ข่าว

เส้นทางสองแพร่ง 'รัฐธรรมนูญ'

เส้นทางสองแพร่ง 'รัฐธรรมนูญ'

02 ม.ค. 2558

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : เส้นทางสองแพร่ง 'รัฐธรรมนูญ'

 
                               ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดปลายปีเราจะเห็นทางสองแพร่งของสังคมไทย ทางแรกคือ เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ และทางที่สองคือ เริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดตั้งแต่การเริ่มสรรหา สปช. 
 
                               ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ได้กำหนดระยะเวลาในการทำงานที่แน่นอนของการร่างรัฐธรรมนูญเอาไว้ตั้งแต่กระบวนการสรรหา สปช. การทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จวบจนสิ้นสุดกระบวนการ  
 
                               โดย "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ได้แปลความและกำหนดวันที่ต่างๆ ให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า วันไหนจะเป็นอย่างไร โดยในช่วงนี้ แม้จะเป็นวันหยุด แต่คณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราก็ไม่ได้หยุดทำงานแต่กลับเดินหน้ายกร่างรายมาตราไปด้วย
 
                               และตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้คือ 5-11 มกราคม 2558 คณะอนุกรรมาธิการจัดทำกรอบรัฐธรรมนูญ 11 คณะ จะนำร่างรัฐธรรมนูญมาพิจารณา
 
                               จากนั้นวันที่ 12-16 มกราคม 2558 กรรมาธิการยกร่างฯ จะพิจารณารายละเอียดทั้งหมด และวันที่ 1-3 เมษายน 2558 ก็จะตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก่อนที่จะส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาในวันที่ 17 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงครบ 120 วันของการทำงานตามที่กำหนดไว้ 
 
                               เมื่อ สปช.พิจารณาเสร็จแล้วและเห็นว่าต้องแก้ไขหรือปรับปรุงอะไร ก็จะส่งคืนให้กรรมาธิการยกร่างฯ ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 พร้อมๆ กับข้อเสนอของ ครม. คสช. และสนช. จากนั้นกรรมาธิการยกร่างฯ จะพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติม และส่งให้ สปช.ลงมติภายในวันที่ 6 สิงหาคม 2558 
 
                               วันที่ 6 สิงหาคมนี้เอง จะเป็นวันที่เราจะเห็นชะตากรรมว่า รัธฐรรมนูญฉบับใหม่จะได้ใช้หรือไม่ หรือเราต้องย้อนนับหนึ่งกระบวนการอีกครั้ง ซึ่งหมายถึงว่าอาจจะใช้เวลาอีกปีกว่าๆ ที่จะได้เลือกตั้ง และนั่นหมายความด้วยว่า คสช.ก็จะอยู่ในอำนาจต่อไปในระยะเวลาเท่าๆ กัน
 
                               และเอาเข้าจริงจนถึงขณะนี้รูปแบบของร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นเริ่มก่อให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมแล้วว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่เหมาะจะออกมาใช้หรือไม่ เพราะประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างมาก ไม่ได้เป็นประเด็นย่อยอย่างเช่นเมื่อครั้งร่างรัฐธรรมนูญ 2550 หากแต่ครั้งนี้กลับเป็นประเด็นหลักอย่างเรื่องที่มานายกฯ รวมถึงที่มาและอำนาจ ส.ว. 
 
                               มิพักต้องพูดถึงข้อเสนอของกรรมาธิการของ สปช. ที่ไม่ถูกนำมาใช้ และยังถูกโต้แย้งอย่างหนักโดยกรรมาธิการยกร่างฯ หลายคนจึงหวั่นว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจถูกตีตก
 
                               แต่ครั้นจะกลัวถูกตีตกจนไม่แสดงความไม่เห็นด้วย ภาพของรัฐธรรมนูญที่จะก่อปัญหาขึ้นในอนาคตก็ฉายชัดจนสร้างความหวั่นใจ นาทีนี้ทางเลือกทั้งสองทางจึงคล้ายกับการหนีเสือปะจระเข้
 
                               เว้นเสียแต่ระยะเวลาการทำงานที่เหลือ ทุกฝ่ายช่วยกันคิดช่วยกันแก้ปรับจนเป็นรัฐธรรมนูญที่อาจไม่ต้องดีที่สุด แต่อย่างน้อยต้องไม่ขัดใจและเคารพอำนาจของประชาชน