ข่าว

'ไพบูลย์'แจงเปลี่ยนระบบลต.เพื่อปชช.

'ไพบูลย์'แจงเปลี่ยนระบบลต.เพื่อปชช.

03 ม.ค. 2558

กมธ.ยกร่างรธน.แจงเปลี่ยนระบบ-นับคะแนนลต.ใหม่ คืนอำนาจให้ปชช. ลดผูกขาดโดยกลุ่มทุน 'ปธ.กกต.' ยันตัดงบสนับสนุนกองทุนพรรคการเมือง 'มท.1' รับลูกพร้อมเป็นกรรมการลต.

 
                           3 ม.ค. 58  นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงต่อกรณีที่พรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง และใช้วิธีการนับคะแนนผู้ที่จะได้เป็น ส.ส.แบบสะท้อนคะแนนนิยมของประชาชนที่แท้จริง ว่า หลักการที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่สรุปร่วมกันนั้น มีประเด็นที่เป็นจุดพิจารณา คือ ปัญหาเดิมที่พรรคการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย และถูกผูกขาดอำนาจไว้ที่กลุ่มนายทุนพรรคการเมือง ดังนั้นเมื่อจะแก้ปัญหาต้องแก้ที่พรรคการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย กล่าวคือ ต้องเพิ่มความหลากหลายในพรรคการเมือง และส่งเสริมการรวมกลุ่มของประชาชนให้เป็นพรรคการเมือง ทำให้การเขียนบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นด้วยในหลักการ คือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง , ผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้จำกัดให้เป็นสิทธิ์เฉพาะพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลเสนอบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อด้วย ดังนั้นจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีความหลากหลาย ไม่ถูกผูกขาดไว้ที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และในอนาคตจะทำให้พรรคการเมืองเกิดวิวัฒนาการเป็นพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์อย่างแท้จริง
 
                           "รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นการแก้ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และปี 2550 ด้วยการลดอำนาจพรรคการเมือง เพิ่มความความหลากหลายในสภา และเพิ่มอำนาจใหประชาชน ทำให้ ส.ส.เป็นผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นลูกจ้างของนักธุรกิจ ผมยอมรับว่ารูปแบบเลือกตั้งใหม่นั้น พรรคการเมืองที่เขาผูกขาดอำนาจ หรือนายทุนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองไม่ชอบ เพราะทำให้การลงทุนตั้งพรรคการเมืองไม่คุ้มค่าเหมือนระบบเก่าที่ผ่านมา ที่เป็นระบบสัมปทาน แต่สิ่งที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาในสิ่งสำคัญ คือ ประโยชน์ และความพอใจของประชาชน เพราะอำนาจจะกลับไปเป็นของประชาชน"
 
 
 
ปธ.กกต.ยันตัดงบสนับสนุนกองทุนพรรคการเมือง 
 
 
                           นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยากให้ทบทวนมติการตัดเงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมืองในปี 2558 ว่า เรื่องดังกล่าว กกต.ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ให้ยุติการให้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองเป็นการชั่วคราว แต่ถ้าจะให้ทบทวน พรรคการเมืองก็ต้องเสนอเรื่องมายัง กกต. เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาทบทวน แต่มติ กกต.เสียงส่วนใหญ่จะว่าอย่างไร คงต้องดูอีกที ทั้งนี้เราก็เห็นใจพรรคการเมืองที่ยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจจะต้องสำรองเงินไปก่อน เพราะคำสั่ง คสช.ก็บอกว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น
 
                           รายงานข่าวจาก กกต. แจ้งว่า ยืนยันว่า กกต.ได้พิจารณาตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 7 มิ.ย. 2557 ที่กำหนดว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่ดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง และการดำเนินการเพื่อการจัดตั้ง หรือจดทะเบียนพรรคการเมือง ให้ระงับไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไว้เป็นการชั่วคราวด้วย โดยก่อนที่ กกต.จะมีมติ ก็ได้มีการหารือกับที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. รวมถึงได้นำเข้าหารือกับที่ประชุมกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ที่มีตัวแทนพรรคการเมืองเป็นกรรมการแล้วด้วย ซึ่งในที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้มีการโต้แย้งขึ้นมาเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว แต่ทางสำนักงาน กกต. เห็นว่า ประกาศ คสช. ถือเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม
 
                           อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม กกต. เห็นใจพรรคการเมือง ที่ยังมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ กกต.ก็ไม่สามารถจ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมืองได้ เพราะประกาศ คสช.ยังคงห้ามพรรคการเมืองดำเนินการทางการเมืองอยู่ ทั้งนี้หากพรรคการเมืองทำหนังสือโต้แย้งมาจริง กกต.ก็อาจจะมีการทบทวนอีกครั้ง ว่าจะสามารถช่วยเหลือเยียวยาอะไรได้มากน้อยแค่ไหนบ้าง อีกทั้งหากมีการยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับดังกล่าวแล้ว จะมีการจ่ายเงินย้อนหลังได้หรือไม่นั้น คงต้องปรึกษาหารือกันในที่ประชุม กกต.ก่อนด้วย
 
 
 
'มท.1' อ้าแขนรับลูกจัดลต.หากก.ม.ให้ 'มท.' เป็นกรรมการ
 
 
                           พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) มีมติให้ลดอำนาจและบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และให้หน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานในการจัดการเลือกตั้งแทน ว่า ถ้าเรื่องนี้ยุติแล้ว และมีความเห็นให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำ เราก็ต้องทำให้ได้ และต้องทำโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม ก็ "เหมือนกับเราเป็นกรรมการ เวลาเขาเล่นฟุตบอลกัน ถ้าเล่นบอลแพ้ชนะด้วยฝีมือก็พอทน แต่หากอีกฝ่ายจะลุแก่อารมณ์แล้วทำอะไรที่ไม่ควรทำ แล้วกรรมการก็ยังไม่เป็นกลาง ก็จะทำให้เหตุการณ์ที่ไม่ดีขึ้น" รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า ถ้าเป็นนโยบาย เป็นกฎหมายออกมาแล้ว และระบุให้กระทรวงมหาดไทยจัดเลือกตั้ง ก็ต้องจัดเลือกตั้งให้ดีที่สุด คือ บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีพรรค ไม่มีพวก ทำตามกฎหมาย ทำให้คนเขาไม่ระแวงว่าไม่ยุติธรรม บ้านเมืองก็จะสงบ เมื่อผลออกมาอย่างนี้ ฝ่ายที่เขาไม่ได้ตามใจเขาก็ยังรับได้ แต่ถ้าทำแล้วออกมารู้กันเลย เข้าข้าง มีเล่นพวก สังคมอยู่ไม่ได้ หน้าที่กระทรวงมหาดไทยคงไม่ใช่เช่นนั้น