
บรรหารชี้รธน.ใหม่ต้องปราศจากอคติ
31 ธ.ค. 2557
"บรรหาร" เปิดบ้านให้อวยพรปีใหม่ เชื่อมั่นรัฐบาลแนะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชี้ รธน.ใหม่ต้องปราศจากอคติ
วันที่ 31 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดบ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์ ให้บุคคลใกล้ชิด ข้าราชการและประชาชนทั่วไปเข้าอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2558 โดยมีแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง เดินทางมาร่วมอวยพร ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งนายบรรหาร ได้มอบเหรียญพระหลวงปู่ทวด และชุดกระติกน้ำร้อนแบบพกพา เป็นของที่ระลึกให้ผู้ที่เข้าอวยพร พร้อมทั้งได้อวยพรประชาชน เนื่องในโอกาสปีใหม่ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ประชาชนมีความสุขความเจริญ ผ่านพ้นอุปสรรค มีเงินมีทองใช้สอยตลอดไป พร้อมฝากให้ทุกคนมีความรักความสามัคคี ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองในอนาคต
นายบรรหาร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีอะไรจะเสนอแนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกกรัฐมนตรี เพราะมั่นใจการทำงาน ซึ่งรัฐบาลมีคนเก่งอยู่แล้ว ทั้งรัฐมนตรีคลัง และม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่าการเป็นนายกฯไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนอยู่บนหอคอยงาช้าง สิ่งสำคัญคือต้องติดตามการทำงานระดับล่างด้วย แต่ตนยังเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจของประเทศที่ยังไม่ดีขึ้น เห็นได้จากประชาชนจับจ่ายสินค้าน้อยลง ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งส่งเสริมชาวไร่ชาวนา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไรก็ขอให้ยุติความไม่สงบในบ้านเมืองได้ ต้องไม่เป็นรัฐธรรมนูญที่มีอคติกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพราะจะไม่สามารถปรองดองได้ และเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ออกมาควรเป็นรัฐธรรมนูญสูตรของไทย ไม่ควรยึดรูปแบบของต่างประเทศและเห็นว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา และไม่ขอแสดงความเห็นกรณีข้อเสนอนายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก ตนขออยู่เฉย ๆ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กำหนด
ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยที่จะหยิบยกคดีเก่าของนักการเมืองมาลงโทษซ้ำ เพราะที่ผ่านมาก็ถูกลงโทษแล้ว หากจะบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องซึ่งเชื่อว่าปัญหาจะเกิดแน่นอน นายบรรหาร กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดเวทีรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมสภาปฏิรูปแห่งชาติ นัดแรกที่จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ต้องรับฟังความเห็นประชาชน ส่วนตัวหากว่างจะเดินทางไปร่วมรับฟังด้วย
ทั้งนี้เรื่องกรอบการเลือกตั้งที่จะมีในปี 2559 นั้น ถือว่าเร็วที่สุดแล้ว แต่จะเป็นเดือนไหนไม่สามารถระบุได้ ก็ให้รัฐบาลชุดนี้บริหารงานต่อไป จะได้แก้ปัญหาต่างๆ ตนเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในอนาคตจะปราศจากการซื้อเสียงหรือไม่ ต้องเป็นหน้าที่ของกกต.ว่าจะออกแบบว่าจะทำอย่างไร เช่น การที่ประชาชนไม่มีรถ กกต.ต้องหารถให้ และหากผู้สมัครหารถให้ จะเป็นการซื้อเสียงหรือไม่ เพราะบางครั้งประชาชนอยู่ไกล เรื่องแบบนี้ จึงต้องดูกรอบของกฎหมายก่อน



