
'ถอดถอน'กระทบ'ปฏิรูป'
03 ม.ค. 2558
สนช.เปิดขั้นตอนพิจารณาถอดถอน 'พรเพชร' คาดสอย 'สมศักดิ์-นิคม-ยิ่งลักษณ์' อาจกระทบการปฏิรูป ย้ำ ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นธรรม ยุติธรรม
3 ม.ค. 58 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ว่า ขณะนี้มีเรื่องเข้ามาให้ สนช.พิจารณาถอนถอน 4 เรื่อง คือ การถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการถอดถอนอดีต ส.ว. และที่เข้ามาใหม่ คือ คำร้องขอถอดถอน 38 อดีต ส.ส.และ ส.ว. นอกจากนี้จากยังทราบอีกว่า กำลังจะมีอีก 1 เรื่องที่เข้ามาใหม่ คือ คำร้องจาก ป.ป.ช.กรณีถอดถอน 200 กว่าคน ซึ่งตนมีความกังวลใจมากที่สุด เพราะเวลาทำงานของ สนช.ที่จะต้องใช้มากขึ้นในเรื่องของการถอดถอน และจะรบกวนเวลาการทำงานของสมาชิก
เมื่อถามว่า การถอดถอนจะกระทบต่อการปฏิรูปการเมืองหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า แน่นอน เพราะเมื่อมีความขัดแย้ง ฟ้องร้องจนถึงขั้นที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ก็ต้องยุติลงในทางใดทางหนึ่ง เหมือนกับที่มีความขัดแย้งในสังคมก็ไปยุติที่ศาล แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมืองต้องยุติที่สภาฯ สิ่งที่ สนช.ทำได้ดีที่สุด คือ การพิจารณาโดยยึดหลักความเป็นธรรม ความยุติธรรม ยึดหลักกฎหมาย เป็นคำตอบ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าสิ่งที่ สนช.ทำไปนั้น มีความยุติธรรม เป็นธรรม โดยความเป็นธรรมในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า ถูกใจหรือไม่ถูกใจ เพราะความถูกใจไม่ถูกใจเป็นอารมณ์ของบุคคล เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้ เขาก็อาจจะทำความเข้าใจได้ เป็นวิธีการอย่างหนึ่งของระบบกฎหมายที่สร้างขึ้นมา และกระบวนการก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ สนช.ต้องระวัง
"สนช.ต้องเป็นกลาง ไม่ทำหรือไม่แสดงให้เห็นว่าจะไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือไม่มีอคติต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ตรงนี้จะเป็นเกราะป้องกัน สนช. และที่สำคัญจะมีผลต่อความขัดแย้งของบุคคลในสังคมให้ลดน้อยลง ให้เข้าใจได้มากขึ้น เพราะถ้าเราไปสร้างความรู้สึกเกลียดชัง โดยทำให้เขาเห็นว่า สนช.ผู้ตัดสินเองไม่มีความเป็นธรรม มันก็จบ ทำให้สิ่งที่จะตามมาขาดความน่าเชื่อถือ"
เปิดขั้นตอนพิจารณาถอดถอน
จากกรณีที่นายพรเพชร ให้สัมภาษณ์ว่า จะบรรจุวาระประชุม สนช. ซึ่งพิจารณาถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา , นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 6 วรรคสอง ประกอบมาตรา 64 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไว้ในวาระการประชุมวันที่ 8 ม.ค. และ 9 ม.ค แล้วนั้น ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการ สนช. ได้เผยแพร่วาระการประชุมไว้ในเว็บไซต์ สนช. ถึงกระบวนการพิจารณาวาระดังกล่าว โดยในวันที่ 8 ม.ค. จะมีวาระพิจารณาถอดถอน นายนิคม และนายสมศักดิ์ ฐานะผู้ถูกกล่าวหา ตามลำดับ โดยมีกระบวนการพิจารณา คือ 1. การแถลงเปิดสำนวนตามรายงาน และความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และการแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนหรือรายงานพร้อมความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ของผู้ถูกกล่าวหา 2. พิจารณาประเด็นซักถามตามญัตติของ สนช. ที่เสนอล่วงหน้าก่อนวันประชุม 3. พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติเพื่อกำหนดประเด็นซักถาม ตามข้อบังคับการประชุม สนช. พ.ศ. 2557 ข้อ 154 วรรคสอง ของนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช.
ทั้งนี้ในส่วนวาระพิจารณาถอดถอนของนายสมศักดิ์นั้น มีขั้นตอนที่เพิ่มเติมจากนายนิคม จำนวน 2 ขั้นตอน คือ พิจารณา ญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติเพื่อกำหนดประเด็นซักถาม ตามข้อบังคับการประชุม สนช. พ.ศ. 2557 ข้อง 154 ที่เสนอโดย พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต เป็นผู้เสนอ และพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม ในกรณีที่ญัตติก่อนหน้านั้นได้รับการพิจารณา
ขณะที่ในส่วนของการพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานะผู้ถูกกล่าวหา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 ม.ค.นั้น จะมีขั้นตอน คือ 1. การแถลงเปิดสำนวนตามรายงานและความเห็นของ ป.ป.ช. และการแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนหรือรายงานพร้อมความเห็นของ ป.ป.ช. ของผู้ถูกกล่าวหา 2. พิจารณาประเด็นซักถามตามญัตติของ สนช.ที่เสนอล่วงหน้าก่อนวันประชุม และ 3. ตั้งคณะกรรมาธิการซักถามในกรณีที่ญัตติก่อนหน้านั้นได้รับการพิจารณา
ทั้งนี้ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้ง 3 จะมาแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนของ ป.ป.ช. ด้วยตนเองหรือไม่ แต่เบื้องต้นคาดว่านายนิคม จะเดินทางมาด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านี้นายนิคมได้ยืนยันมาโดยตลอด ส่วนนายสมศักดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นล่าสุดยังไม่ได้รับจดหมายตอบรับเพื่อยืนยันเข้าประชุม หรือจะส่งบุคคลใดเข้าแถลงคัดค้านฯ แทน โดยตนคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะทราบในประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการพิจารณาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ไม่เคยมีผู้ถูกกล่าวหาคนใดไม่เข้าแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนของ ป.ป.ช.มาก่อน เพราะหากไม่มาชี้แจงจะถือว่าเป็นผลเสียกับตัวผู้ถูกกล่าวหาเอง แม้จะมอบหมายทนายมา เชื่อว่าจะไม่สามารถตอบแทนผู้ถูกกล่าวหาได้ทุกคำถาม



