ข่าว

สวัสดีปีแพะรับบาป

สวัสดีปีแพะรับบาป

30 ธ.ค. 2557

สวัสดีปีแพะรับบาป : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

  
                 ปฏิทินใบใหม่ ถูกแขวนไว้แทนปฏิทินใบเก่า กาลเวลาเดินทางมาถึงจุดสมมุติ ในการเริ่มต้นก้าวใหม่ของชีวิตอีกครั้ง
    
                 หากแต่ความจริงของชีวิต ไม่ว่าปฏิทิน ใบใหม่ จะถูกมาแขวนแทนที่ปฏิทินใบเก่าหรือไม่ กาลเวลาจะเดินทางไปอีกเนิ่นนานเพียงใด สุขทุกข์ที่อยู่ในใจก็ไม่ได้ผันแปรไปตามกาลเวลา เพราะสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม เมื่อทำสิ่งใดไว้ สิ่งนั้นก็จะปรากฏ ความสุขความทุกข์ ร่ำรวยหรือยากจน ล้วนมาจากกรรมหรือการกระทำของเราทั้งสิ้น  
    
                 เมื่อพูดถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย กฎแห่งกรรมได้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่า เงินทอง ทรัพย์สิน ความมีชื่อเสียง ที่ได้มา หากไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตแล้ว วันหนึ่งความจริงก็จะปรากฏ การใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการ การอ้างอิงผู้มีอำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและหมู่คณะ ได้ส่งผลอย่างสำคัญในชีวิตบั้นปลายของนายตำรวจที่เคยมีภาพลักษณ์ที่ดี มีผลงานการปราบปรามอาชญากรรมที่ทุกคนยอมรับ
    
                 ใกล้เข้ามาในแวดวงสื่อมวลชน สื่อที่ไม่สุจริต สื่อที่ทำมาหากินอยู่บนความขัดแย้งของผู้คน  สยบยอมต่อผู้มีอำนาจ ทรยศต่อวิชาชีพ เพียงเห็นแก่ผลประโยชน์เพียงชั่วคราว ก็ได้เห็นผลจากการกระทำนั้นแล้ว
    
                 ปีนี้ไม่เพียงแต่กาลเวลาจะเปลี่ยน หากบางเรื่องราวในชีวิตของผมก็จะเปลี่ยนไปด้วย หลังจากจัดการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ภาระบนบ่าในฐานะผู้กุมด้านจริยธรรมสื่อก็จะถูกปลดวาง แต่นั่นก็เป็นหน้าที่ทางการ จิตสำนึก ความรับผิดชอบของความเป็นสื่อที่ต้องยึดมั่นในหลักการ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ซื่อตรงต่อผู้อ่าน ผู้ชม ผู้ฟัง ซึ่งก็หมายรวมถึงผู้ที่อยู่ในวิชาชีพนี้ทุกคนจะต้องไม่เปลี่ยนแปลง  
    
                 ห้วงเวลาที่ผ่านมา สื่อถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมอย่างหนักหน่วง และคำถามนี้ก็จะยังดำรงอยู่ต่อเนื่อง แม้ในฐานะองค์กรอิสระในการกำกับ ดูแลกันเอง สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ยังคงรักษาหลักการนี้ไว้ได้ แต่ด้วยบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป ความเป็นอุตสาหกรรมของสื่อที่ชัดเจนมากขึ้น การเคลื่อนย้ายเงินจากทุนที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน สู่องค์กรสื่อ อธิปไตยของกองบรรณาธิการที่ถูกรุกรานจากฝ่ายการตลาด อีกทั้งเป้าหมายขององค์กรสื่อที่มุ่งต่อการแสวงหากำไร มากกว่าจุดมุ่งหมายทางอุดมการณ์ เรื่องจริยธรรมก็เริ่มสั่นคลอน
    
                 ผลจากการสร้างและสั่งสม “วาทกรรมแห่งความเกลียดชัง” ของสื่อ ตอกลิ่มความขัดแย้งในหมู่คนไทยให้ร้าวลึกยิ่งขึ้น และในที่สุดก็นำมาสู่การยึดอำนาจ ตามมาด้วยประกาศกฎอัยการศึก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97 ฉบับที่ 103 ที่มีเนื้อหาลิดรอนเสรีภาพในการทำงานของสื่อ และตามมาด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวพร้อมจะเอาเรื่องสื่ออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันของผู้มีอำนาจ
    
                 ขณะที่ความสับสนในการแยกแยะประเภทของสื่อ ที่มีทั้งสื่อการเมือง สื่อวิชาชีพ สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ทัศนคติ ความคิด ความเชื่อของสังคม มองอย่างเหมารวมว่าสื่อไม่มีความรับผิดชอบ และหากอำนาจรัฐจะเข้ามาจัดการอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าในการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก หรือกำหนดให้มีอำนาจในการอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพสื่อ ก็เป็นเรื่องที่อาจยอมรับได้
    
                 ผมไม่ปฏิเสธความจริงว่า สื่อมีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้สังคมไทย ต้องตกลงไปอยู่ในหล่มโคลนแห่งความขัดแย้ง แต่บทเรียนครั้งนี้ก็น่าจะมากพอ ที่สังคมไทยจะตื่นรู้ และปฏิเสธสื่อที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่อ่าน ไม่ดู ไม่ฟัง ปฏิเสธที่จะยอมรับ สื่อที่ทรยศต่อหลักการ  สื่อที่คดโกง สื่อที่เป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจและผลประโยชน์ ในขณะเดียวกัน สื่อที่ทำงานโดยวิชาชีพ จะต้องปฏิเสธการร่วมสังฆกรรมกับกลุ่มคนที่แอบแฝงมาใช้วิชาชีพนี้ แสดงตัวว่าเป็นสื่อเพียงเพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตน
    
                 ทั้งหมดนี้ หากมองในความเป็นจริง ก็อาจเป็นแนวคิดในเชิงอุดมคติ ที่หลายคนอาจทดท้อ ยอมลู่ไปตามลม หรือเป็นปลาที่ไม่ว่ายทวนน้ำ ทั้งที่หนทางข้างหน้าคือความรอด ในยุคสมัยนี้ เราจึงไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของการยกกองบรรณาธิการออกทั้งคณะ เพราะขัดแย้งกับนายทุนเรื่องทิศทางและเป้าหมายในการทำสื่อ
    
                 ปี 2558 ขับไล่ปี 2557 ออกไปจากวิถีการโคจรของดวงดาวแล้ว ปีม้าพยศ ที่สังคมไทยหวนคืนวงจรอุบาทว์อีกครั้ง ยังคงเป็นภาพหลอนสังคมไทย ปีแพะทอง เป็นปีที่ไม่ต้องกล่าวคำว่า โปรดติดตามกันต่อไป แต่ขอให้จับตาผู้มีอำนาจ ที่จะอ้างเหตุผล ด้วยความเกื้อหนุนของบรรดาผู้รับใช้ ที่จะเถลิงอำนาจต่อ โดยที่มีผู้คนทั้งหลายเป็นแพะรับบาป