ข่าว

‘อภิสิทธิ์’เรียกร้องทำประชามติรธน.

‘อภิสิทธิ์’เรียกร้องทำประชามติรธน.

04 ม.ค. 2558

‘อภิสิทธิ์’ ชี้รบ.แก้ปัญหาปากท้องปชช.ในปี58ไม่ได้อาจจะทำให้อยู่ยาก เชื่อไม่ทำประชามติจะเพิ่มความขัดแย้งทางการเมือง ระบุสังคมกำลังจับตามองกฎอัยการศึก-คำสั่งคสช.

 
                4 ม.ค.58 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 58 ว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามตารางเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางไว้ เพราะฉะนั้นเราเข้าสู่ปี 58 เชื่อว่าจะมีความพยายามผลักดันให้ทุกอย่าง เป็นไปตามตารางเวลาและกำหนดการเดิม มีประเด็นที่ท้าทายการทำงานของ คสช. , รัฐบาล , สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) , สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
 
                หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจที่จะต้องดำเนินการบางสิ่ง บางอย่างที่อาจจะกระทบกับตารางเวลา เช่น กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่อาจจะมีเสียงเรียกร้อง และตนก็เป็นหนึ่งในนั้นว่าจะต้องมีการจัดทำประชามติ ให้ประชาชนมีทางเลือกที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และสร้างความชัดเจนในเรื่องกรอบเวลาที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ตนคิดว่าข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่มีมากก็จะยิ่งมีแรงกดดัน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผ่าน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็จะกลายเป็นประเด็นขัดแย้งหรือโต้แย้งทางการเมืองต่อเนื่องไปอีก ก็ไม่เป็นผลดีและไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ คสช.ที่ประกาศไว้ว่าเข้ามาจะทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่รอการการตัดสินของผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการตรงนี้หรือไม่
 
                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงครึ่งปีกว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คสช.และรัฐบาล ได้ยุติปัญหาการชุมนุมและความขัดแย้ง แต่ในเรื่องของการปฏิรูปยังไม่มีความคืบหน้า ที่เป็นรูปธรรมมากนักเพราะที่ผ่านมาทุกองค์กรก็ต้องเร่งนำความเห็นเสนอไปยัง คณะกรรมาธิการยกร่างฯ แต่การปฏิรูปที่สังคมคาดหวัง เป็นการปฏิรูปที่ต้องครอบคลุมหลายเรื่อง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญโดยตรง เช่น เรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา พลังงาน ประเด็นการปฏิรูป จะได้รับความสนใจและถูกติดตามตรวจสอบ รวมทั้งการที่ฝ่ายต่างๆอยากจะส่วนร่วมมากขึ้น ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้เกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะถ้ากระบวนการปฏิรูป เดินไปแต่ว่ายังมีข้อจำกัดในการแสดงความคิดเห็นจะทำให้เป็นปัญหาขึ้นมาอีก รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎอัยการศึก คำสั่งของ คสช.ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพก็จะเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง ถูกเรียกร้องให้มีการยกเลิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
 
                “ มี 2 ปัจจัยที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ ต่อการดำเนินการของคสช.และรัฐบาล คือ การบริหารและเรื่องเศรษฐกิจที่ขณะนี้มีปัญหามาก โดยเฉพาะกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งเป็นผลมาจากพืชผล ปัญหาเรื่องของแพง และนโยบายพลังงานของรัฐบาล ถ้าหากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทำได้ดี จะทำให้รัฐบาล , คสช.ทำงานง่ายขึ้น หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น ความอึดอัดความตรึงเครียดในสังคมมีมากและส่งผลกระทบต่อการทำงานของ คสช.และรัฐบาลโดยรวม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ คสช.และรัฐบาลต้องแก้ไข ส่วนปัจจัยที่ 2 ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องมีข้อยุติและตัดสินใจ เช่น กรณีการถอดถอนบุคคลทางการเมือง ต้องบอกว่าไม่ว่าการตัดสินจะออกมาอย่างไรก็มีคนจำนวนมากไม่พอใจ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่คสช.และรัฐบาลต้องตระหนักในการทำงาน ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยปลายปี 58 หรือต้นปี 59 ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่กระบวนการโดยการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นต้นปี 59 ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว