ข่าว

ปี 58 แพะเริงร่า อานิสงส์น้ำมันร่วง

ปี 58 แพะเริงร่า อานิสงส์น้ำมันร่วง

05 ม.ค. 2558

ปี 58 แพะเริงร่า อานิสงส์น้ำมันร่วง กดต้นทุนค่าครองชีพ-อย่างเก่งแค่ทรงตัว : โดย...อนัญชนา สาระคู

 
                           ปี 2557 ที่ผ่านมา "คนไทย" เผชิญกับค่าครองชีพที่ "สูงขึ้น" ต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวแบบถดถอย ซึ่งมีสัญญาณต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีก่อนหน้า ด้วยเหตุของปัญหาทางการเมือง ชาวนาไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และนโยบายต่างๆ ที่ผลักดันการก่อหนี้ครัวเรือนให้สูงขึ้น ฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค โดย "เงินเฟ้อ" ระยะ 11 เดือน ขยับสูงขึ้น 2.02% และทั้งปีน่าจะใกล้เคียงในระดับ 2% ตามกรอบเป้าหมาย 2.00-2.80% แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ส่อแววว่าน่าจะขยายตัวต่ำกว่า 1%
 
                           ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อระยะ 11 เดือน ปี 2557 ที่สูงขึ้น เมื่อมาดูเนื้อในพบว่าเป็นการสูงขึ้นของดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยเพิ่มขึ้น 4.00% หมวดข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้งเพิ่มขึ้น 1.41% หมวดเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ สูงขึ้น 7.08% หมวดไข่และผลิตภัณฑ์นม สูงขึ้น 2.12% หมวดผักและผลไม้ สูงขึ้น 0.70% หมวดเครื่องประกอบอาหารสูงขึ้น 4.45% หมวดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.97% และหมวดอาหารสำเร็จรูป สูงขึ้น 7.74% ในหมวดนี้แบ่งได้เป็นอาหารบริโภคในบ้านสูงขึ้น 4.57% และอาหารบริโภคนอกบ้านสูงขึ้น 5.01%
 
                           ส่วนดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มโดยรวม สูงขึ้น 0.98% มาจากการสูงขึ้นของดัชนีราคาหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ซึ่งสูงขึ้น 0.81% หมวดเคหสถาน สูงขึ้น 1.38% หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล สูงขึ้น 0.94% หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร สูงขึ้น 0.50% หมวดบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา สูงขึ้น 0.64% และหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 4.97%
 
                           เห็นได้ว่าเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากสินค้าในหมวดอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้นมากที่นอกจากต้นทุนวัตถุดิบในการประกอบอาหารบางประเภทจะสูงขึ้นแล้ว ก๊าซหุงต้มก็ทยอยปรับขึ้นราคาตามนโยบายของภาครัฐเช่นกัน ส่วนต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ในช่วงต้นปียังทรงตัวอยู่ในระดับสูงทั้งค่าไฟ และค่าพลังงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่อง และคาดการณ์กันว่าจะลดลงไปได้อีก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น น่าจะเป็นปัจจัยกดดันที่ลดลงต่อภาระค่าครองชีพสำหรับปี 2558 นี้ได้
 
 
ปี 58 แพะเริงร่า อานิสงส์น้ำมันร่วง
 
 
 
ต้นทุนค่าน้ำมัน-ค่าไฟลดฮวบ
 
 
                           ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์พลังงานปัจจุบัน โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงทำให้รัฐบาลใช้จังหวะนี้ในการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศ โดยภาพรวม มองว่าจะลดแรงกดดันต่อภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในปี 2558 ยกเว้นราคาก๊าซหุงต้มที่ขยับสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งก็เพื่อให้สะท้อนราคาที่แท้จริง 
 
                           ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2557 ราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนมี 2 ระดับราคาคือสำหรับผู้มีรายได้น้อย ราคากิโลกรัมละ 18.13 บาท ขณะที่ราคาทั่วไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 20.63 บาท ขณะที่แอลพีจีภาคขนส่ง กิโลกรัมละ 21.38 บาท และภาคอุตสาหกรรม กิโลกรัมละ 30.13 บาท แต่เมื่อปลายปีราคาน้ำมันโลกลดลง ส่งผลต่อราคาแอลพีจีให้ลดลงด้วยนั้น ทำให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ยกเลิกการอุดหนุนราคาก๊าซแอลพีจี ส่งผลให้ราคาแอลพีจีทั้งภาคครัวเรือน ขนส่ง อุตสาหกรรม มีระดับราคาเท่ากันที่กิโลกรัมละ 24.16 บาท
 
                           นอกจากนี้ ราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ซึ่งก็ส่งผลดีต่อภาระค่าไฟฟ้าที่น่าจะเป็นข่าวดี สำหรับผู้บริโภคในช่วงปีใหม่นี้โดยตรงด้วย โดยการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ล่าสุด ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที สำหรับการเรียกเก็บในเดือนมกราคม-เมษายน 2558 โดยที่ประชุมได้มีมติให้เรียกเก็บในอัตรา 58.96 สตางค์ต่อหน่วย ลดลงไป 10.04 สตางค์ต่อหน่วย จากอัตราเดิมอยู่ที่ 69.00 สตางค์ต่อหน่วย
 
                           ขณะที่ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่อัตรา 3.24 บาทต่อหน่วย ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาปรับค่าไฟฟ้าฐานของประเทศใหม่ โดยทาง กกพ.คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จและเริ่มใช้ในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2558 
 
                           ด้านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงโดยตรง เมื่อประกอบกับการปรับโครงสร้างด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาล ส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันให้ลดลง จนล่าสุด (24 ธ.ค. 2557) ราคาขายปลีกน้ำมันในกรุงเทพฯ เบนซิน 95 ราคาลิตรละ 37.04 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 (อี-10) ลิตรละ 30.00 บาท อี 20 ลิตรละ 26.68 บาท อี 85 ลิตรละ 22.48 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 28.28 บาท เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมาเฉลี่ยจะพบว่าราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินลดลงมาประมาณลิตรละ 10 บาท
 
                           ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ล่าสุด (24 ธ.ค. 2557) ลิตรละ 26.89 บาท จากที่เคยตรึงราคาต่อเนื่องมานานอยู่ที่ลิตรละ 29.99 บาท ลดลงไป 3 บาทเศษ
 
                           คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ยังมีนโยบายเลิกการบิดเบือนกลไกราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอนุมัติกรอบและแนวทางหลัก ดังนี้ 1.ราคาพลังงานต้องสะท้อนต้นทุนแท้จริง 2.ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง ควรจะมีอัตราภาษีสรรพสามิตที่ใกล้เคียงกัน 3.ให้กองทุนน้ำมันฯ มีภารกิจเพื่อการรักษาเสถียรภาพราคาและส่งเสริมพลังงานทดแทน 4.ลดการชดเชยข้ามประเภทเชื้อเพลิง (Cross Subsidy) 
 
                           5.ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันดีเซลและเบนซินโดยเฉลี่ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยมอบให้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) รับไปกำหนดราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง 6.ช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และยังสามารถนำภาษีที่จัดเก็บได้ไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และ 7.การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละประเภทในอัตราที่คำนึงถึงค่าความร้อน
 
 
 
พาณิชย์เกาะติดราคาสินค้า
 
 
                           อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ลดลงโดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล แม้จะเป็นต้นทุนหลักของค่าขนส่งสินค้า แต่เป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งของตัวสินค้าเท่านั้น โดยจากการวิเคราะห์ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับผลกระทบราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงต่อราคาสินค้า พบว่าราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลงจากลิตรละ 29.99 บาท เหลือ 26.89 บาท ซึ่งลดลงไป 3.10 บาท คิดเป็นลดลง 10.34% ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงเล็กน้อย และไม่มีนัยสำคัญนัก
 
                           อีกทั้ง จากการศึกษาผลกระทบยังพบว่า สินค้าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายปลีก โดยคิดเป็นผลกระทบต่อหน่วยระหว่าง 0.01-0.7% ซึ่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากจะมีต้นทุนค่าขนส่งมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป ที่มีผลกระทบมากสุดคือ ปูนซิเมนต์ผสม ต้นทุนจะลดลง 0.7213% ต่อหน่วย ส่วนถุงพลาสติกลดลงร้อยละ 0.0114%
 
                           "สำหรับสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภคโดยทั่วไป ต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลงนั้น จะลดลงเพียงเล็กน้อยและยังไม่มีนัยสำคัญนัก และที่ผ่านมาทางกรมการค้าภายในเองไม่เคยอนุญาตให้ผู้ผลิตสินค้ารายใดปรับขึ้นราคาโดยอ้างเหตุผลถึงต้นทุนค่าขนส่งมาก่อนด้วย เพราะการพิจารณาเรื่องต้นทุนจะต้องดูที่ภาพใหญ่ทั้งหมด" นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ลดลงน่าจะลดแรงกดดันต่อผู้ผลิตสินค้าในการที่ภาครัฐขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้ามาต่อเนื่องได้
 
                           นอกจากนี้ ระดับเงินเฟ้อในปีหน้าน่าจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน และเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงนั้น แม้จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทย แต่ก็จะกระทบต่อราคาวัตถุดิบสำคัญที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมราคาสินค้าในปี 2558 มองว่าจะไม่มีแรงกดดันที่จะผลักดันให้ราคาปรับสูงขึ้นได้ ซึ่งก็น่าจะลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
 
                           ด้านราคาจำหน่ายก๊าซหุงต้มซึ่งปรับสูงขึ้นจาก 18.13 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 24.16 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มสูงขึ้น 6.03 บาทต่อกิโลกรัม ก็มีผลทำให้ต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จเพิ่มสูงขึ้น 0.30 บาทต่อจานต่อชาม แต่หากพูดถึงราคาสินค้าเกษตรที่ใช้ในการประกอบอาหารนั้น ราคาจะผันผวนไปตามฤดูกาล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามดูแลราคาอาหารปรุงสำเร็จอย่างใกล้ชิดเป็นประจำ ให้มีราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนและคุณภาพที่ผู้บริโภคจะได้รับ โดยจะยังคงมีการจัดงานธงฟ้า จำหน่ายสินค้าราคาต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไป และเดินหน้าโครงการหนูณิชย์... พาชิม ซึ่งเป็นโครงการร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ (ถูก สะอาด ดี อร่อย) จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จในราคาไม่เกิน 25-35 บาทต่อจาน
 
                           ขณะเดียวกัน จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบราคาจำหน่ายสินค้าเป็นประจำ ซึ่งในเขตกรุงเทพฯ มีสายตรวจลงพื้นที่กว่า 10 สาย และต่างจังหวัด มีสำนักงานค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ ติดตามตรวจสอบราคาจำหน่ายสินค้าเป็นประจำอย่างใกล้ชิด
 
                           “ประเมินว่าสถานการณ์ราคาสินค้าจะยังเป็นปกติไปจนถึงปีหน้า เพราะแรงกดดันยังไม่มี แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีมาตรการในการดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด โดยจะมีการติดตามสถานการณ์เป็นรายสินค้า และมีสายตรวจทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคออกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของสินค้า และหากมีปัญหาจะได้เข้าไปจัดการได้ทันทีรวมทั้งเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค” นายบุณยฤทธิ์กล่าว
 
                           ขณะที่ น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ท็อปส์ ซูเปอร์คุ้ม, ท็อปส์ ซูเปอร์คุ้ม ขายส่ง, ท็อปส์ ซูเปอร์ และท็อปส์ เดลี่ เปิดเผยว่า ภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคในเดือนธันวาคมเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยพบว่า ลูกค้าในกลุ่มระดับกลางขึ้นบน ยังมีการจับจ่ายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ลูกค้าในต่างจังหวัด ทั้งมุกดาหาร  สมุทรปราการ ปราจีนบุรี ต่างก็ใช้จ่ายเลือกซื้อสินค้าเช่นกัน เห็นได้จากยอดขายในแต่ละสาขาที่ยังมีการเติบโต
 
                           แม้ว่าต้นทุนหลักในภาพรวมจะไม่มีแรงกดดันต่อผู้บริโภคในปี 2558 นี้นัก เพราะต้นทุนพลังงานลดลงไปมาก แต่หากพิจารณาลงลึกไป จะพบว่าต้นทุนค่าครองชีพของแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกันตามแต่รสนิยม และกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ปัจจุบันเป็นมากกว่าโทรศัพท์แต่ค่าใช้จ่ายก็จะสูงตามไปด้วย หรือสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ราคาแตกต่างกันตามแบรนด์ของสินค้านั้นๆ หรือแม้แต่ร้านอาหารขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการบริโภคในสถานที่ใด ราคาก็จะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับการ "ฉลาดซื้อ...ฉลาดใช้" ของผู้บริโภค อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเอง!
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(ปี 58 แพะเริงร่า อานิสงส์น้ำมันร่วง กดต้นทุนค่าครองชีพ-อย่างเก่งแค่ทรงตัว : โดย...อนัญชนา สาระคู)