
ปีใหม่ของไทยแลนด์
ปีใหม่ของไทยแลนด์ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
สวัสดีวันแรกของปี 2558 จากคอลัมน์ “วันเว้นวัน” ครับ ในรอบปี 2557 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านทุกท่านมีทั้งเรื่องที่เป็นความทุกข์ และความสุข เรื่องใดที่เป็นความทุกข์ก็ขอให้เหือดหายคลายลง ส่วนเรื่องใดที่เป็นความสุขก็ขอให้ได้พบพานเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เราคงให้ความหวังและกำลังใจแก่กันและกันได้เช่นนี้แหละครับ
ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องการเมือง และในปีใหม่นี้ก็เป็นความคาดเดาหวังว่าการเมืองไทยจะเข้ารูปเข้ารอย แม้ว่าตอนนี้จะยังประดักประเดิดอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าในปีหน้าคงจะมีการขัดเกลาให้กลมกลืนขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ฝ่าย ส่วนจะเลือกแนวคิดแบบไหนก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันต่อไป ที่สำคัญก็คือรัฐธรรมนูญหรือรูปแบบขององค์การและกระบวนการต่างๆ จะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ไม่ใช่แค่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน เพราะมิเช่นนั้นสิ่งที่ทำกันมาแต่ต้นก็จะกลายเป็นช่องทางให้คนที่ฉ้อฉลหรือกระหายอำนาจก้าวขึ้นมาเสวยสุข
ด้านเศรษฐกิจ ในปี 2557 อยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก และในปี 2558 หากยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ อาการก็ค่อนข้างจะน่าเป็นห่วง ปัจจุบันนี้ สิ่งที่คนในชาติต้องการมากที่สุด ก็คือ บ้านเมืองมีความมั่นคง และเศรษฐกิจมีความมั่งคั่ง ในปีที่แล้วบ้านเมืองมีความมั่นคงขึ้น แต่เศรษฐกิจยังไม่ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน และในปีหน้าหากเศรษฐกิจไม่กระเตื้องขึ้น ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาต่างๆ ติดตามมา เศรษฐกิจหลักของประเทศไทยขึ้นอยู่กับการส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงจากสมัยก่อน ที่มี ข้าว ข้าวโพด ยาสูบ ไม้สัก มันสำปะหลัง แร่ดีบุก ฯลฯ และมีคู่แข่งไม่มากนัก มาเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไอที หรือสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เสื้อผ้า อัญมณี ซึ่งสินค้าเหล่านี้หลายอย่าง มีคู่แข่งมากมาย ทั้งในเรื่องของราคา และคุณภาพ ขณะที่สินค้าไทยซึ่งอยู่ในระดับกลางถูกกดดันทั้งจากตลาดบนและตลาดล่าง
สำหรับการท่องเที่ยว หลังจากอินโดจีนและเมียนมาร์เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐและยุโรป ได้ทำให้การท่องเที่ยวของไทยอยู่ในภาวะหืดขึ้นคอ เพราะนอกจากจะต้องแย่งชิงลูกค้าแล้ว ความสดใหม่ของประเทศเหล่านี้ ก็มีความดึงดูดใจมากกว่า ขณะที่ประเทศไทยยังคงขายแหล่งท่องเที่ยวเก่าๆ ที่ขายกันมาหลายสิบปีแล้ว ไม่รวมถึงปัจจัยอื่น เช่นความปลอดภัย การรักษาคุณภาพและมาตรฐาน ที่พักและการบริการ ราคาสินค้าและค่าบริการ เป็นต้น
เอากันเบาะๆ แค่นี้ ก็จะเห็นว่าหากเราไม่สามารถรักษาและขยายตลาดส่งออกได้ หรือหากไม่สามารถปรับการท่องเที่ยวของไทยให้รองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าหนักใจมิใช่น้อย และอาจจะทำให้ความเปลี่ยนแปลงเมื่อปีที่แล้วเป็นเรื่องสูญเปล่าอีกครั้งหนึ่ง อย่างน่าเสียดาย
ในยุคสมัยนี้ การแข่งขันทางการค้าเป็นเรื่องที่กะพริบตาไม่ได้ ถ้าเราไม่อาจเอาชนะคู่แข่ง คู่ค้า และชิงความเป็นหนึ่ง หรือรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ได้ เราก็จะถูกก้าวข้ามอย่างแน่นอน
เอาใจช่วยเมืองไทยของเรากันด้วยเถอะครับ



