ข่าว

‘ประยุทธ์’แจงขึ้นค่าครองชีพขรก.บำนาญ

‘ประยุทธ์’แจงขึ้นค่าครองชีพขรก.บำนาญ

30 ธ.ค. 2557

‘ประยุทธ์’แจงขึ้นค่าครองชีพขรก.บำนาญ เหตุไม่ได้ปรับมาหลายปี พร้อมยันไม่เคยคิดยืนในตำแหน่งนายกฯ ยอมรับปฏิรูปการทำงานแต่ละกระทรวงยาก

                30ธ.ค.2557  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นค่าครองชีพของข้าราชการบำนาญ ว่า ต้องให้เขาหน่อย เห็นใจ เพราะไม่ได้ปรับมาหลายปี ซึ่งตนก็บอกไปแล้วว่าจะให้ชั้นผู้น้อยก่อนได้หรือไม่ โดยเพิ่มร้อยละ 4 ของเงินเดือน น่าเห็นใจเพราะเป็นเงินไม่มาก ให้คนที่เดือดร้อนมีประโยชน์ทั้งนั้นไม่ว่าจะมากน้อย แต่พวกเราอาจจะไม่มีความหมายแค่ 400-500บาท ส่วนจะมีการปรับค่าครองชีพของรัฐวิสาหกิจด้วยหรือไม่นั้น ต้องไปดูว่าที่ผ่านมาได้อย่างไร ได้แค่ไหน ผลประกอบการเป็นอย่างไร ตรงนี้จะต้องเป็นตัวชี้วัดด้วย ถ้าจะให้ขึ้นหมดแล้วรายได้ไม่มีจะไปเอาที่ไหน รัฐบาลก็จะต้องเข้าไปช่วยอุดหนุน ปีหนึ่งไม่รู้ว่ารัฐบาลไปช่วยอุดหนุนเท่าไหร่ไม่รู้ ส่วนข้าราชการเกษียณก็ได้บำเหน็จบำนาญอยู่แล้ว ค่อยๆ ปรับทีละอัน ต้องสร้างรายได้ประเทศก่อน สร้างความเข้มแข็ง สร้างโรงงาน ถ้าอย่างนี้ดีรายได้ประเทศก็จะดี ถ้าทุกอย่างอยู่ขั้นเริ่มต้นแล้วรีบใช้จ่าย เอาเงินล่วงหน้ามาใช้ ถ้าทำไม่ได้ขึ้นมาก็จะเกิดปัญหา วันนี้เราพยายามไม่สร้างแบบนั้น ไม่ใช่เอามาใช้เยอะแยะแล้วมาจม มันน่าเสียดาย


ยันไม่เคยคิดยืนในตำแหน่งนายกฯ

                พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นว่า เด็กๆ คิดหรือไม่ว่าจะมายืนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ไม่เคยคิด แม้แต่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกก็ไม่เคย เพราะตอนนั้นที่เรียนจบนายร้อยมาทุกคนหวังว่าได้เป็นนายพลก็ดีแล้ว ก็ต้องทำงานเรื่อยๆ


ยอมรับปฏิรูปการทำงานแต่ละกระทรวงยาก


                พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์หลังปีใหม่จะมีขับเคลื่อนงานกระทรวงเป็นพิเศษ ว่า ต้องทำทุกกระทรวง แต่สิ่งที่เคี่ยวเข็ญเพราะเขาเหนื่อย เพราะต้องเผชิญอะไรต่างๆ เยอะแยะ พวกเราไม่รู้หรอกว่าการไปเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่ทำมาแล้วหลายปียากมากแค่ไหน จะไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า มันเป็นเรื่องยาก เราพูดกับพวกเรามันง่าย แต่มันไม่ใช่ เพราะมันเป็นกระแสสังคมเป็นการยอมรับ ยาวนานมากี่รัฐบาลแล้ว ซึ่งรัฐบาลนี้มาก็เพื่อที่จะแก้ไขมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ไม่ได้บอกว่าจะแก้ให้ถูกเป็นผิด หรือแก้ผิดเป็นถูก

 

ยันไม่ได้สกัดนักการเมืองหน้าเก่า

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสิ่งที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องปฏิรูปประเทศ คิดว่าในอนาคตจะสามารถแก้ไขปัญหาสีเสื้อได้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้จะต้องแยกออกจากกัน เพราะการแบ่งสีเสื้อ หรือ การแบ่งประชาชนจะแบ่งโดยอะไร งานการเมืองและการเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยก็คือเสียงของประชาชน เมื่อประชาชนเป็นเจ้าของเสียงของการเลือกตั้งก็จะมีกลุ่มคนมวลชนในการเลือกเข้ามา ซึ่งก็มีหลายพวกหลายฝ่ายบางประเทศมี 2 พรรค บางประเทศมี 3 พรรค แต่เรามีหลายพรรค มากบ้างน้อยบ้าง พรรคไหนใหญ่ก็มีคนสนับสนุนเยอะ ตรงนี้จะแก้ด้วยเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ เพราะเราจะต้องคำนึงเสียงส่วนน้อยด้วย อย่าไปหาวิธีการบีบเสียงส่วนน้อยให้เขาเลือกให้เขาแพ้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะมีคนที่ไม่พอใจซึ่งการเมืองมีความผูกพันกับประชาชน ซึ่งเราจะต้องดูทั้ง 3 อย่าง 1.พื้นฐานของประชาชนทำอย่างไรถึงจะเรียนรู้ 2.กฎระเบียบ กฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องเขียนให้มีทางออก 3.พรรคการเมืองที่เข้ามาจะเป็นใครก็จะต้องย้อนไปดูว่าใครจะเข้ามา มีคนใหม่เท่าไหร่ คนเก่ามีบ้างหรือไม่จะต้องไปหาดู แต่จะให้ใช้วิธีการป้องกันคนนั้นคนนี้มันยาก ถ้าไม่ใช้กฎหมายถ้าไม่มีความผิดก็กั้นยาก เขาจะกลับเข้ามาใหม่แล้วทำหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ วันนี้เราจะต้องทำเพื่อไม่ให้เกิดแบบนั้นขึ้นมาอีก

              “สื่อจะต้องช่วยผมในการอธิบายว่ากลับมาอย่างนี้ไม่ได้แล้ว ที่ว่าผมเผด็จการ ต้องไปดูทั้ง 2 อย่าง ทั้งเผด็จการรัฐประหาร และ เผด็จการรัฐสภา มันมีหรือไม่ มันมีคำกล่าว มีตำราเขียนอยู่แล้ว ถ้าสภาทั้งสองสภา หรือกี่สภาไม่รู้มีความเห็นอย่างเดียวกันหมดจะรับรองได้หรือไม่ว่าใช่หรือไม่ถูก อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ได้ ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้มีกลไกลที่ถ่วงดุลกันทั้งระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. ก็ไปหามาว่าทำอย่างไรให้เกิดขบวนการปฏิรูปโดยที่ไม่ต้องใช้อำนาจที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยให้เขายอมรับการปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปไม่ใช่ทำปีเดียวแล้วจบ ผมเคยเล่าหลายครั้งแล้วว่า ประเทศจีนทำ 30 ปี ยังไม่จบเลย วันนี้แค่เริ่มต้นการปฏิรูปเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลหรือ คสช.ทำให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง มีการถกแถลงหลายฝ่าย มีการตั้งเรื่อง 11 เรื่อง มีบ้างหรือไม่ ที่พูดว่ากฎหมายจะเป็นอย่างไร ทำให้ทุกอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงวางระยะเวลากี่ปีรัฐบาลต่อไปจะต้องทำอะไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ ฉะนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีการยอมรับหรือจะสำเร็จทุกอย่าง แต่อย่างน้อยก็ยังได้เริ่มต้น หรือทำต่อไปอีก 30 ปี ก็ได้ ประธานาธิบดีจีนก็บอกแล้วว่า ยังไม่ได้เริ่มทำอีก 300 กว่าเรื่อง ที่ผ่านมาทำไปแล้วกว่า 1,500 เรื่อง มันก็ไม่ใช่ 11 เรื่อง มีหลายอย่าง รวมถึงคนที่จะมาร่วมกระบวนการเหล่านี้ได้รับการยอมรับหรือไม่ ซึ่งของเราไม่ค่อยยอมรับ เพราะไม่ค่อยใช้การบังคับกฎหมายทำอะไรก็อิสระเสรีตามวิสัยคนไทย แต่ต่างประเทศเขาทำไม่ได้ เขาจึงทำได้ เราเป็นอย่างเขาก็ลำบาก เรายอมรับได้หรือไม่ ก็ไม่ได้อีก อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง แต่จะให้เป็นอย่างนี้อย่างนั้นมันก็ไม่ได้ ประเทศเรามีความสุข เวลาผมไปต่างประเทศ คิดถึงประเทศไทยทุกที กลับมาก็สดชื่นสวยงามรื่นเริง แต่ทำไมจะต้องทะเลาะกัน” นายกฯ กล่าว

              เมื่อถามว่า นิรโทษกรรมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาและการปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันมีคำว่า ปรองดอง นิรโทษกรรม อภัยโทษ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ปรองดองคือใจเราปรองดอง คนที่เคยทะเลาะก็ทะเลาะกัน ไม่ต้องเอาปัญหามาว่าใครถูกใครผิดตรงนี้คือปรองดอง ถ้าอภัยโทษคือการเข้าไปติดคุกรับโทษก็ว่ากันไป ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมส่วนใหญ่เป็นคดีการเมืองไม่ใช่คดีอาญาก็ต้องไปดูซิว่าใครอยู่กลุ่มไหนตนไม่รู้

              เมื่อถามว่าการกระชับพื้นที่ของทหารที่มีการนิรโทษของกลุ่มคนเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ออกมาหมดแล้ว เหลือเฉพาะคดีอาญาที่กระทำผิดเผาศาลากลาง ใช้อาวุธ ถ้าเป็นคดีการเมืองและไปยืนประท้วงตอนนี้ออกมาหมดแล้ว หรือใครที่ยังไม่ได้ออก ก็จะให้ฝ่ายยุติธรรมออกมาชี้แจงอีกครั้งว่าใครอยู่ในข่ายที่ได้รับการนิรโทษ แต่ตนไม่ได้เป็นคนเริ่มต้น เพราะไม่ใช่เรื่องของตน เรื่องนิรโทษกรรมเป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายมีส่วนได้ส่วนเสียที่จะต้องเป็นผู้เสนอเข้ามา รัฐบาลเป็นเพียงผู้พิจารณาเฉยๆ  อย่างครั้งที่แล้วก็มีคนเสนอเข้ามายังรัฐบาลและก็เป็นเรื่องขึ้นมา มันเป็นคนละประเด็นอย่าเอามาพันกัน ตนไมได้ไปทำโทษใครแล้วจะไปนิรโทษกรรมใคร เรื่องการปฏิรูปต้องไปว่ากันมา



“สปช.”เตรียมสัมมนาออกแบบอนาคตประเทศ

              นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปสปช.) เปิดเผยว่า  สปช.จะจัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์คช็อปวิสัยทัศน์ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 19 - 20 ม.ค.58 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดและวิสัยทัศน์ของสมาชิกสปช. 250 คน เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศ เพื่อประมวลรวบรวมความเห็นและวิสัยทัศน์ของสมาชิกสปช. ประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ และองค์กรต่าง ๆ ที่มาให้ข้อเสนอแนะในช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา โดยกมธ.วิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์ฯจะนำเสนอเค้าโครงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศในการประชุมเวิร์คช็อปวิสัยทัศน์ ให้เสร็จภายในเดือนม.ค.เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสปช.ทั้ง 18 คณะ โดยกมธ.ปฏิรูปสปช.ทั้ง 18 คณะจะต้องไปจัดทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการเสนอต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อบรรจุไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปและการปรองดองต่อไป

 

ครม.แต่งตั้ง ขรก.หลายหน่วยงาน


              ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ คือ 1.นางหรรษา ไชยวานิช ผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ (ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (วิทยาศาสตร์การแพทย์)สูง) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (มาตรฐานห้องปฏิบัติการ) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2.นางเดือนถนอม พรหมขัติแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เทคโนโลยีชีวภาพ) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เชี่ยวชาญ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เทคโนโลยีชีวภาพ) (นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทรงคุณวุฒิ) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

              โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.ได้แต่งตั้ง  1.นางเฟื่องรักษ์ ร่วมเจริญ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมสาขาอายุรกรรม) กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลนครพนม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมสาขาอายุรกรรม) กลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลนครพนม 2.นายสมอาจ ตั้งเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา (ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ระดับสูง) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรม) กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา


ตั้ง “ขรก. สลน”

              ร.อ.นพ. ยงยุทธ  กล่าวว่า  ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง นางสุณี มากวิสัย ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

แต่งตั้ง “ปธ.กก.ผู้ทรงคุณวุฒิใน “คกก.สสส.”

              โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า  ครม.ได้แต่งตั้ง ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 3 คน  แทนชุดเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ คือ 1.รองศาสตราจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธานกรรมการ  2.รองศาสตราจารย์ปาริชาติ วลัยเสถียร เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินผล 3.รองศาสตราจารย์นภาภรณ์ หะวานนท์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินผล

ตั้ง “คกก.บริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย”
               
              รอ.นพ. ยงยุทธ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 จำนวน 12 คน ดังนี้ 1.นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.นายพชร อนันตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ผู้แทนกระทรวงการคลัง 3.นายธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ 4. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม 5.นางวีรวรรณ ลือสุทธิวิบูลย์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงบประมาณ 6.นางสาววรางคณา อิ่มอุดม ผู้บริหารส่วน ส่วนเศรษฐกิจด้านอุปทาน สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย 7.นายชัยวัฒน์  คำแก่นคูณ ผู้แทนชาวไร่อ้อย 8.นายเอกชัย อริยมงคลชัย ผู้แทนชาวไร่อ้อย 9.นายไพบูลย์ ธิติศักดิ์ ผู้แทนชาวไร่อ้อย 10.นายกัญจน์ ชินธรรมมิตร ผู้แทนโรงงาน 11.นางสาวจุฑามาศ อรุณานนท์ชัย ผู้แทนโรงงาน12.นายณัฐพล อัษฎาธร ผู้แทนโรงงาน
                
ตั้ง “กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ” ใน “คกก.มาตรฐานแห่งชาติ”

              โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติชุดใหม่ จำนวน 7 คน ดังนี้ 1.นายสมชาย โรจน์รุ่งวศินกุล (ภาคราชการ) 2.นายวีระชัย ศรีขจร (ภาคราชการ) 3. นายไพโรจน์ สัญญะเดชากุล (ภาคเอกชน) 4.นายนิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย (ภาคเอกชน) 5.พลอากาศตรี เพียร โตท่าโรง (ภาคเอกชน) 6.นายดำริ สุโขธนัง (ภาคเอกชน) 7.นายศุภชัย  สุทธิพงศ์ชัย (ภาคเอกชน)

ตั้ง “กก.” ใน “คกก.บริหารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ

              ร.อ.นพ. ยงยุทธ กล่าวว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งนายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา เป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ แทนนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ที่ลาออก

ตั้ง “ขรก.พลเรือนสามัญระดับสูง “ก.คลัง”

              โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และ 2.นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมธนารักษ์

แต่งตั้ง “ขรก.ระดับสูง “ก.ศธ.”

              ร.อ.นพ. ยงยุทธ กล่าวว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งนายอนุสรณ์ ฟูเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และแต่งตั้ง นายสุภัทร จำปาทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

แต่งตั้ง “ปธ.-กก.บอร์ดองค์การตลาด”

              โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.อนุมัติให้กรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การตลาดชุดเดิมที่เหลืออยู่ จำนวน 5 คน ออกจากตำแหน่ง คือ นายอนันต์ สิริแสงทักษิณ , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จิรพล สินธุนาวา , พลโท รุจวินท์ กิจวิทย์ , นายทิวารกาล เทพทอง , นายจิระ พันธ์คีรี และแต่งตั้งประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การตลาดชุดใหม่ทั้งคณะ จำนวน 8 คน ดังนี้ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ประธานกรรมการ , นายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม รองประธานกรรมการ , รองศาสตราจารย์ รัตนา จักกะพาก กรรมการอื่น , นายขวัญชัย วงศ์นิติกร (บุคคลในบัญชีฯ ตามประกาศกระทรวงการคลัง) กรรมการอื่น , นายดลเดช พัฒนรัฐ กรรมการอื่น , นายกฤษฎา บุณยสมิต กรรมการอื่น , ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญมา ชัยเสถียรทรัพย์ กรรมการอื่น และ นายสันติ อ่ำศรีเวียง กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลัง

ตั้ง “กก.อื่นๆ ใน “บอร์ด” ธ.ก.ส.”  

              ร.อ.นพ. ยงยุทธ กล่าวว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งกรรมการอื่น ในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้แก่ นายโอภาส กลั่นบุศย์ ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรรมการ แทนนายจุมพล สงวนสิน , นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ กรรมการ แทนนายธนรัชต์ วิเชียรรัตน์ ที่ขอลาออก