
คอฟฟี่เบรค : ธรรมะย่อยง่าย มาแล้ว
04 ม.ค. 2558
คอฟฟี่เบรค : ธรรมะย่อยง่าย มาแล้ว : โดย...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์
'ไดฟูกุ' สำนักพิมพ์น้องใหม่ในเครือ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ กำลังได้รับการต้อนรับจากคนไทย แม้ว่าสถานการณ์หนังสือในภาพรวมจะตกลง เนื่องจากถูกโซเชียลมีเดียเบียดพื้นที่สายตาและความคิดไปมหาศาล แต่ไดฟูกุก็ก้าวข้ามสถานการณ์ฝุ่นตลบมาได้อย่างสวยงาม
อลีน เฉลิมชัยกิจ ผู้จัดการสำนักพิมพ์ไดฟูกุ เล่าถึงที่มาของสำนักพิมพ์ว่า เกิดขึ้น เพราะอยากให้หนังสือธรรมะ หรือหนังสือที่มีสาระย่อยง่าย
"ก็คิดมาหลายปีแล้ว เมื่อ 4 ปีก่อนได้พบหนังสือ 'เจ้าอู๊ดชิตตะกะ ทำเป็นรู้ กับบุตตะ 1' เขียนและวาดภาพประกอบโดย โยชิฮิโระ โคอิซูมิ ก็พยายามขอลิขสิทธิ์มาเรื่อยๆ ตอนนั้น นักเขียนเขาค่อนข้างกังวลว่า ถ้าซีรีส์นี้เข้ามาในเมืองไทย เขาเกรงว่า เสียงตอบรับจะเป็นลบหรือเปล่า คือ ตัวละครของเขา เป็นหมูน่ารักมาก แล้วยังมีหมูที่เป็นคล้ายๆ กับนักบวชด้วย เขาเกรงว่า ถ้าเป็นชาวพุทธในเมืองไทยจะรับไม่ได้ไหม ปรากฏว่า เมื่อเรานำมาตีพิมพ์ ไม่มีปัญหานั้นเลย เพราะเนื้อเรื่อง เป็นการค้นหาตัวเอง สนุกสนาน รูปภาพก็น่ารักมาก"
อีกซีรีส์หนึ่งเป็นเรื่อง 'บันทึกของฉัน กับ มาเมะโกมะ' ซึ่งเป็นเรื่องของแมวน้ำจิ๋วน่ารัก เลี้ยงในบ้านได้ ก็น่ารักมากๆ เหมือนกัน เล่มนี้ อลีนอธิบายว่า สำนักพิมพ์เราก็เน้นเรื่องนี้ คือ เป็นการ์ตูนแทรกสาระ สไตล์ญี่ปุ่น ไปเรื่อยๆ ต่อไปก็จะมีแนวการบริหารธุรกิจเบื้องต้น และการดูแลสุขภาพ แล้วก็จะมีออกมาอีกหลายแนว
จุดเริ่มต้นของหนังสือธรรมะย่อยง่ายจากญี่ปุ่นนี้ อลีนระลึกไปถึงตอนแรกๆ ว่า เริ่มจากเพื่อนที่เป็นล่ามหลายคนอ่านแล้วชอบมาก ก็เลยมาแนะนำ
"พออ่านแล้วรู้สึกว่าชอบมาก ทำไมดีขนาดนี้ จึงไปค้นดูซีรีส์ 8 เล่มของนักเขียนคนเดียวกัน ปรากฏว่าได้รับรางวัลบุงเกชูนชูมังงะ ซึ่งเป็นรางวัลจากนิตยสารอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ที่มีความรู้ และสาระเป็นที่นิยม ทำให้เห็นเลยว่า ที่เราชอบ คนญี่ปุ่นเขาก็ชอบ ทำให้ยอดขายการ์ตูนซีรีส์ของเขาทั้งหมด 8 เล่ม ที่พิมพ์ออกมาแล้วรวมกัน 2 ล้านเล่มในญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543
"สำหรับ 'เจ้าอู๊ด ชิตตะกะ ทำเป็นรู้' เป็นเรื่องราวของหมูธรรมดาตัวหนึ่ง ที่มีปัญหาชีวิตมากมายก่ายกอง แล้วทำเป็นรู้ แต่จริงๆ มันไม่รู้อะไร ในเรื่องจึงมี 'บุตตะ' เป็นหมูคล้ายนักบวช โผล่ออกมาเป็นระยะ เป็นตัวให้สติ แบบชิลๆ ออกมาดื่มชา สงบนิ่ง สไตล์เซน ทำให้เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้ คือ เราจะรู้สึกว่า ปัญหาแบบนี้ เราก็เคยเป็น หรือกำลังเป็นอยู่ ทำให้เราอินไปกับการ์ตูน 4 ช่อง เพราะเนื้อหาแต่ละตอนสั้นๆ เป็นการ์ตูน 4 ช่องจบในหนึ่งหน้า เมื่ออ่านจบ บางทีก็สะกิดใจ บางทีก็แค่หยิก บางทีก็ทำให้ตื่น ไม่ก็ตีหัวให้เราสลบไปเลย"
อลีนแนะนำเรื่องง่ายๆ ที่เรามักจะหลงลืมกัน แล้วเราก็คิดว่าเป็นความจริงในเล่ม เช่นว่าตอนหนึ่งผู้เขียนเขียนว่า ถ้าโลกนี้มีแต่หมู แล้วเขาก็วาดรูปหมูอัดแน่นเต็มทุกพื้นที่ ส่วนภาพที่สอง กับภาพที่สามก็ยังเป็นภาพหมูอัดแน่นทำตาแป๋วๆ แต่ภาพที่สี่เขียนว่า หมูทุกตัวก็จะไม่เคยถูกเรียกว่า อ้วนนะซี
"คือ เรามักจะคิดว่า เราอ้วน เราผอม ทั้งหมดนี้ คือการเปรียบเทียบกับคนอื่น เท่านั้นเอง หรือเรื่องการแยกแยะสีขาว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสีขาว รูปแรกของการ์ตูน ก็มีคำมานิดเดียวว่า ที่เรารู้ว่าเป็นสีขาว อีกช่องหนึ่งเขียนว่า เพราะเราเทียบกับสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่สีขาว ช่องที่สามก็เขียนว่า เราเลยรู้ว่านี่คือสีขาว ส่วนช่องที่สี่เขียนว่า ถ้าโลกนี้มีแต่สีขาว แม้แต่คำว่าสีขาวอาจไม่เกิดขึ้นมาก็ได้ มันก็เป็นอะไรที่สนุกๆ"
การ์ตูนซีรีส์ช่องนี้ อลีนแนะว่า เด็กๆ จะอ่านแบบตลกๆ ก็ได้ เพราะเจ้าหมูนี้ตลกมาก หรือจะอ่านลึกๆ ถึงขั้นปรมัตถธรรม คือ อ่านแล้วเห็นความไม่มีตัวตนเลยก็ได้ มันจะลึกไปเรื่อยๆ ตามเช่นตอนที่เขาเขียนบอกว่า นี่คือสัจธรรมจังครับผม เป็นรูปกลมๆ ขาวๆ กลิ้งมา เจ้าหมูก็ชี้ไปอีกช่องหนึ่ง เขียนว่า ได้ยินคำว่า สัจธรรมจัง ทุกหนทุกแห่งเลยนะครับ ช่องที่สามก็บอกว่า อีกแล้ว ไม่จริงน่า หมูเริ่มเหงื่อออก ช่องที่ 4 ก็เขียนบอกว่า สัจธรรมจัง ไม่ว่ามองมุมไหนก็ยังเป็นสัจธรรมจัง ครับผม ก็เป็นตัวกลมๆ มันหมุนไปอย่างไรก็ยังเป็นกลมๆ อยู่เหมือนเดิม
"ทำให้เราคิดได้ว่า ความจริง ไม่ว่ามองมุมไหนมันก็จริง หรือถ้าเราจะตีความลึกๆ ก็เป็นได้ว่า ที่เราทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะเรามองกันคนละมุม แล้วเราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง"
ใช่หรือเปล่านะ !
----------------------------
(คอฟฟี่เบรค : ธรรมะย่อยง่าย มาแล้ว : โดย...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์)



