ข่าว

กมธ.พลังงานจ่อถกปมปิโตรเลียม

กมธ.พลังงานจ่อถกปมปิโตรเลียม

01 ม.ค. 2558

'รสนา' เผย กมธ.ปฏิรูปพลังงาน จ่อชงแนวทางหนุนรัฐเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ให้ที่ประชุม สปช.พิจารณา ทักท้วงความเห็นไม่รอบด้าน เตรียมจัดรับฟังข้อมูลอีก

 
                               1 ม.ค. 58  น.ส.รสนา โตสิตระกูล รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน คนที่ 3 ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเสนอข้อคิดเห็นต่อการยื่นคำขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 29 แปลง สำรวจลงวันที่ 21 ตุลาคม 2557 (สัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21) โดยเป็นเรื่องที่นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานหยิบยกมาพิจารณาหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. เคยระบุว่าจะดำเนินการสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ต่อ แต่ยังมีข้อทักท้วงจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่าควรเปลี่ยนเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต 
 
                               ทั้งนี้ การประชุมเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวได้เชิญตัวแทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กลุ่มธุรกิจพลังงานที่ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมจากรัฐ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัทเชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด รวมถึงนักวิชาการที่สนับสนุนระบบสัมปทาน และกลุ่มภาคประชาชนที่มีความเห็นและสนับสนุนระบบแบ่งปันผลผลิต โดยการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง แต่ละครั้งได้ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากการรับฟังข้อมูลจากกลุ่มธุรกิจพลังงานพบว่าไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนในประเด็นผลตอบแทนของการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียม จำนวน 29 แปลงดังกล่าว เช่น ธุรกิจพลังงานรายหนึ่ง ระบุว่า การลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมต้องเพิ่มแท่นขุดสำรวจ มากกว่า 500 แท่น ถือว่าเป็นการลงทุนที่สูง แต่ไม่สามารถเปิดเผยปริมาณผลผลิตในแหล่งปิโตรเลียมนั้นได้ เพราะเป็นความลับของบริษัท
 
                               น.ส.รสนา กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการศึกษาดังกล่าวเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปและนำเสนอต่อที่ประชุม สปช. เร็วๆ นี้ เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล แต่แนวโน้มผลการศึกษาจะเป็นการสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าใช้ระบบสัมปทานเหมือนเดิม โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากผลผลิตในแหล่งปิโตรเลียมดังกล่าว เพราะกรณีรัฐบาลเปลี่ยนแปลงจากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตจะทำให้ประเทศได้รับประโยชน์มูลค่ามหาศาล อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาเรื่องการยื่นคำขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำนวน 29 แปลง ของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานยังขาดข้อมูลที่เป็นคำอธิบายข้อดี ข้อเสียอีกหลายประเด็น ดังนั้นวันที่ 8 มกราคม 2558 เครือข่ายประชาชน 4 ภาคและนักวิชาการด้านพลังงานจะจัดสัมมนาหัวข้อการบริหารจัดการปิโตรเลียม เพื่อนำผลการสัมมนาพร้อมข้อเสนอต่อกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบรายงานก่อนที่จะส่งให้ที่ประชุม สปช.พิจารณาต่อไป