ข่าว

7วันอันตราย5วันตาย260เจ็บ2,542

7วันอันตราย5วันตาย260เจ็บ2,542

04 ม.ค. 2558

ศปถ.เผยรณรงค์ 7 วันอันตราย 5 วัน ตายแล้ว 260 ราย เจ็บอีก 2,542 ราย เชียงใหม่แชมป์ดับ 14 ราย สั่งบังคับเข้มใช้กฎหมายรองรับปชช.แห่กลับ กทม.

 
              4 ม.ค.58 ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 ม.ค. 58 เกิดอุบัติเหตุ 342 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 33 ราย ผู้บาดเจ็บ 379 คน รวม 5 วัน (30 ธ.ค. 57 - 3 ม.ค. 58) เกิดอุบัติเหตุ รวม 2,446 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 260 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,542 คน ประสานจังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย ตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่และพนักงาน ขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยงเมือง พร้อมเตือนให้ผู้ขับขี่จอดพักรถเป็นระยะเพื่อคลายความอ่อนล้าและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการง่วงหลับใน
 
              โดยพลตำรวจโท ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน” เกิดอุบัติเหตุ 342 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 33 ราย ผู้บาดเจ็บ 379 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 31.58 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 23.39 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 74.93 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.96 บนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 39.77 บนถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 37.72 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 29.53 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 50.48 ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,261 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,766 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 629,535 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 89,257 ราย โดยมีความผิดฐาน ไม่มีใบขับขี่ 25,494 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 25,399 ราย
 
              โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 16 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ พิจิตร 4 ราย จังหวัด ที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 18 คน
 
              อย่างไรก็ตามสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน (30 ธ.ค.57 - 3 ม.ค. 58) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,446 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 260 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,542 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ ตรัง พัทลุง นราธิวาส สิงห์บุรี และนครพนม จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 109 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 14 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 106 คน
 
              พลตำรวจโท ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ขอให้จังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชนและอำนวยความสะดวก ให้การจราจรมีความคล่องตัว ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจบนเส้นทางสายหลักที่มุ่งสู่จังหวัดใหญ่ และเส้นทางขาเข้ากรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในจุดตรวจเคลื่อนที่ ดูแลเข้มข้นเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะทางแยก ทางร่วม จุดตัดทางรถไฟ ทางแคบ กวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย ทั้งดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของ ผู้ขับขี่ และพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครอำนวยการจราจร โดยเปิดช่องทางพิเศษ เร่งระบายรถ และปรับใช้สัญญาณไฟให้สอดคล้องกับสภาพการจราจร พร้อมประชาสัมพันธ์เส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยงเมือง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด
 
              ด้านนายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 5 วันที่ผ่านมา พบว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่เป็นเส้นทางผ่านสู่ภูมิภาคต่างๆ จึงขอกำชับให้จังหวัดดังกล่าวเพิ่มความเข้มข้น ในการกวดขันผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร โดยเฉพาะการขับรถเร็ว เน้นเส้นทางตรงบนถนนสายหลักที่มีระยะทางยาว เพื่อควบคุมการใช้ความเร็ว ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่จอดพักรถเป็นระยะ โดยสามารถใช้บริการจุดพักรถ จุดบริการของภาครัฐ ภาคเอกชนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายต่างๆ เพื่อคลายความอ่อนล้าและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการง่วงหลับใน
 
              ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า วันนี้เส้นทางสายสำคัญจากภูมิภาคต่างๆ ที่มุ่งสู่กรุงเทพมหานครจะมีปริมาณรถมากและหนาแน่น ขอให้จังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการจราจร โดยเฉพาะเส้นทางที่เป็นคอขวด คอสะพาน ทางแคบ โดยจัดเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจร ตั้งกรวย วางแบริเออร์ เพื่อจัดช่องทางจราจรให้ผู้ขับขี่ใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ การเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่ การเดินทางท่องเที่ยวและการขับรถติดต่อกันหลายวันในช่วงวันหยุดยาว อาจทำให้ ผู้ขับขี่มีอาการอ่อนล้า ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการง่วงหลับใน จึงขอให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน หากมีอาการง่วงนอน ควรผลัดเปลี่ยนให้ผู้อื่นขับรถแทน หรือจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัย พร้อมวางแผนการเดินทาง และตรวจสอบเส้นทาง เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด เร็ว เมา ง่วง โทรไม่ขับอย่างเด็ดขาด มีน้ำใจและมารยาทกับผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้การเดินทาง ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความปลอดภัย