเลอวาร์ด กับ พฤกษ์ภิรมย์ ก็รวมๆ 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าโชคดีที่แก๊งนี้เอาเงินออกนอกระบบไปไม่มากนัก เฉพาะที่ยังอยู่ในระบบที่ตรวจสอบพบอยู่ประมาณ 994 ล้านบาท ที่ยังตรวจสอบหาไม่เจออีกประมาณ 400 ล้านกว่าบาท"
สำหรับทรัพย์สินต่างๆ ของนายกิตติศักดิ์ ได้แก่ บริษัทต่างๆ จำนวน 7 แห่ง ฝ่ายสืบสวนเรามีการตรวจสอบพบว่า บริษัท เอ็ม.ที.เจ.พร็อพเพอร์ตี้ มีเงินทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เป็นบริษัทประกอบธุรกิจบ้านจัดสรร มีนายกิตติศักดิ์ เป็นหุ้นส่วนใหญ่ นายพูลศักดิ์ บุญทรัพย์ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ ผู้ต้องหาอีก 2 คน เป็นหุ้นส่วนด้วย ส่วนบริษัทอื่นๆ อีก 6 แห่ง มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สำหรับบริษัทมัทธุจัด ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยบริษัททั้ง 7 แห่งเริ่มประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี 2555-2557 ซึ่งเป็นปีที่มีการเอาเงินจาก สจล. ออกมา มีบริษัท เค.ลิฟวิ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ที่เพิ่งมาเปิดเมื่อปลายปี 2557 บริษัท เอ็ม.เอฟ. โทเทิล เอฟเฟคท์ จำกัด จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการบำรุงผิว ที่น่าสังเกตคือบริษัททั้งหมดมีที่ตั้งบริเวณเดียวกันทั้งหมดในหมู่บ้านธนภิรมย์
เผยเช่า ฮ.บินเที่ยวทั่วเกาะฮ่องกง
เป็นที่น่าสังเกตว่ามีบริษัทเดียวที่แยกไปอยู่ที่บูเลอร์วาด ซึ่งฝ่ายสืบสวนเราขอหมายศาลไปตรวจค้นและอายัดเอาฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์และวงจรปิดที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากถึง 7 แสนบาท มาตรวจสอบทั้งหมดอยู่ เพื่อหาหลักฐานการเชื่อมโยงกับการลักทรัพย์ สจล. ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าบริษัทเหล่านี้น่าจะเป็นบริษัทที่ใช้สำหรับฟอกเงิน โดยนายพูลศักดิ์ซื้อบ้านที่หมู่บ้านโครงการลัดดารมย์ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ราคา 24 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วยเงินสด โดยกู้เงินจากบริษัทมัทธุจัด ผ่อนคืนให้เดือนละ 1 แสนบาท ทั้งที่ตัวเองบอกยังไม่มีงานทำ ไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมาผ่อน กลุ่มแก๊งนี้จะใช้วิธีการเอาเงินฟอกเงิน
รอง ผบก.ป. กล่าวต่อว่า จากเงินที่นายกิตติศักดิ์ได้มาตั้งแต่ปี 2555 โดยได้มาจากธนาคารต่างๆ เป็นการโอนเข้าบัญชีตนเอง หรือบัญชีของพรรคพวกคนอื่นๆ ก่อน การที่นายกิตติศักดิ์จะเบิกเงินสดไปซื้อรถยนต์หรูราคาแพงแต่ละคันทำได้ไม่ง่าย เชื่อว่าเป็นการซื้อมาด้วยการใช้แคชเชียร์เช็คเงินสด ถือเป็นการฟอกเงินดีๆ นี่เอง การเคลื่อนไหวตัวเลขในบัญชีไม่น่าสงสัย ไม่ต้องมีการแจ้งให้ ปปง.ทราบ เมื่อซื้อรถยนต์แล้ว การที่จะได้เงินกลับมาก็คือการขายรถยนต์ออกไป นายกิตติศักดิ์ก็จะได้เงินสดกลับมาอยู่ในบัญชีธนาคารของเขาทันที เราพบว่าเขาเดินทางไปเที่ยวที่ฮ่องกง ใช้จ่ายเงินอย่างกับเศรษฐี มีการเช่าเฮลิคอปเตอร์บินดูรอบๆ เกาะฮ่องกง คนธรรมดาเขาทำกันไม่ได้แบบนี้แน่นอน
'ถวิล' นำ 4 ผู้บริหาร สจล.แจง
พ.ต.อ.กรไชย กล่าวอีกว่า "ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อว่ามีส่วนร่วมกับแก๊งนี้ อาจจะเป็นรับจ้างไปเปิดบัญชี ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 คน ก็เชื่อว่าเป็นแค่ผู้รับจ้างเปิดบัญชีเท่านั้นโดยได้ค่าจ้างหลักแสนบาท แต่ก็ต้องหลบหนีไป หากเข้ามามอบตัวให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะช่วยโดยอาจกันไว้เป็นพยาน หากไม่อย่างนั้นก็ต้องหลบหนีไปตลอด ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนมีเป้าหมายอีก 1 คน หลังพบความเชื่อมโยงอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี แต่ได้รับเงินไปมากถึง 20 ล้านบาท โดยไปเปิดบัญชีธนาคารในเวลา 17.00 น. เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว ก็โอนต่อไปทันทีในเวลา 18.00 น. วันเดียวกันเลย เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินในธนาคารภายในห้างแห่งหนึ่ง"
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะทำงานในคดีดังกล่าวได้รับการติดต่อยืนยันจากนายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. ว่า จะนำคณะผู้บริหารรวม 4 คน เข้าให้รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงินของ สจล. ในช่วงที่คณะบริหารชุดนี้ปฏิบัติงานอยู่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม



