ข่าว

ม.ล.ปนัดดาฟุ้งเล็งเปิดแอพรับร้องทุกข์

ม.ล.ปนัดดาฟุ้งเล็งเปิดแอพรับร้องทุกข์

29 ธ.ค. 2557

ม.ล.ปนัดดาฟุ้งเล็งเปิดแอพรับร้องทุกข์ สปช.เห็นชอบดันอันดามันมรดกโลก ขณะที่ชาติพัฒนาไม่ค้านนายกฯคนนอก

               ที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) วันที่  29 ธ.ค.2557  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสรุปยอดรวมเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน ตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57-26 ธ.ค.57 ว่ามีเรื่องร้องเรียนจำนวน 111,399 เรื่อง โดยเรื่องที่ร้องเรียนทั้งหมดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำเร็จแล้วร้อยละ 90.20 และอยู่ระหว่างดำเนินการร้อยละ 9.08 ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกลุ่มมวลชนที่ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา อาทิ ที่ดินทำกิน บุกรุกที่ป่าสงวน ปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบ การจัดระเบียบสังคม และการกล่าวหาเจ้าหน้าที่

               รมต.สำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่มีการร้องเรียนจำนวนมากคือการรำคาญสถานท่องเที่ยวยามวิกาลที่เปิดเกินเวลา และอยู่ใกล้สถาบันสถานศึกษา ปัญหาหนี้สินนอกระบบ ยาเสพติด บ่อนการพนัน ระบบไฟฟ้าผลกระทบจากนโยบายและโครงสร้างของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐทุจริต บริการขนส่งทางบกและบริการสาธารณะ

               “ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับปรุงการทำงานโดยให้เจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง มาประจำที่ศูนย์ในลักษณะบูรณาการการทำงานร่วมกันแบบเบ็ดเสร็จในจุดบริการเดียว ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ซึ่งรัฐบาลพอใจการทำงานของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ และได้รายงานผลการทำงานต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตามปีหน้า จะเพิ่มช่องทางรับเรื่องผ่านแอ็พพลิเคชั่น รวมทั้งประสานไปยังกลุ่มสถานทูตไทยในอาเซียน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมทั้งจะมอบรางวัลให้กับผู้ปฏิบัติงานให้เป็นขวัญกำลังใจ และได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ในส่วนภูมิภาค” รมต.สำนักนายกฯ กล่าว


สปช.เห็นชอบดันอันดามันมรดกโลก

               เมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานเรื่องการนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ในทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาเสร็จแล้ว โดยก่อนเริ่มประชุมนายวันชัย สอนศิริ สปช. ขอหารือให้ที่ประชุมสปช. มีการพิจารณาหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้สมาชิกสปช.รับทราบปัญหาต่าง ๆ ก่อนที่จะเริ่มประชุมสปช.ตามวาระปกติ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว โดยกำหนดให้มีการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกวันจันทร์และอังคาร ตั้งแต่เวลา 09.00-09.30 น. ให้เวลาสมาชิกสปช.พูดคนละ 2 นาที
    
               จากนั้นนายปราโมทย์ ไม้กลัด ประธานกมธ.การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานผลการศึกษาการนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ในทะเลอันดามันเป็นมรดกโลกต่อที่ประชุม เพื่อเป็นแนวทางปฏิรูปเร่งด่วน (ควิกวิน) เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน โดยนายปราโมทย์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวศึกษาไว้นานแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ผลักดันหรือชะลอไว้ เพราะไม่มีผลเสีย มีแต่ผลดี หากได้รับการพิจารณาเป็นมรดกโลกจะทำให้ประเทศไทยมีเขตมรดกโลกทางทะเลเป็นแห่งแรกของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 11,734 ตร.กม. และจะได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆตามมาอีกมากมาย เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่หากยังชะลอโครงการไปเรื่อยๆ ทรัพยากรธรรมชาติบริเวณดังกล่าวจะทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ขอให้ครม.มีมติเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันเรื่องนี้โดยเร็ว

              นายวันชัย สอนศิริ สปช. อภิปรายว่า อยากให้ที่ประชุมพิจารณาสิ่งที่เสนอไปว่าจะสามารถผลักดันให้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ถ้าสปช.เสนอไปยังครม.แล้ว ครม.ไม่เห็นด้วยจะทำอย่างไร สปช.ก็หน้าแตก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากขอความชัดเจน เพราะถ้าจะให้ประเมินอารมณ์ ความรู้สึกถามว่าเรื่องนี้เราต้องเสนอปฏิรูปแบบเร่งด่วน หรือ ควิกวินหรือ จึงอยากฝากประธานกมธ.และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าฟังอยู่เรื่องนี้มีประโยชน์ดีจริง มีประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล เวลาจะทำอะไรต้องประเมินว่าครม.เอาด้วยหรือไม่ ตนไม่อยากให้เอาไปแล้วครม.บอกว่าเป็นเสือกระดาษ
    
               ขณะที่นายธรณ์ ชี้แจงว่า ตอนนี้ก็ได้มีการประชุมกันของอนุกรรมาธิการมรดกโลกทางธรรมชาติแล้ว เพราะที่ผ่านมาไม่มีการประชุมเรื่องนี้ จึงอาจเป็นผลทำให้ผ่านมาสิบปีเรื่องนี้จึงไม่มีการดำเนินการ แม้เรื่องนี้จะไม่ผ่านก็ถือเป็นด่านแรกที่เราทะลวงได้แล้ว และตนจะมีการติดตามในเรื่องต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลต่อไป จะใช้เวลากี่สิบปีก็จะติดตาม
    
               จากนั้นสมาชิกสปช.ได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการผลักดันพื้นที่ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก เนื่องจากมีความสวยงาม และสำคัญต่อการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวอยากเข้ามาท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขอให้ระวังเรื่องการประกาศพื้นที่มรดกโลกไปทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวเลที่บางคนอยู่มาหลายสิบปี รวมทั้งขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ว่า การผลักดันพื้นที่อันดามันเป็นมรดกโลกจะเกิดผลดีอย่างไรบ้าง
    
               ต่อมาเวลา15.00 น.ที่ประชุมจึงได้ขอความเห็นชอบให้มีการผลักดันร่างฯดังกล่าว โดยที่ประชุมเห็นชอบจำนวน 187 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 งดออกเสียง 11 ต่อมานางทัศนา บุญทอง รองประธานสปช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้ขอมติในที่ประชุมอีกว่า ให้มีการเพิ่มข้อสังเกต ข้อเสนอแนะลงไปในรายงานตามความเห็นของสมาชิกก่อนเสนอต่อประธานสปช.เพื่อส่งต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป โดยที่ประชุมเห็นด้วย 196 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 งดออกเสียง 2 และประธานได้นัดสมาชิกสปช.ประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 5-6 ม.ค.58 และปิดการประชุมในเวลา15.30 น.


ชาติพัฒนาไม่ค้านนายกฯคนนอก
    
               นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา  โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงท่าทีของพรรคชาติพัฒนาต่อการร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี ว่า  เจตนารมณ์ของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ก็ควรที่จะกำหนดให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรียึดโยงกับประชาชน และมาจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เพราะจะมีความชอบธรรมและการยอมรับ รวมทั้งเข้าใจปัญหาพื้นฐานของประชาชน แต่ในกรณีที่บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ มีวิกฤตการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจหรือความมั่นคงของชาติ และมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดช่องทางให้คนนอกที่ไม่ได้อยู่ในระบบเลือกตั้งเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์และไม่ให้เกิดภาวะทางตันของบ้านเมืองและรัฐธรรมนูญ พรรคชาติพัฒนามีความเห็นว่า เป็นเรื่องที่สมควรพิจารณาเพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศจากภาวะวิกฤติต่างๆ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์วิกฤตและประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่ควรต้องมีการกำหนดเงื่อนไขของสถานการณ์ของวิกฤตการณ์ให้ชัดเจน กระบวนการการเข้าสู่อำนาจที่จะต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วยเสียงสนับสนุนที่มากเพียงพอ ระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมายจากรัฐสภาในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศที่มีความแตกต่างจากนายกรัฐมนตรีในภาวะปกติ