
13หลักการ'ปฏิรูปการเมือง':มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
13หลักการ'ปฏิรูปการเมือง' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้เคาะประเด็นสำคัญที่จะนำไปยกร่างรัฐธรรมนูญ โดย "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" ประธานฯ ให้เจ้าหน้าที่สรุปออกมาเป็น "หลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบการเมือง นักการเมืองและสถาบันการเมือง" 13 ข้อ สาระสำคัญคือ
1.ให้มีสมัชชาพลเมืองระดับชุมชน และสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ มีหน้าที่พิทักษ์คุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลของนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนทุกระดับ
2.หลังยุบสภาให้มีรัฐบาลรักษาการ โดยให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ และให้ปลัดกระทรวงเลือกกันเองให้มีผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ
3.ให้มีส.ส.ไม่เกิน 480 คน บริหารโดยใช้หลักเสียงข้างมาก
4. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน การเสียภาษี และที่มาก่อนวันรับสมัคร
5.ทุกนโยบายที่พรรคหรือผู้สมัครใช้หาเสียง ต้องระบุจำนวนงบประมาณแผ่นดินที่จะใช้และระบุแหล่งที่มาของงบประมาณดังกล่าว และให้หัวหน้าพรรคที่มีส.ส. ลำดับที่ 1-4 ในสภาครั้งที่แล้ว ต้องขึ้นดีเบตในโทรทัศน์ก่อนวันลงคะแนนเสียง
6.ใช้ระบบการเลือกตั้งส.ส.แบบสัดส่วนผสม โดยให้มีส.ส.จำนวน 450 แต่ไม่เกิน 480 คน เป็นส.ส.เขต 250 คน ส.ส.สัดส่วน 200 คน กำหนดสัดส่วน ส.ส.ที่แต่ละพรรคหรือกลุ่มได้รับจริงให้สัมพันธ์จำนวนส.ส.เขต
7.ทำให้การซื้อเสียงยากขึ้น ให้มีการล่อขายเสียงเพื่อจับผู้ซื้อเสียงแบบเดียวกับการล่อซื้อยาเสพติด หากเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือซื้อเสียงในการเลือกตั้งเขตใด ให้กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่ไม่จำกัดครั้ง พร้อมห้ามผู้ซื้อเสียงหรือเคยมีคดีทุจริตเข้าสู่การเมือง
8.การทำให้ส.ส.เป็นผู้แทนฯ ที่แท้จริง ไม่ใช่ลูกจ้างของพรรคหรือหัวหน้าพรรค โดยผู้สมัครส.ส.เขตไม่ต้องสังกัดพรรค และ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ ไม่ต้องโหวตตามมติพรรค
9.ควบคุมการรับบริจาคและการใช้จ่ายเงินของพรรครวมถึงผู้บริหารพรรค
10.ให้ตัวแทนจากพรรคที่ได้รับคะแนนที่ 2 และ 3 เป็นรองประธานสภา เพื่อให้ฝ่ายค้านมีรองประธานสภาด้วย และให้ฝ่ายค้านเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดสำคัญที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ
11.ให้มีวุฒิสภา 200 คน มาจาก 5 สาย มีวาระ 3 ปี เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระ มีอำนาจใหม่คือเสนอกฎหมาย และตรวจสอบประวัติผู้ที่นายกฯ เสนอเป็นครม.
12.นายกฯ ต้องมาจากการเลือกของส.ส.ในสภา และนายกฯ ต้องส่งชื่อ ครม.ให้ ส.ว.ตรวจสอบก่อนทูลเกล้าฯ ถวาย
13.ผู้ครอบงํา นําชัก หรือสั่งการให้พรรคการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งการเมือง หรือข้าราชการกระทําการใดๆ ต้องมีความรับผิดทางอาญา ทางวินัย การเงิน และความรับผิดอื่น เช่นเดียวกับผู้ที่ตนสั่ง ครอบงํา หรือนำชัก
หลังจากนี้ต้องรอดูว่าเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญออกมาเป็นรายมาตรา จะกำหนดเรื่องเหล่านี้ไว้ได้ครบถ้วนหรือไม่!



