ข่าว

'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557

'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557

04 ม.ค. 2558

เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557

 
                               ปี 2557 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ต้องยอมรับว่าเป็นปีที่วิกฤติการณ์ใหม่ๆ เป็นข่าวพาดหัวของโลก เกิดขึ้นไล่ๆ กันไม่เว้นแต่ละเดือน ทั้งโศกนาฏกรรมปริศนาและสะเทือนใจ หรือสงครามนองเลือด จนทำให้ปัญหาเดิม หรือความขัดแย้งยืดเยื้อในหลายหนแห่งของโลก ถูกมองข้าม หรือไม่ได้กลายเป็นข่าวมากเท่าที่ควร ทั้งนี้ในบางกรณีก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละสำนักข่าวด้วย เปิดโลกวันอาทิตย์พาไปสำรวจเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศที่รวบรวมข่าวที่ไม่เป็นข่าว หรือข่าวที่เราควรจะให้ความสนใจในปี 2558 นี้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง  
 
                               เริ่มจากวอชิงตันโพสต์ รวบรวมสงครามความขัดแย้งใน 7 ประเทศที่ไม่ได้ขึ้นหน้าหนึ่งบ่อยครั้ง เหมือนสงครามกลางเมืองซีเรีย ที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 ปี จนกลายเป็นความขัดแย้งหลายชั้นหลายแนวรบ และมีส่วนทำให้กลุ่มสุดโต่งไอเอสผงาดขึ้นมา หรือการจับอาวุธเพื่อแบ่งแยกดินแดนทางตะวันออกยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายหลายพันคน และอิสราเอลที่เปิดฉากปฏิบัติการทหารครั้งใหญ่หวังขจัดพิษสงฮามาส แต่ผลคือ อาคารบ้านเรือนในฉนวนกาซาพังราบกลายเป็นเศษอิฐเศษปูน กับผู้เสียชีวิตอีกกว่า 2,000 คน 
 
                               ยังมีเหตุรุนแรงและความโหดร้ายอื่นๆ อีกหลายแห่ง 
 
 
'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557
 
 
ลิเบีย 
 
 
                               ลิเบียไม่ได้เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการล้มระบอบเดิม ตามที่สหรัฐวาดฝันหลังเข้าไปหนุนหลังอย่างไม่ปิดบังในปี 2554 การโจมตีทางอากาศของนาโต เปิดทางให้พันธมิตรกลุ่มกบฏ โค่นล้ม พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการที่ปกครองมายาวนานได้สำเร็จ แต่สิ่งที่ตามมาในประเทศรวยน้ำมันและกลุ่มชนเผ่า คือ ประเทศแตกเป็นเสี่ยง และการแก่งแย่งอำนาจ 
 
                               ในปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย เสื่อมทรามจากคำว่า ง่อนแง่น เป็นสงครามกลางเมืองอย่างชัดแจ้ง ระหว่างกลุ่มติดอาวุธอิสลามนิยมหลายกลุ่ม กับกองกำลังชนเผ่า สถานการณ์ลากเข้าสู่การมีสองรัฐบาลคู่ขนาน ที่ต่างอ้างอำนาจชอบธรรมในการปกครอง ฝ่ายหนึ่งยึดกรุงทริโปลี เมืองหลวง อีกกลุ่มมีฐานอยู่ในเมืองโทบรุก ทางภาคตะวันออก ปัจจุบัน กลุ่มติดอาวุธกำลังสู้รบดุเดือดเพื่อชิงเมืองยุทธศาสตร์น้ำมัน       
 
 
 
เยเมน
 
 
                               เป็นอีกประเทศที่หนีเสือปะจระเข้ หลุดจากระบอบเผด็จการผูกขาดอำนาจตลอดชีพภายใต้ประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ ในปี 2555 ในกระแสอาหรับสปริงปี 2554 เพื่อเข้าสู่สงครามกลางเมืองหายนะ เมื่อกลุ่มกบฏฮูที ขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากนิกายชีอะต์ และกองกำลังอัล-ไกดาในคาบสมุทรอาหรับ แทรกเข้ามาในสุญญาอากาศอำนาจ  
 
                               กลุ่มฮูทีเข้ายึดกรุงซานาแบบไร้การต่อต้านเมื่อเดือนกันยายน จากนั้นก็รุกคืบพื้นที่ของชาวสุหนี่ ขณะกองกำลังอัล-ไกดาในคาบสมุทรอาหรับให้คำมั่นจะต่อสู้กับฮูที และในวันส่งท้ายปีเก่าที่ผ่านมา เยเมนเผชิญเหตุระเบิดพลีชีพโดยมือระเบิดเป็นผู้หญิง ถล่มงานฉลองทางศาสนาของผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธชีอะต์จัดโดยกลุ่มฮูที มีผู้เสียชีวิตเกือบครึ่งร้อย         
 
 
'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557
 
 
อัสสัม   
 
 
                               ในดินแดนห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งมีชายแดนติดกับจีน พม่า ภูฏาน และบังกลาเทศ เป็นที่อยู่ของชนกลุ่มน้อยมากกว่า 200 กลุ่ม ล้าหลังพื้นที่ส่วนอื่นของประเทศในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำขยายกว้าง การลุกฮือต่อต้านอำนาจรัฐของกลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์เกิดขึ้นมายาวนาน การแก่งแย่งที่ดินและทรัพยากร บ่อยครั้งนำไปสู่การรบราฆ่าฟันระหว่างกลุ่มต่างๆ รวมถึงชนเผ่าโบโดและชาวมุสลิมที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในรัฐอัสสัม ซึ่งบางฝ่ายอ้างว่า พวกเขาเป็นคนต่างด้าวผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ 
 
                               ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนสิ้นปี เกิดเหตุสังหารหมู่ประชาชน 4 หมู่บ้านอย่างน้อย 75 ราย เป็นเหตุนองเลือดที่สุดในรอบหลายปี ต้องสงสัยเป็นฝีมือนักรบปีกสุดโต่งของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติแห่งโบโดแลนด์ ผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งเป็นผู้หญิงและเด็กของแรงงานไร่ชาจากนอกรัฐ ชาวบ้านหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน รัฐบาลอินเดียส่งทหารเข้าไปกวาดล้างเป็นการใหญ่  
 
                               ชาวโบโด ซึ่งต่อสู้เพื่อตั้งรัฐของตนเองชื่อ โบโดแลน์ กล่าวหารัฐบาลนิวเดลีปล้นทรัพยากรของพวกเขาและนำคนนอกเข้าไปอยู่ การโจมตีนองเลือดดูเหมือนเพื่อตอบโต้ที่กองกำลังความมั่นคงอินเดียโจมตีกลุ่มโบโด ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ทั้งคนและอาวุธ และหันมาเล่นงานคนงานไร่ชา เพราะเชื่อว่าบางคนเป็นสายข่าวให้ตำรวจ  
 
 
 
ซูดาน
 
 
                               ประเทศน้องใหม่เซาท์ซูดาน ยังง่อนแง่น มีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคน และไร้ที่อยู่ 1.5 ล้านท่ามกลางการสู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลกับกลุ่มกบฏ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 เป็นต้นมา ส่วนทางเหนือ ภูมิภาคดาฟัวร์ยังไม่สงบ มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยราวครึ่งล้านคนเฉพาะในปีนี้ แต่ประธานาธิบดีโอมาร์ อัล บาชีร์ ซึ่งศาลอาญาระหว่างประเทศต้องการตัวไปพิจารณาคดีข้อหาอาชญากรสงครามจากการฆ่าล้างในดาฟัวร์ กลับกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า สถานการณ์สงบแล้ว ถึงเวลาที่ทหารรักษาสันติภาพสหประชาชาติจะต้องออกไป 
 
 
'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557
 
 
ไนจีเรีย 
 
 
                               กลุ่มโบโกฮาราม เดินหน้าวางระเบิด สังหารหมู่ และลักพาตัวต่อเนื่อง แม้รัฐบาลโหมปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ แต่โบโกฮารามกลับโจมตีอุกอาจขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการบุกเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน 
 
                               เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจและประณามจากนานาชาติ คือ การลักพาตัวนักเรียนมัธยมหญิงในเขตชีบ็อกกว่า 200 คน ไปจากหอพักโรงเรียน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของพวกเธออย่างแน่ชัด  
 
                               ไนจีเรียจะมีเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้ คาดว่าจะเป็นการเลือกตั้งท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ทั้งจากการเคลื่อนไหวของโบโกฮาราม และราคาน้ำมันที่ตกฮวบฮาบ เพราะน้ำมันคิดเป็นสัดส่วน 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด 
 
 
'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557
 
 
ปากีสถาน 
 
 
                               ปากีสถานเผชิญกับการก่อการร้ายนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงท้ายปี กลุ่มตาลีบันปากีสถานส่งนักรบก่อเหตุสังหารหมู่อย่างไม่เลือกหน้าที่โรงเรียนดำเนินงานโดยกองทัพในเมืองเปชวาร์ เสียชีวิต 149 ราย จำนวนนี้เป็นนักเรียน 132 ราย และจำนวนมากเป็นลูกหลานของทหาร 
 
                               ตาลีบันปากีสถานอ้างว่า เป็นการเข่นฆ่าโดยชอบ เพื่อล้างแค้นที่กองทัพปากีสถานปฏิบัติการกวาดล้างพวกเขาอย่างหนักหน่วงในพื้นที่ชนเผ่าห่างไกลทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับอัฟกานิสถาน ปฏิบัติการของกองทัพปากีสถานใช้ทั้งการโจมตีทางอากาศ และทหารราบราว 3 หมื่นคน  
 
                               การกวาดล้างทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน และไร้ที่อยู่อากาศัยเกือบล้านคน และหลังการสังหารหมู่ที่เปชวาร์ ปากีสถานยิ่งเดินหน้าโจมตีตาลีบัน และกลับมาประหารชีวิตนักโทษในคดีก่อการร้ายด้วยการแขวนคออีกครั้งหนึ่ง 
 
 
'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557
 
 
โซมาเลียและเคนยา 
 
 
                               อัลชาบับ กลุ่มสุดโต่งที่เกี่ยวโยงกับอัล-ไกดา ดูเหมือนล่าถอย หลังถูกสหรัฐและกองกำลังรักษาสันติภาพสหภาพแอฟริกาปฏิบัติการสกัดกั้นในโซมาเลีย ดินแดนที่เกือบไร้ขื่อแปและเป็นฐานที่มั่นของบรรดากลุ่มสุดโต่ง แต่การโจมตีไม่ได้ยุติลง ในปี 2557 นักรบต้องสงสัยเป็นกลุ่มอัลชาบับก่อการร้ายหลายระลอกในเคนยา รวมถึงการสังหารประชาชนที่ไม่ใช่มุสลิมในรถโดยสารเมื่อเดือนพฤศจิกายน และในชุมชนแห่งหนึ่งอีกสัปดาห์หลังจากนั้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลเคนยาสั่งตอบโต้อย่างรุนแรง จนเกรงกันว่าอาจจะยิ่งตอกลิ่มความตึงเครียดระหว่างชาติพันธุ์กับศาสตรในประเทศแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้    
 
 
 
'สงคราม' ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในปี 2557
 
 
                                ด้านเว็บไซต์เดอะ นิวยอร์กเกอร์ เลือก The Species Wars เป็นหนึ่งในข่าวที่ควรให้พื้นที่มากขึ้น นอกเหนือจากความขัดแย้งระหว่างคนกับคนแล้ว สงครามที่มนุษย์ไปเบียดเบียนเผ่าพันธุ์อื่นจนใกล้สูญพันธุ์ก็ชัดเจนขึ้นทุกที โดยยกตัวอย่างกรณีแรดขาวเหนือที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที 
 
                               ตามข้อมูลของกองทุนเพื่อสัตว์ป่าโลก ในปี 2503 ยังมีแรดขาวเหนือราว 2,000 ตัวอาศัยในแอฟริกา แต่ภายในปี 2527 เหลือเพียง 15 ตัว เพราะการล่าผิดกฎหมาย โครงการอนุรักษ์ช่วยเพิ่มประชากรแรดขาวเหนือได้เท่าตัวในปี 2536 แต่ก็สู้ความโลภของนักล่าไม่ไหว เพราะนอแรดขาวเหนือสามารถทำเงินได้กิโลกรัมละหลายแสนบาท ทำให้ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้รอดอยู่บนโลกเพียง 5 ตัว 3 ตัวอยู่ในเคนยา ที่เหลืออยู่ในสวนสัตว์ซานดิเอโก และสวนสัตว์ในสาธารณรัฐเช็ก ทั้งหมดนี้ไม่น่าจะขยายพันธุ์ได้ 
 
                               ส่วนโลมาบากีตา โลมาชนิดเล็กที่สุด ที่ประเมินกว้างๆ ว่าเหลือระหว่าง 25-100 ตัว ธรรมชาติของโลมาชนิดนี้ เป็นสัตว์ขี้อาย แหวกว่ายอยู่นอกฝั่งเม็กซิโก มักติดแหชาวประมงที่ใช้อวนลากจับกุ้งน้ำเงินขนาดใหญ่ อาหารโปรดของชาวอเมริกัน นอกจากนี้ โลกยังมีชะนีไห่หนานเหลืออีกไม่ถึง 24 ตัว อยู่ในอุทยานธรรมชาติแห่งชาติ บนเหาะไห่หนาน เพราะแหล่งอาศัยถูกนักตัดไม้และพรานคุกคาม 
 
                               เว็บไซต์ข่าวฮัฟฟิงตัน (www.huffingtonpost.com) หยิบประเด็น "เป็นเกย์ในรัสเซียเลวร้ายกว่าที่คิด" การเลือกปฏิบัติต่อชาวหลากหลายทางเพศ หรือ แอลจีบีที เป็นหนึ่งข่าวที่ควรให้ความสนใจ  
 
                               เรื่องนี้เคยได้รับความสนใจอย่างมากก่อนมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิ แต่คนจำนวนมากอาจไม่รู้ว่ากระแสต้านและรังเกียจชาวเกย์ในรัสเซียลึกซึ้งแค่ไหน ผู้คนอาจได้ยินมาบ้างว่า สภาดูมารัสเซียผ่านกฎหมายห้ามโฆษณาชวนเชื่อ ห้ามการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศนอกขนบประเพณีแก่เยาวชน ซึ่งแปลความว่า การแสดงความเห็นสนับสนุนเกย์ลักษณะใดลักษณะหนึ่งก็อาจถูกจับเข้าคุกได้ แต่เรื่องที่ไม่ค่อยรู้กันคือ การใช้ความรุนแรง มีชาวเกย์ถูกทุบตี ถูกจับกุมหลังถูกทำร้ายหรือแม้กระทั่งฆ่า 
 
                               ด้าน อาร์ทีดอทคอม (www.rt.com/news) จัดอันดับ 14 ข่าวที่ไม่เป็นข่าว ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่สำนักข่าวรัสเซียเกาะติดมาตลอดปี และสวนกระแสสำนักข่าวตะวันตก เช่นเรื่อง มอนซานโต้คว่ำการติดฉลากจีเอ็มโอ  
 
                               เว็บไซต์ระบุว่า มอนซานโต้สามารถคว่ำความพยายามในรัฐโคโลราโดและโอเรกอน เรื่องการติดฉลากอาหารที่มีส่วนประกอบการจากพืชหรือสัตว์ที่มาจากการปรับแต่งพันธุกรรมในปีนี้ หลังทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์สนับสนุนฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ผู้บริโภคได้เห็นฉลากจีเอ็มโอ ที่รัฐโอเรกอน ผลการลงประชามติปรากฏว่า ขาดไปแค่ 812 เสียง ขณะที่รัฐโคโลราโดมี 66 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนสิทธิในการรับรู้ (ว่าอาหารมีจีเอ็มโอหรือไม่) แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะนักเคลื่อนไหวในโอเรกอนยื่นฟ้องกรณีบัตรเลือกตั้ง 4,600 ใบ ไม่ได้ถูกนับ 
 
                               อีกเรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง คือ ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ นับจากคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 5 ปีต่อมา ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งทิ้งระเบิดประเทศที่ 7 ในรอบ 6 ปี ครั้งที่ 7 เพิ่งเกิดเมื่อเดือนกันยายน เมื่อสหรัฐเริ่มโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรียทางอากาศ   
 
                               นอกจากนี้ สำนักข่าวรัสเซียแห่งนี้ยังหยิบยก กระแสความหวาดกลัวแฟรกกิ้ง เป็นอีกประเด็นที่ไม่ค่อยเป็นข่าว แฟรกกิ้งถูกสั่งห้ามในรัฐเท็กซัส แหล่งกำเนิดของแฟรกกิ้ง วิธีการแยกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่ลึกลงไปในชั้นหิน โดยการอัดแรงดันน้ำและสารเคมีทำให้เกิดรอยร้าวในชั้นหิน แต่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในอังกฤษ แฟรกกิ้งเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่ได้ข้อยุติ ผลศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การอาศัยอยู่ใกล้จุดแฟรกกิ้ง ก่อปัญหาสุขภาพ ขณะอีกผลการศึกษาระบุว่า อันตรายเหมือนกับแร่ใยหินหรือบุหรี่