
วงจรปิดมัดฆาตกรฆ่าข่มขืนเด็กหมกท่อระบายน้ำ
04 ม.ค. 2558
คลี่ปมปริศนา csi-thailand : วงจรปิด..มัดฆาตกร ฆ่าข่มขืนเด็กหมกท่อระบายน้ำ : ทีมข่าวอาชญากรรม
ดวงใจของพ่อแม่แทบสลาย เมื่อทราบข่าวบุตรสาววัยเพียง 4 ขวบ หายตัวไปจากที่พัก และยิ่งสาหัสสากรรจ์มากยิ่งกว่าเมื่อพบว่าบุตรสาวกลายเป็นศพถูกฆ่าหมกในท่อระบายน้ำ...
คดีสะเทือนใจกรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกันยายน 2557 ภายในซอยรัชดาท่าพระ 5 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. เด็กหญิงวัย 4 ขวบ หายออกไปจากบ้านพักอย่างไร้ร่องรอย หลังเกิดเหตุบิดาของเด็กหญิงรายนี้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.บุคคโล และมีการระดมกำลังช่วยกันออกตามหา
ผ่านไป 3 วัน พ.ต.ท.ชาญชาตรี สีดาคำ พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล รับแจ้งพบศพถูกฆ่ายัดถุงขยะซุกไว้ในท่อระบายน้ำหลังอพาร์ตเมนต์สูง 8 ชั้น อยู่ลึกเข้าไปในซอยรัชดาท่าพระ ประมาณ 700 เมตร จึงประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ศพที่พบหมกอยู่ในท่อพักระบายน้ำขนาดกว้าง 70 เซนติเมตร ยาว 70 เซนติเมตร ใกล้ห้องน้ำรวมด้านหลังอพาร์ตเมนต์ โดยบรรจุอยู่ในถุงขยะสีดำขนาดใหญ่ เมื่อยกออกมามีเท้าเล็กๆ ด้านขวาโผล่ออกมา และเมื่อนำออกจากถุงพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 4 ขวบ สวมชุดกระโปรงสีชมพูซึ่งถูกถลกมาถึงหน้าอก ไม่สวมกางเกงใน ไม่สวมรองเท้า มีรอยถูกทุบด้วยของแข็งที่ศีรษะจนกะโหลกร้าว โดยสภาพศพที่พบเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน
ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บวัตถุพยานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์บริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงบนศพผู้ตาย โดยเฉพาะเนื้อเยื่อในซอกเล็บของศพ และรอยลายนิ้วมือแฝงที่ประตูห้องน้ำรวม เพราะคาดว่าอาจจะมีร่องรอยของคนร้ายปรากฏอยู่
ระหว่างนั้นผู้ปกครอง ซึ่งแจ้งความบุตรสาวหายไว้ที่ สน.บุคคโล เดินทางมายังจุดพบศพ ซึ่งทันทีที่เห็นร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยก็ถึงกับทรุดและร้องไห้โฮ ยืนยันว่าศพที่พบคือบุตรสาวของตัวเอง
ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์ศพหาหลักฐานสาวไปยังตัวคนร้าย ขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกระจายกำลังออกหาเบาะแสคนร้ายในละแวกที่เกิดเหตุ รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดพบศพและบริเวณใกล้เคียง
การผ่าพิสูจน์ศพโดยแพทย์สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พบว่า เด็กหญิงวัย 4 ขวบรายนี้ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายจากภายนอก ส่วนร่องรอยที่พบบริเวณศีรษะเป็นร่องรอยที่เกิดจากสภาพศพเริ่มเน่าจนเกิดรอยแยก
"สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากการขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ เนื่องจากพบเศษผงตั้งแต่หลอดลมลงไปจนถึงกระเพาะอาหาร คาดว่าขณะที่อยู่ในท่อระบายน้ำเด็กยังมีชีวิตอยู่ เพราะหากถูกทำร้ายจนเสียชีวิตก่อนจมน้ำ จะไม่มีเศษผงอยู่ในหลอดลมไปจนถึงกระเพาะอาหาร และยังพบร่องรอยฉีกขาดบริเวณอวัยวะเพศของเด็กไปจนถึงภายใน ตามปกติแม้สภาพศพจะเน่าเปื่อยจากการจมน้ำจะไม่มีบาดแผลฉีกขาดแบบนี้" พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวช ให้สัมภาษณ์หลังการผ่าพิสูจน์ศพเด็กหญิงรายนี้
การตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้จุดพบศพ พบหลักฐานสำคัญ เป็นภาพชายสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีน เดินจูงมือเด็กหญิงรายนี้เข้าไปในอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงขยายผลโดยการนำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ได้ไปเทียบเคียงกับตำหนิรูปพรรณบุคคลต้องสงสัย ซึ่งอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุจำนวน 4-5 ราย มาสอบสวน
ในจำนวนนี้มีนายชาตรี สีดี วัย 27 ปี อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุมีพฤติการณ์น่าสงสัยมากที่สุด โดยหลังเกิดเหตุตำรวจทราบว่าได้ย้ายไปพักที่ย่านสาทร และเมื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ใช้เทคนิคพิเศษในการเพิ่มความคมชัดของภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด พบว่าภาพที่ปรากฏตรงกันกับผู้ต้องสงสัยรายนี้อย่างยิ่ง และเมื่อตรวจสอบข้อมูลในทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย กลับไม่มีข้อมูลของนายชาตรี สีดี ปรากฏ ตำรวจชุดสืบสวนจึงติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้มาสอบสวนขยายผล
หลังจากถูกควบคุมตัวนายชาตรีรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าเด็กหญิงเคราะห์ร้ายจริง โดยช่วงใกล้ค่ำของวันเกิดเหตุขณะนั่งดื่มสุราอยู่ข้างอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ เด็กหญิงซึ่งรู้จักกัน เพราะมีบ้านพักอยู่ในละแวกนั้น วิ่งผ่านมา จึงกวักมือเรียกแล้วพาเข้าไปด้านข้างอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นที่ปลอดผู้คน จึงก่อเหตุข่มขืน แต่เด็กหญิงขัดขืนร้องเสียงดัง จึงเกิดความกลัวว่าจะมีใครผ่านมาพบเห็น จึงใช้มือบีบคอจนเด็กหญิงแน่นิ่งแล้วใช้นิ้วมือแตะดูที่จมูกพบว่าเด็กเหมือนหยุดหายใจแล้ว จึงนำร่างใส่ถุงขยะสีดำ โดยพยายามนำด้านศีรษะใส่เข้าไปก่อนแต่ร่างของเด็กหลุดมือ ทำให้ศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง 1 ครั้ง ก่อนที่จะบรรจุร่างลงถุงสำเร็จ แล้วม้วนบิดปากถุงแต่ไม่ได้ผูก แล้วอุ้มเดินไปใกล้กับท่อพักระบายน้ำหลังอพาร์ตเมนต์ใช้ท่อนเหล็กเปิดฝาท่อออกแล้วลากถุงดำที่บรรจุร่างของเด็กหญิงเคราะห์ร้ายหย่อนลงไปในท่อแล้วปิดฝา หลังจากนั้นจึงนำกางเกงของเด็กและเสื้อผ้าของตัวเองที่เปื้อนดินจากการเปิดฝาท่อไปทิ้งหน้าปากซอยรัชดา-ท่าพระ 5 แล้วหนีไปพักที่อาคารย่านสาทร ซึ่งเพิ่งย้ายไปทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่นาน
จากหลักฐานสำคัญที่ปรากฏคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด สภาพศพที่พบในจุดเกิดเหตุ สอดคล้องกับคำให้การของนายชาตรีเอง เป็นที่แน่ชัดพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาไปเพื่อการอนาจาร ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง และซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุการตาย ปิดคดีฆ่าเด็กหญิงวัยเพียง 4 ปี ยัดศพไว้ในท่อระบายน้ำได้ในเวลาอันรวดเร็ว



