
ฝังศพเหยื่อแอร์เอเชียรายแรก-กู้เพิ่มอีก2
02 ม.ค. 2558
ศพผู้เคราะห์ร้ายรายแรกจากเที่ยวบิน QZ8501 ของแอร์เอเชียตกในทะเลชวาได้รับการประกอบพิธีฝังแล้ว ขณะที่ทีมกู้ภัยกู้ศพได้อีก 2 รวมเป็น 9 ศพ
2 ม.ค.58 ศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่ตั้งขึ้นในเมืองสุราบายา ยืนยันเมื่อวานว่า ศพรายแรกของเที่ยวบิน QZ 8501 ที่ประสบเหตุตกเมื่อวันอาทิตย์ คือ ฮายาติ ลุตเฟียห์ ฮามิด วัย 49 ปีและครอบครัวประกอบพิธีฝังศพที่สุสานในเมืองซิโดร์โฮ จังหวัดชวาตะวันออกในวันเดียวกัน ฮามิดเป็นหนึ่งในผู้โดยสารจำนวน 155 คนบนเที่ยวบิน และเป็นหนึ่งในสองศพแรกที่กู้ขึ้นมาจากทะเลชวา ใกล้กับเมืองพังกาลันบัน ขณะที่ยังไม่ทราบชะตากรรมของสามี ลูกชาย และแม่สามีของเธอที่เดินทางพร้อมกันในเที่ยวบินนี้
ขณะที่หน่วยค้นหากู้ภัยสามารถกู้ศพขึ้นจากบริเวณจุดที่เครื่องบินตกได้อีก 2 รายเมื่อวาน รวมเป็น 9 ราย แต่อีก 8 ศพยังไม่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้
ภารกิจการกู้ศพและค้นหาซากลำตัวเครื่องบินต้องเผชิญกับฝนตกหนักเมื่อวาน ทำให้ปฏิบัติการต้องระงับลงเมื่อเวลา 1 ทุ่มตามเวลาท้องถ่น และนักประดาน้ำกว่า 50 ชีวิตที่เตรียมพร้อมรอค้นหาซากเครื่องบิน ก็ไม่ได้รับคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติการเพราะสภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวย แต่ก็มีความคืบหน้าในการเก็บกู้ชิ้นส่วนเครื่องบินและสิ่งของของผู้โดยสารที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ เช่น กระเป๋าผู้โดยสาร บันไดของเครื่องบิน และเศษเหล็ก
และในวันนี้ทีมค้นหาจะใช้อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณเสียงใต้น้ำของสิงคโปร์ลงไปค้นหาใต้ทะเลเพื่อค้นหาซากเครื่องบินและกล่องดำ และเรือพิฆาตจากสหรัฐจะร่วมค้นหาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้อินโดนีเซียได้ส่งเรือวิจัย บารูนา จายา ที่ติดเครื่องมือโซนาร์ตรวจจับโลหะ และทำภาพใต้น้ำสามมิติได้ เข้าไปในจุดที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดเครื่องบินตก และหวังว่าจะหาส่วนลำตัวเครื่องบินพบ
ขณะที่มีรายงานว่า นางตรี ริสมา ฮารินี นายกเทศมนตรีเมืองสุราบาย ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจญาติผู้เคราะห์ร้าย มีอาการเป็นลมหมดสติ จนต้องให้ออกซิเจนเมื่อวาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเธอมีอาการเหนื่อยล้าเกินไป แต่หลังจากได้พักผ่อนก็มีอาการดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้ในวันอังคารที่มีรายงานการพบศพผู้เคราะห์ร้าย ญาติคนหนึ่งถึงกับเป็นลมอยู่ในอ้อมแขนของนางริสมาที่เข้าช่วยพยุงไว้
นอกจากนี้ตัวแทนญาติผู้เคราะห์ร้ายแถลงเมื่อวานแสดงความพอใจกับประสิทธิภาพการทำงานของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย ที่ประสานงานร่วมมือกับหลายฝ่าย ทั้งกองทัพและตำรวจ จนสามารถพบชิ้นส่วนจากเครื่องบินและศพ
ผู้เชี่ยวชาญชี้ กัปตันเที่ยวบิน QZ8501 อาจนำเครื่องบินลงจอดบนผิวน้ำได้สำเร็จ แต่คลื่นสูงจึงทำให้เครื่องบินจม
ในขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัย กำลังเร่งมือในการค้นหากล่องดำของเครื่องบินโดยสารแอร์บัส A320-200 เที่ยวบิน QZ8501 ของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย บรรดานักวิเคราะห์ต่างชี้ว่า นักบินอาจจัดการนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินบนผิวน้ำได้สำเร็จ แต่อาจเผชิญคลื่นสูงซัดจนเครื่องจมลงใต้น้ำ
เที่ยวบิน QZ8501 ออกเดินทางจากเมืองสุราบายาเมื่อเช้าวันอาทิตย์ เพื่อไปยังสิงคโปร์ แต่ได้หายไปจากจอเรดาร์ ขณะบินอยู่เหนือทะเลชวาท่ามกลางพายุ และระบบส่งสัญญาณฉุกเฉินเพื่อแจ้งตำแหน่งเครื่องตก หรือ ELT ก็ไม่ทำงานดังที่ควรจะเกิดขึ้น ในกรณีที่เครื่องตกกระแทกพื้นดินหรือจมอยู่ใต้น้ำ
ผู้เชี่ยวชาญ บอกด้วยว่า กัปตันอิริยันโต อดีตนักบินกองทัพอากาศและมากประสบการณ์ น่าจะนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินบนผิวน้ำ เพื่อไม่ให้เครื่องบินได้รับความเสียหาย นายดูดี้ สุดิไบโอ บรรณาธิการนิตยสารการบิน อังกาซ่า ให้ความเห็นว่า การที่ ELT ที่ควรจะทำงานตอนที่เครื่องตก ไม่ว่าจะบนแผ่นดิน, ทะเลหรือข้างภูเขา กลับไม่ทำงาน อาจเป็นเพราะเครื่องบินไม่ได้ตกกระแทกอย่างรุนแรงในระหว่างลงจอด
เที่ยวบิน QZ8501 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 162 คน กำลังบินอยู่ในระดับความสูง 32,000 ฟุต ตอนที่นักบินขอไต่ระดับความสูงเพื่อหลบเลี่ยงพายุ แต่แม้ว่าจะได้รับอนุญาตให้เบี่ยงออกไปทางซ้าย แต่นักบินก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไต่ระดับความสูงโดยทันที เนื่องจากมีการสัญจรทางอากาศหนาแน่นในขณะนั้น และหลังจากนั้นไม่นาน เครื่องบินก็หายไปจากจอเรดาร์
นักวิเคราะห์บางคน เชื่อว่า เครื่องบินอยู่ในภาวะ "อาการร่วงหล่น" เนื่องจากสูญเสียความเร็วหรือไม่ก็เชิดหัวเครื่องบินในมุมที่ชันเกินไป และไม่แน่ชัดว่า เหตุใดจึงไม่มีสัญญาณขอความช่วยเหลือ หรือ "เมย์เดย์" ออกมาจากห้องนักบิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบินตกบางคน ชี้ว่า เครื่องบินอาจเพิ่มความเร็วเทียบเท่าเครื่องบินรบ ก่อนจะร่วงลงไปในทะเลในสภาพเกือบจะเป็นแนวดิ่ง เนื่องจากเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนกระทันถึงขีดสุด จนนักบินไม่สามารถประคองเครื่องบินหรือปกป้องชีวิตผู้โดยสารได้ แต่ปีเตอร์มาร์รอสส์เซกี้ จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ให้ความเห็นว่า เขากลับคิดว่า เครื่องบินน่าจะใช้ความเร็วต่ำ ที่ระดับ 61 น็อต จึงไม่น่าประหลาดใจว่า จุดที่เครื่องตกอยู่ห่างจากพิกัดสุดท้ายที่หายไปจากจอเรดาร์เพียง 10 กิโลเมตร
อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่า การที่ทีมกู้ภัยพบ 8 ศพ ในสภาพที่อวัยวะครบถ้วน ได้บ่งชี้ว่า เครื่องบินไม่น่าจะระเบิดกลางอากาศ และไม่น่าจะตกกระแทกผิวน้ำอย่างรุนแรง เพราะหากตกกระแทกแรง ศพคงจะไม่อยู่ในสภาพที่มีความสมบูรณ์ นอกจากนี้ประตูทางออกฉุกเฉินและบันไดสไลด์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนแรกๆ ที่ถูกพบ ได้บ่งชี้ว่า อาจเริ่มขั้นตอนแรกของการอพยพผู้โดยสารคนแรกๆ ออกจากเครื่องทันที ที่เครื่องลงจอดเหนือผิวน้ำ ขณะที่อดีตรัฐมนตรีขนส่ง จัสมาน ไซอาฟี่ ดีจามาล เชื่อว่า การค้นพบประตูทางออกฉุกเฉินลอยอยู่ย่อมหมายความว่า มีคนเปิดประตูนั้นแล้ว และผู้โดยสารอาจจะรอให้ลูกเรือปลดทุ่นชูชีพออกจากเครื่องบิน แต่ได้เกิดคลื่นสูงซัดส่วนหัวของเครื่องจนจมลงน้ำเสียก่อน
ตามมาตฐานความปลอดภัยของเที่ยวบิน ผู้โดยสารทุกคนจะต้องได้รับอพยพออกจากเครื่องภายใน 90 วินาที ผู้เชี่ยวชาญของฝรั่งเศสกับสิงคโปร์ ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซีย เพื่อตามหาซากชิ้นส่วนเครื่องบิน โดยเฉพาะกล่องดำ เพื่อจะได้ทราบรายละเอียดของการสนทนาภายในห้องนักบิน รวมถึงช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเครื่องตก
------------------------------------------
(ภาพ : AFP)



