
ไฟไหม้เรือสำราญพบศพเพิ่ม13ศพ
31 ธ.ค. 2557
พบศพจากเหตุไฟไหม้เรือสำราญในทะเลเอเดรียติกเพิ่มเป็น 13 ศพ แต่คาดว่าอาจมากกว่านี้ เพราะมีพวกแอบลงเรือด้วย
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้เรือสำราญ นอร์แมน แอนแลนติก ในทะเลเอเดรียติก ขณะอยู่ในเส้นทางจากกรีซไปยังอิตาลี เพิ่มเป็น 13 คนแล้ว ท่ามกลางความวิตกว่า ตัวเลขจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีการตรวจสอบละเอียดมากกว่านี้
ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับขนาดของโศกนาฎกรรม ขณะที่ทางการกรีซและอิตาลี ยังคงไม่สามารถบอกได้ว่า มีผู้โดยสารอยู่บนเรือจำนวนเท่าใด ในขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ท่ามกลางคลื่นลมแรง เมื่อวันอาทิตย์ และจูเซ็ปเป้ โวล์ป อัยการที่รับผิดชอบในการสืบสวนทางอาญาเพื่อหาสาเหตุของหายนะที่่เกิดขึ้น กล่าวว่า พบพวกที่แอบลงเรือรวมอยู่ในกลุ่มคนที่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งหมายความว่า มีแนวโน้มที่จะพบผู้เคราะห์ร้ายจากซากเรือเพิ่มขึ้นอีก
ความเห็นของโวล์ป บ่งชี้ว่า กองท้พเรืออาจไม่สามารถตรวจค้นเรือที่ถูกไฟเผาไหม้ได้อย่างละเอียด เนื่องจากอาจมีพวกที่แอบลงเรือไปซ่อนอยู่ตามรถบรรทุกที่จอดอยู่ในชั้นจอดรถที่ถูกเพลิงไหม้ และเกรงว่า อาจจะมีผู้โดยสารบางส่วนที่เสียชีวิตเพราะหายใจไม่ออก หรือถูกเผาทั้งเป็นอยู่ในห้องโดยสาร
เจ้าหน้าที่ยามฝั่งอิตาลี ได้ยืนยันการค้นพบศพผู้โดยสารคนที่ 11 เมื่อวันอังคาร ก่อนที่จะมีการเพิ่มเติมภายหลังอีก 2 ศพ ซึ่งเป็นลูกเรือชาวแอลเบเนีย ที่เสียชีวิตเพราะได้รับบาดเจ็บตอนที่ถูกสายเคเบิลที่ใช้โยงเรือ ซึ่งขาดและเหวี่ยงมาโดนพวกเขา นอกจากนี้ ยังผู้โดยสารที่ยังหาไม่พบอีกเกือบ 40 คน แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จะเสียชีวิตเพราะเพลิงไหม้หรือจมน้ำ หรือเป็นความผิดพลาดในการจัดทำรายชื่อผู้โดยสาร
ขณะที่จำนวนผู้โดยสารยังไม่แน่นอน เฮลิคอปเตอร์ของยามฝั่งอิตาลีและกองทัพเรือ ยังคงค้นหาในน่านน้ำใกล้กับเรือต่อไป แต่ได้ลดขนาดการค้นหาในช่วงบ่าย โดยเรือสะเทินน้ำสะเทินบก ซาน จิออร์จิโอ ได้เดินทางกลับไปยังเมืองบรินดิซี่ พร้อมกับผู้รอดชีวิต 200 คน
ได้มีการเปิดเผยตัวอย่างเป็นทางการของผู้โดยสารบนเรือที่ 437 คน น้อยกว่าจำนวนลูกเรือและผู้โดยสารที่ระบุโดยอาเน็ค เฟอร์รี่ส์ ผู้ให้บริการเรือสำราญ นอร์แมน แอตแลนติก ถึง 38คน แต่รัฐบาลของกรีซและอิตาลี ยืนยันว่า มีความขัดแย้งกันระหว่างตัวเลขของอาเน็ค และจากปากคำของคนที่รอดชีวิต และมีความเป็นไปได้ ที่กัปตันเรืออาจถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตาย ขณะที่กรีซ ก็ดำเนินการสืบสวนด้วยเช่นกัน
ผู้โดยสารที่ได้รับการอพยพออกจากเรือ หลังจากเผชิญเหตุระทึกขวัญอยู่นาน 24 ชั่วโมง เล่าว่า ดูเหมือนลูกเรือจะไม่ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน อีกหลายคน บอกว่า มีควันไฟหนาทึบภายในเรือ และผู้โดยสารอีกหลายคนตื่นขึ้นมาเอง ไม่ใช่เพราะลูกเรือปลุกทั้งยังไม่มีคำแนะนำด้วยว่า จะต้องทำอย่างไร ส่วนอีกหลายคนเชื่อว่า ต้นเพลิงน่าจะเกิดที่ชั้นจอดรถยนต์ เพราะเต็มไปด้วยน้ำมัน และเรือไม่ควรจะออกจากท่าในสภาพที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันแบบนี้
การที่ไม่มีลูกเรือมาให้คำแนะนำ ความรุนแรงของเปลวไฟ ที่ทำให้เหล็กบนพื้นผิวเรือกลายเป็นความร้อน จนรองเท้าละลาย ได้สร้างความตื่นตระหนกและทำให้หลายคนแสดงสัญชาติญาณดิบออกมา ผู้ชายบางคนถึงกับผลักผู้หญิง เด็กและคนชรา เพื่อรีบไปนั่งในตระกร้าที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กนั่ง สำหรับหย่อนลงเรืออีกลำหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของกรีซกับกัปตันที่เป็นชาวอิตาลี ส่วนเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ตั้งเป้าไว้ 2 ประเด็นคือ เหตุใดเปลวเพลิงจึงรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว และเหตุใดจึงไม่ได้อยู่ในวงจำกัด



