
อริเก่า!กู้ภัยเปิดศึกเจ็บอื้อ
04 ม.ค. 2558
ป่อเต็กตึ๊ง-ร่มไทร เปิดศึกตะลุมบอน เจ็บระนาว เหตุแย่งงานช่วยคนเจ็บ ตร.เรียกไกล่เกลี่ยยอมความ ชี้ 'ใบค่าเคส' ตัวปัญหา แย่งส่วนแบ่งรายได้จากโรงพยาบาล
4 ม.ค. 58 เมื่อเวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งให้ไประงับเหตุทะเลาะวิวาทกันในหมู่บ้าน จึงประสานมูลนิธิที่อยู่ใกล้เคียงให้ไปช่วยปฐมพยาบาล ต่อมามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิร่มไทร ซึ่งได้รับทราบการแจ้งเหตุพร้อมกัน จึงรีบเดินทางไปช่วยเหลือ แต่ด้วยความเร่งรีบทั้งสองมูลนิธิต่างต้องการไปให้ถึงที่เกิดเหตุก่อน จึงได้ขับรถปาดหน้ากัน และเกิดการกระทบกระทั่งจนนำไปสู่การเปิดศึกตะลุมบอน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังเกิดเหตุ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อายุ 23 ปี พร้อมพวกอีกหลายคนเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมคิด ตันสกุล พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ลำผักชี โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เมื่อได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทในหมู่บ้าน จึงรีบออกไปที่เกิดเหตุ แต่ขณะขับรถตู้ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทะเบียน ฮข 439 กรุงเทพมหานคร เลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้าน จู่ๆ ก็มีรถของมูลนิธิร่มไทรขับมาปาดหน้า และเฉี่ยวชนรถของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รับความเสียหาย 3 จุด แต่ต่างฝ่ายก็ไม่ได้เอาเรื่องกัน และขับรถต่อไปจนถึงที่เกิดเหตุ
อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การต่อว่า เมื่อตนและมูลนิธิร่มไทรไปถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ามีรถตู้ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งอีก 1 คัน ไปถึงที่เกิดเหตุก่อนแล้ว ทีมของตน รวมทั้งมูลนิธิร่มไทร จึงถอนตัวออกมา แต่ขณะที่ขับรถออกจากหมู่บ้าน อาสาสมัครมูลนิธิร่มไทรได้ตะโกนด่าพวกตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย ประกอบกับความโกรธจากเหตุการณ์ที่ถูกขับรถเฉี่ยวชนก่อนหน้านี้ พวกตนจึงจอดรถลงไปเคลียร์ปัญหา จนเกิดการทะเลาะวิวาทกัน โดยช่วงที่กำลังชุลมุนอยู่นั้น นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี อาสาสมัครในทีมของตน ถูกกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิร่มไทรลากตัวไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา
ต่อมาเวลา 02.00 น. วันเดียวกัน อาสาสมัครมูลนิธิร่มไทร อายุ 21 ปี เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนว่า ก่อนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ตนและสมาชิกของมูลนิธิร่มไทร 9 คน ขับรถตู้ 2 คัน ไปถึงบ้านที่ได้รับแจ้งเหตุ และจะเข้าปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัว แต่ผู้บาดเจ็บไม่ต้องการปฐมพยาบาล พวกตนจึงเดินทางกลับ แต่ขณะกำลังขับรถออกมานั้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ขับรถมาขวางหน้ารถ และมองหน้ากันก่อนจะมีเหตุทะเลาะวิวาท โดยหนึ่งในสมาชิกมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งหยิบขวานเข้ามาทำร้ายตนจนเป็นแผลบริเวณแขนและหลัง
ด้านเลขาธิการมูลนิธิร่มไทร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการขัดแย้งระหว่างบุคคล ปัญหาเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ระหว่างการแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบ หลังจากนี้จะประชุมตรวจระบบความพร้อมการแพทย์ฉุกเฉิน และอธิบายการแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจน ให้ทุกมูลนิธิรับคำสั่งการเข้าปฏิบัติหน้าที่จากศูนย์วิทยุเอราวัณ เพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บต่อไป และหากยังมีการทะเลาะวิวาทอยู่ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หากพบใครผิดจะถูกปลดออกจากมูลนิธิทันที แต่ถ้าเป็นปัญหาระหว่างกลุ่มก็จะทำการปิดจุดพื้นที่รับผิดชอบเพื่อเป็นการแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทซ้ำอีก
ขณะที่พนักงาน น.เขต หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง รหัส 428 กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้มีปัญหากันระหว่างสองมูลนิธินอกจากการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบแล้ว คือ ใบบันทึกการปฏิบัติงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐานของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) หรือที่เรียกกันว่า 'ใบค่าเคส' ใบบันทึกดังกล่าวทางศูนย์เอราวัณจะมอบให้หน่วยกู้ภัยทุกหน่วยเพื่อใช้บันทึกการออกปฏิบัติหน้าที่ต่อครั้ง และให้ยื่นต่อโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลจะจ่ายเงินกลับมาให้เป็นรายเดือน จำนวนเงินขึ้นอยู่กับจำนวนใบค่าเคส โดยเฉลี่ยแล้วทางโรงพยาบาลจะจ่ายให้เคสละ 500 - 1,000 บาท แยกไปตามประเภทการออกปฏิบัติการ อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไม่เคยส่งใบบันทึกดังกล่าวมานานแล้ว และมีเอกสารแจ้งไม่รับค่าใช้จ่ายจากศูนย์เอราวัณชัดเจน เพราะเห็นว่าเป็นการทำงานที่หวังผลตอบแทน และเป็นสาเหตุที่ทำให้มูลนิธิแย่งกันทำงานแบบไม่ได้พึ่งพาอาศัยกัน
ด้าน พ.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเขม่นกันส่วนตัว เพราะมีการขับรถปาดหน้ากันมาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่หลังจากเชิญผู้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าแต่ละมูลนิธิมาประชุมไกล่เกลี่ย โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง อาสาสมัครทั้ง 2 ฝ่าย จึงยอมความ ไม่เรียกร้องค่าเสียหายระหว่างกัน ก่อนจับมือแยกย้ายกันไป อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ขอให้ทั้ง 2 มูลนิธิหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเป็นเวลา 1 วัน เพื่อยุติความรุนแรงไว้ก่อน หลังจากนี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ สน.ลำผักชี เป็นไปด้วยความตึงเครียด โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนอยู่นั้น มีรถมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจำนวน 10 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกว่า 50 คน มารวมตัวกันที่โรงพัก ขณะที่คู่กรณี มูลนิธิร่มไทร จำนวนหนึ่งก็มาเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยเช่นกัน และเกิดการปะทะคารมอยู่เป็นระยะๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารต้องเข้าห้ามปรามตลอดเวลา
ด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จะขอความร่วมมือกับผู้ดูแลมูลนิธิให้จัดอบรมอาสาสมัคร และจัดทำรายชื่ออาสาสมัครเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้แก่ตำรวจ หากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนและติดตามตัวผู้กระทำผิด นอกจากนี้จะสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำชับไปยังสถานีตำรวจทั้ง 88 สถานีให้เข้มงวดในเรื่องการตรวจสอบ โดยเฉพาะตาม สน.ที่มีมูลนิธิอาสาสมัครอยู่ ให้ตรวจสอบ ว่ากล่าวตักเตือน และคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของอาสาสมัครเหล่านี้ที่อาจจะนำไปสู่การกระทำความผิดทางกฎหมายได้
-------------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



