
คนกีฬาไทยรอรับของขวัญปี 58 กระทรวงกีฬาในฝัน พ.ร.บ.กีฬาใหม่
03 ม.ค. 2558
คนกีฬาไทยรอรับของขวัญปี 58 กระทรวงกีฬาในฝัน พ.ร.บ.กีฬาใหม่
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปีแล้วปีเล่า กงล้อกีฬาไทยก็ต้องหมุนไปอย่างไม่มีหยุดเช่นกัน ในปี 2558 หรือ ค.ศ.2015 ผ่านเข้ามาถึง ยังมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา และ “คนกีฬาไทย” ก็จะต้องนำพาการกีฬาของชาติเดินหน้าไปอย่างมั่นคง
"บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นคีย์แมนคนสำคัญที่เข้ามาขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลงวงการกีฬาไทยครั้งใหญ่ กล่าวว่า การพัฒนากีฬาของชาตินั้น ต้องมีการคิดและวางแผนร่วมกัน จะทำโดยใครคนใดคนหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งนั้นไม่ได้ ซึ่งหน่วยงานหลักอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต้องคิด โอลิมปิกไทยก็ต้องคิดไปพร้อมกันด้วย
กีฬารายการสำคัญในปี 2558 นั้น หลักๆ ก็มีเพียงรายการเดียวคือ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ จะเป็นเจ้าภาพวันที่ 5-16 มิถุนายน ซึ่ง “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่าชาติสมาชิอาเซียนนั้นยอมรับแล้วว่าไทยเป็นที่ 1 ของอาเซียน จากการทวงตำแหน่งเจ้าเหรียญทองกีซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่พม่า เมื่อปี 2556 มาครองได้สำเร็จ พร้อมทั้งได้เหรียญทองฟุตบอลแบบเบ็ดเสร็จ สร้างความสุขให้แก่คนไทยอีกครั้ง ซึ่งในซีเกมส์ครั้งที่ 28 นี้ ไทยก็จะต้องครองอันดับ 1 เป็นเจ้าอาเซียนให้ได้เหมือนเดิม
เมื่อไม่มีมหกรรมกีฬามากนัก แต่ในปี 2015 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญเนื่องจากจะเป็นปีที่สหพันธ์กีฬานานาชาติ จัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล จะเป็นเจ้าภาพในปี 2016 เป็นเวลา 1 ปีเศษที่นักกีฬาจากทั่วโลกจะต้องสร้างผลงานให้ดีที่สุดเพื่อเก็บคะแนนในการคว้าโควตาไปร่วมมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติให้ได้
“สมาคมกีฬา นักกีฬา จะนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ ต้องวางแผนในการไปแข่งขันเพื่อคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ให้ได้มากที่สุด โดยในโอลิมปิเกมส์ 2012 ที่ลอนดอนเกมส์ นั้น นักกีฬาไทยผ่านการควอลิฟาย 37 คน จาก 17 กีฬา ซึ่งในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล จะต้องมีนักกีฬาไทยได้เข้าร่วมแข่งขันมากกว่าเดิม”
ประธานโอลิมปิกไทยมั่นใจว่าทัพนักกีฬาไทยจะทำผลงานได้ตามเป้า เนื่องจากพิจารณาผลงานในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” ถือว่านักกีฬาไทยทำผลงานได้ดี โดยคว้ามาได้ 12 เหรียญทอง เข้าไปอยู่ในอับดับ 6 ของเอเชีย นักกีฬาไทยที่ได้เหรียญทอง เงิน และทองแดงจาก “อินชอนเกมส์” น่าจะสานต่อผลงานไป “ริโอเกมส์” ได้ ซึ่งจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ผ่านมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
“กลุ่มกีฬาที่มีโอกาสคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ ยังเป็นกีฬาที่เราเคยทำได้มาแล้ว ทั้งมวยสากลสมัครเล่น, ยกน้ำหนัก และเทควันโด ส่วนกีฬาชนิดอื่นๆ ต้องมองภาพให้ออกว่า แต่ละชนิดมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน กีฬาที่มีโอกาสจะต้องเข้าไปสนับสนุนเป็นพิเศษ”
สำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬารายการระดับนานาชาตินั้น “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า ทุกสมาคมกีฬาต้องมองไปถึงปีต่อๆ ไปว่าไทยสามารถจะเป็นเจ้าภาพกีฬารายการใดได้บ้าง เพื่อทำแผนเสนอไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพราะถ้าหากปล่อยให้กีฬานั้นเงียบ ไทยไม่ได้เป็นเจ้าภาพกีฬารายการใดๆ เลย ก็จะขาดการกระตุ้น และไม่เกิดการพัฒนา
โครงการใหญ่อย่างเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งไทยคิดที่จะเสนอตัวอีกครั้งเพื่อให้จัดเป็นครั้งที่ 5 ก็หยุดชะงักลงไป หลังจากที่มีความพยายามในการเสาะหาพื้นที่แห่งใหม่ที่บางปิ้ง จ.สมุทรปราการ เพื่อสร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ให้เป็นสำนักงานของกรมพลศึกษา พร้อมทั้งผนวกโครงการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ไปพร้อมกันด้วย แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนักและไม่มีความชัดเจนว่าเราจะเดินหน้าต่อหรือไม่
การเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์นั้น ก็ควรจะทำต่อไป จากการยืนยันจากปากของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เพียงแต่ ประธานโอลิมปิกไทย มีความคิดที่ไปไกลกว่านั้น
มหกรรมกีฬาหมายเลข 1 ของโลกอย่างโอลิมปิกเกมส์นั้น กว่าที่เมืองเมืองหนึ่งของประเทศหนึ่งจะคว้าสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพนั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ในปี 2558 นี้ เมื่อประชาคมอาเซียนเกิดขึ้น มีประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมกัน 10 ชาติ ก็ทำให้อาเซียนมีพลังมากขึ้น
“การจัดโอลิมปิกเกมส์ในยุคปัจจุบันนั้นยากมาก แต่ผมคิดว่าเมื่อประชาคมอาเซียนเกินขึ้นในปี 2558 นี้ ทั้ง 10 ชาติ ก็ควรจะผนึกกำลังร่วมกันในการพัฒนาภูมิภาคนี้ รวมไปถึงการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์ในอนาคต”
ความคิดของ “บิ๊กอ๊อด” ต้องการให้สำนักงานสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่ตั้งอยู่ในภายในสนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวันนั้น เป็นตัวกลางในการประสานและเชื่อมโยงชาติสมาชิกอาเซียน ถึงแนวทางอันสำคัญนี้ หากทุกชาติเห็นด้วยและผนึกกำลังร่วมกัน ก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นเมืองหลักของอาเซียน อย่าง กรุงเทพมหานคร, กัวลาลัมเปอร์, จาการ์ตา, เนปิดอว์ ฯลฯ ได้จัดโอลิมปิกเกมส์
“ถ้าเราต่างคนต่างอยู่ก็ไม่เกิดการพัฒนา ผมเชื่อว่า 3-4 ชาติอาเซียนร่วมใจกัน เราจัดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ได้” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวอย่างมั่นใจ
ประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ตั้งแต่ปี 1896 ผ่านไปร้อยกว่าปีมีเพียง 3 ชาติมหาอำนาจของเอเชียเท่านั้นที่เคยเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ จีน หากแต่เมื่อธรรมนูญโอลิมปิกของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มีการแก้ไขให้การจัดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ สามารถมีเจ้าภาพร่วมได้ อาเซียนก็พร้อมที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
อีกประการที่เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การกีฬาของชาติพลิกโฉมไป และได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 นั่นคือ “การปฏิรูปกีฬา” ซึ่งทำให้ชื่อของ “บิ๊กอ๊อด” กลายเป็นบุคคลที่เป็นคีย์แมนสำคัญที่สุด เพราะเพียงแค่เรื่องการผ่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกจากกัน ก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการกีฬาไทยแล้ว
สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่งตั้ง “บิ๊กอ๊อด” เป็นสมาชิก พร้อมทั้งแต่งตั้งให้รับหน้าที่สำคัญ นั่นคือ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา โดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ มีภารกิจหลัก 6 ประการคือ 1.แยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2.จัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬา 3.การปรับปรุงกฎหมายกีฬา 4.ผลักดันแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 5, 5.ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการกีฬาของประเทศ และ 6.สนับสนุนอุตสาหกรรมกีฬา
สำหรับการดำเนินการทั้ง 6 ภารกิจ ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 4 คณะ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และเปิดรับความคิดเห็นจากทั่วประเทศ และตั้งคณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ โดยมี พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ เป็นประธาน ทำการประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ พร้อมทั้งขอความคิดเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกีฬาทั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจ และเอกชนกว่า 45 องค์กร สรุปรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อ สปช.ต่อไป โดยเรื่องสำคัญก็คือ เห็นควรจะแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่
“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งมา 13 ปี การทำงานก็ยังเป็นไปเหมือนเดิม” พล.อ.ยุทธศักดิ์ เปิดหัวไว้เช่นนั้น เพื่อรอต่อความคิดจากคนกีฬาทั่วประเทศว่า มีความเห็นเป็นเช่นไร
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ขอให้บรรจุกีฬาในร่างรัฐธรรมนูญ ภาค 1 พระมหากษัตริย์ และประชาชน หมวด 2 ประชาชน ส่วนที่ 2 สิทธิเสรีภาพของพลเมือง มาตรา... บุคคลย่อมมีสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงการได้รับบริการด้านการกีฬาจากรัฐอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ
ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด 2 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่...ด้านการกีฬา มาตรา... รัฐต้องดำเนินการด้านการกีฬา ดังต่อไปนี้
1.ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพ คุณภาพชีวิต จิตใจ รวมทั้งสร้างความสามัคคี และความภาคภูมิใจของคนในชาติ
2.จัดให้มีโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการกีฬาในทุกระดับที่ทันสมัย มีมาตรฐาน อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ
3.ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการกีฬาเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของชาติ
“บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะมีการกำหนดมาตราเรื่องกีฬาเป็นการเฉพาะเป็นเอกเทศ หลังจาก 19 ฉบับที่ผ่านมาในรอบ 82 ปี ไม่เคยมีเรื่องกีฬาอยู่แต่อย่างใด
กระทรวงกีฬาในฝันจึงนับเป็นเรื่องที่ท้าทายว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
ในขณะที่ “รมต.กีฬาหญิง” คนแรกในประวัติศาสตร์ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มองกีฬาในปี 2558 ว่าน่าจะเป็นปีที่ดีต่อเนื่องต่อไป ซึ่งรัฐบาลนั้นเห็นความสำคัญในเรื่องกีฬาของชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามและสอบถามความคืบหน้าเรื่องกีฬาอยู่โดยตลอด โดยคำว่ากีฬานั้น ไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันและได้เหรียญทอง แต่หมายถึง การพัฒนากีฬาในระยะยาวและยกระดับคุณภาพชีวิต
สำหรับการพัฒนากีฬาที่ยั่งยืน นางกอบกาญจน์ กล่าวถึงพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มีการยกร่างใหม่และพยายามผลักดันเพื่อให้ออกบังคับใช้มายาวนาน กระทั่งวันนี้คนกีฬาใกล้ที่จะได้เห็นความสำเร็จนั้นแล้ว ซึ่งพระราชบัญญัติ กกท.ฉบับใหม่ จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญอย่างน้อย 2 เรื่อง ก็คืองบประมาณจะได้รับจากภาษีเหล้า-บุหรี่ปีละ 2 เปอร์เซ็นต์ ราว 3-4 พันล้านบาทต่อปี และอีกประการหนึ่งคือ กกท.จะมีบทบาทหน้าที่ในการดูแล ควบคุม สมาคมกีฬาแบบครบวงจร ไม่ต้องขึ้นกับหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม อื่นๆ อีกต่อไป
ในปี 2558 นี้ คนกีฬาไทยจะได้มี “ก.ม.กีฬา” ฉบับใหม่ใช้อย่างแน่นอน!!!
นางกอบกาญจน์ กล่าวย้ำถึงการพัฒนากีฬาอย่างยั่งยืน กีฬาต้องเริ่มตั้งแต่เด็กไปจนถึงเกษียณ ทำอย่างไรจึงจะเกิดความมั่นใจได้ว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับกีฬาได้ พ่อแม่พร้อมที่จะให้ลูกได้เล่นกีฬาอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเป็นนักกีฬาก็ได้ แต่กีฬาจะสามารถพัฒนา ยกระดับจิตใจ ทำให้คนไทยมีมาตรฐานและมีความสามัคคี นี่คือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า
สำหรับการ “ผ่า” กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นั้น “รมต.กีฬา” ยืนยันว่าทั้ง 2 เรื่องนั้นไปด้วยกันได้ สามารถเกื้อหนุนกันได้ ในการเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี นักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวเมืองไทยและรู้จักประเทศไทย เกิดการจับจ่ายใช้สอย เงินสะพัดหมุนเวียนเศรษฐกิจ
“ปัญหาใหญ่นั้น น่าจะมาจากเรื่องของคนมากกว่าโครงสร้างของกระทรวง” นางกอบกาญจน์ กล่าว
อีกประการที่เป็นเรื่องใหญ่และรอการสางปัญหานั่นคือ การสรรหาผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ ที่ค่ายหัวหมากยังร้างผู้นำมาเกินครึ่งปีแล้ว แม้ว่า “รมต.กีฬา” ในฐานะประธานบอร์ด กกท. พยายามจะเร่งให้เร็วที่สุด แต่ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าผู้ว่าการ กกท.จะปรากฏโฉมเมื่อไหร่
นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ และวิทยาศาสตร์การกีฬา รักษาการผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า ยังต้อง “รอ” หนึ่งคือ รอพระราชบัญญัติ กกท.ฉบับใหม่ ซึ่งหากผลักดันได้สำเร็จก็จะทำให้การทำงานเดินหน้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กกท.ฉบับนี้นั้น ย่อมมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับบางเรื่อง บางมาตรา โดยเฉพาะที่มาของงบประมาณจาก “ภาษีบาป” 2 เปอร์เซ็นต์นั้น มีผู้ที่มีความเห็นแตกต่างกันออกไปว่า เหมาะสมแล้วหรือไม่
“พระราชบัญญัติอาจจะผ่านได้ทั้งฉบับ หรือ ผ่านออกมาในแบบที่ต่างไปจากความตั้งใจเดิม” นายมนตรี กล่าว
สำหรับเรื่องของการสรรหาผู้ว่าการ กกท.นั้น นายมนตรี กล่าวเพียงว่า งานของ กกท.ในปี 2558 งานที่เป็นงานหลักก็ต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งการเตรียมนักกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ไปจนถึงการสนับสนุนนักกีฬาไทย แข่งขันควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ 2016 ส่วนงานใหม่ๆ นั้น ต้องรอผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตนเองในฐานะรักษาการผู้ว่าการ กกท.นั้น ไม่ว่าใครต่างก็เห็นกันอยู่ว่าไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ องค์กรจึงจำเป็นต้องมี “ผู้นำ” คนใหม่ที่บทบาทหน้าที่ในฐานะ “ตัวจริง” เท่านั้น
“ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร กกท.ก็ต้องทำหน้าที่หลักของตนเองและพร้อมรับกับทุกสถานการณ์” นายมนตรี กล่าว
ปี 2558 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการกีฬาไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะยังคงอยู่หรือไม่ หรือเกิดกระทรวงใหม่ขึ้นมาเป็นกระทรวงกีฬาในฝันอย่างที่คนกีฬาต้องการพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทยที่จะเป็น “กฎหมายกีฬาฉบับปฏิรูปวงการ”
นี่คือของขวัญ 2 สิ่งที่คนกีฬาไทยรอคอยในปี 2558



