
เงินทองต้องรู้ : ดูแอนด์ด๊อนท์
02 ม.ค. 2558
เงินทองต้องรู้ : ดูแอนด์ด๊อนท์ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ในขณะที่ใครหลายคนตื่นเต้นและตื่นตัวกับปีใหม่ที่เดินทางมาถึง ใครอีกหลายคนอาจจะรู้สึกแค่ว่า ปีใหม่ก็เป็นแค่วันหนึ่งวันที่ไม่ได้มีอะไรสลักสำคัญ และชีวิตก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดกติกา แต่ถ้าหากคิดว่า อย่างน้อยปีใหม่ก็เป็น “วันเวลาที่เป็นช่วงเวลาข้ามผ่าน” ที่สามารถใช้เป็นตัวกำหนดหรือขีดเส้นการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ให้แก่ชีวิต มันก็จะดูเหมือนกับจะทำให้ชีวิตไม่เลื่อนลอยเกินไป
คนส่วนใหญ่ถึงใช้ช่วงเวลา “ก้าวผ่านปี” ระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ ในการทบทวนความตั้งใจว่า เราทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันหรือไม่ หรือเอาไว้เป็นจุดสตาร์ทในการเริ่มใหม่ รวมถึงเอาไว้เป็นเส้นแบ่งเพื่อประเมินความสำเร็จ-ความล้มเหลวของตัวเองในระยะ 1 ปีที่ผ่านไป
ปีที่แล้ว เก็บเงินได้ตามเป้าหมายหรือไม่ สร้างผลตอบแทนได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ปีนี้ตั้งใจจะเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ วางเป้าหมายจะขยายดอกผลเท่าไหร่ และจะทำอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ถ้าวันเวลาสำคัญ มันก็สำคัญ แต่ถ้าวันเวลาไม่สำคัญ มันก็ไม่สำคัญ
ช่วงปลายๆ ปี ก่อนวันหยุดยาวๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมาถึง ชวน คุณวีระ ธีรภัทร คุยในรายการเงินทองต้องรู้ ทางเอฟเอ็ม 90.5 เมกะเฮิรตซ์ และ www.nationradio.co.th ว่า อะไรควรทำ (ดู-Do) และอะไรไม่ควรทำ (ด๊อน’ท์-Don’t) ในปี 2558 คุณวีระบอกว่า สิ่งที่ควรทำ คือ ธุรกิจควรขยายการลงทุน เพราะปี 2558 มีปัจจัยเอื้ออำนวยหลายประการ ใครที่คิดจะลงทุนใหม่ หรือจะขยายงาน ขยายธุรกิจ ปีนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกช่วงหนึ่ง ส่วน “นักลงทุน” ที่แสวงหาแหล่งลงทุน คุณวีระก็ยังคงแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ที่แม้ผลตอบแทนอาจจะไม่มากนัก หรืออาจจะต้องเผชิญความผันผวน แต่สุดท้ายแล้ว ตลาดหุ้นไทยก็ยังเป็นอะไรที่น่าสนใจที่สุด
ส่วน “ด๊อนท์” ในปี 2558 ที่คุณวีระฝากไว้ คือ ประการแรก อย่าสับสนระหว่างเงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจ ให้แยกแยะจากกันให้เด็ดขาด เพื่อให้ระบบบัญชีมีความชัดเจน การบริหารจัดธุรกิจก็จะง่ายขึ้น ประการที่สอง อย่าเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนของคนอื่น แต่ต้องเริ่มด้วยเงินทุนของตัวเอง เพราะถ้าเริ่มต้นต้องยืมเงินคนอื่นแล้ว ก็แสดงว่าเรายังขาดความพร้อม ประการสุดท้าย ถ้าธุรกิจผิดพลาด ก็โทษ “การเมือง” หรือโทษสภาพแวดล้อมอื่นๆ เพราะเป็นการหาข้อสรุปที่มักง่ายเกินไป และจะทำให้เราไม่ยอมมองหาความผิดพลาดของตัวเอง
ถือเป็นคาถาสำหรับปี 2558 ที่ว่ากันว่า ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่บริหารผลตอบแทนได้ยากจริงๆ แม้แต่สถาบันรายใหญ่อย่างกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่บริหารเงินกว่า 7 แสนล้านบาท ยังออกปากว่า “ปีนี้คงไม่เหมือนปีที่แล้ว”
ปี 2557 ที่ผ่านมา ในช่วง 11 เดือนครึ่ง (มกราคม-16 ธันวาคม 2557) กบข.สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ 5.9% ขณะที่นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนตั้งแต่ปี 2540 กบข.บริหารผลตอบแทนให้แก่ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกว่า 2 ล้านราย ได้ในราว 6.9% ซึ่งทีมบริหารของ กบข.ยอมรับว่า ค่อนข้างพอใจกับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา แต่สำหรับปีนี้แล้ว ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยากกว่าปีที่แล้ว” โดย กบข.ก็ยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้น เพียงแต่อาจจะมองขยายพื้นที่การลงทุนไปยังตลาดหุ้นเกิดใหม่อย่างอินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี และไต้หวัน มากขึ้น
ถ้าบอกว่า “ยากกว่าปีที่แล้ว” แบบลอยๆ อาจจะไม่เห็นภาพชัดเจน คุณพิชัย เลิศสุพงษ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด ก็เลยเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ขึ้น คุณพิชัยบอกว่า ปี 2557 ที่ผ่านมา ดัชนีราคาหุ้นตั้งแต่ที่ 1,200 จุด และปิดปีที่ระดับประมาณ 1,500 จุด คิดเป็นผลตอบแทน 25% เมื่อรวมกับผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 4% ก็เท่ากับว่า ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นในปีที่แล้วอยู่ในราว 29%
ขณะที่ปีนี้ ดัชนีราคาหุ้นตั้งต้นที่ 1,500 จุด และจากประมาณการเชื่อว่า จะปรับตัวขึ้นไปได้ 1,750 จุด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ผลตอบแทนของตลาดหุ้นจะอยู่ที่ 16% รวมกับปันผลตอบแทน 4% ประมาณการผลตอบแทนจึงเท่ากับ 20% แต่ถึงอย่างนั้น คุณพิชัยก็ยังคงแนะนำให้ลงทุนในหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ รวมทั้งทองคำ
เมื่อ “ยากขึ้น” กระบวนการในการเข้าลงทุนจึงต้อง “เน้น” มากขึ้น คุณชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า ธีมหลักของการลงทุนในปีนี้ จะเน้นการมองหา “คุณค่า” มากกว่าการเติบโต
คุณชัยพร ขยายความว่า คำว่า “คุณค่า” หรือ แวลู หมายถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี
“หุ้นบางตัวมีการเติบโตสูงมาก มีแนวโน้มกำไรโตมากๆ แต่ว่า ราคาแพง และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่การลงทุนน้อย ปีนี้ การลงทุนจึงควรเน้นที่แวลูหรือคุณค่ามากขึ้น เลือกหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น”
คุณชัยพร บอกด้วยว่า สำหรับปัจจัยที่ท้าทายในปีนี้มีอยู่ 3-4 เรื่อง นั่นคือ เรื่องของกระแสเงินทุน เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน เรื่องของนโยบายการเงินของสหรัฐ และประเด็นปัญหาในรัสเซีย ดังนั้น ความเสี่ยงของตลาดมันจะทำให้เกิดความผันผวนของตลาดในช่วงครึ่งปีแรก อันนี้เป็นภาพใหญ่ แต่ถ้ามองเจาะลึกลงไป มองในเรื่องของกลุ่มที่จะเข้าไปลงทุน ก็จะเน้นในเรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคอุปโภคการจับจ่ายใช้สอยในประเทศเป็นหลัก
ส่วนที่อิงกับตลาดโลก จะยากมาก โดยเฉพาะในเรื่องของราคาน้ำมัน ที่เชื่อว่า ยังมีโอกาสปรับตัวลดลงได้ในช่วงใดช่วงหนึ่ง ดังนั้น ถ้าเข้าไปลงทุนก็เท่ากับจะสร้างความผันผวนที่มากเกินไป
สรุปความเห็นและคำแนะนำจาก “กูรู” ทั้งหลาย คงชัดเจนว่า ปี 2558 เป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายความสามารถในการแสวงหาผลตอบแทน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง เพียงแต่หนทางนี้มีไว้สำหรับคนที่เตรียมตัวมาพร้อม จากการเก็บออมเงินให้มากพอจะคิดเรื่องการลงทุนขยายดอกผล ส่วนคนที่ยังไม่พร้อม ก็กลับไปสเต็ปตั้งต้นที่ต้องทำรายได้ให้มากกว่ารายจ่ายเสียก่อน
--------------------------
(เงินทองต้องรู้ : ดูแอนด์ด๊อนท์ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



