ข่าว

สกัดอำนาจเก่า:คอลัมน์มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

สกัดอำนาจเก่า:คอลัมน์มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

29 ธ.ค. 2557

สกัดอำนาจเก่า : คอลัมน์มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

               เริ่มเห็นระบบการเมืองไทยชัดเจนขึ้นแล้ว ณ เวลานี้ อย่างที่ อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในเดือนธันวาคม จะเห็นหน้าตาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประมาณ 80%
    
               ถึงตอนนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้เคาะ 3 เรื่องใหญ่ ในโหมดการเมือง คือ ที่มาของนายกฯ, ส.ส., ส.ว. เสร็จเรียบร้อยแล้ว เรียกเสียงครางฮือฮาจากบรรดา "คอการเมือง" ได้อย่างมาก  
    
               เริ่มจากเรื่องแรก คือ ที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติว่าต้องมาจาก ส.ส. เปิดช่องให้ "คนนอก" ใครก็ได้มาเป็นนายกฯ โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอ้างเหตุผลเสียสวยหรูว่า เพื่อเป็นทางออกให้บ้านเมืองยามเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง เพราะสามารถนำ "คนนอก" มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าต้องเป็น "ส.ส." อย่างที่มีให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้วจากวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งที่ผ่านมา
    
               แต่ถึงจะให้เหตุผลอย่างไรก็ตาม จากผลที่เปิดช่องให้นายกฯ มาจาก "คนนอก" ได้นี่เอง มีการมองว่า อาจเป็นไปได้ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะสืบทอดอำนาจหลังเลือกตั้ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็เท่ากับสกัดกลุ่มอำนาจเก่าอย่างพรรคเพื่อไทย ที่จะกลับมาครองอำนาจเป็นรัฐบาลอีกครั้งหลังเลือกตั้ง
    
               เรื่องต่อมา คือ ระบบเลือกตั้ง ส.ส. ที่เรียกว่า "แบบสัดส่วนผสม" ที่นำมาใช้ ซึ่งมีวิธีการคิดคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส. ที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้เหมือนกับระบบเลือกตั้งของประเทศเยอรมนี ซึ่งระบบเลือกตั้งของประเทศเยอรมนี คิดขึ้นมาเพื่อจะทำให้ทุกคะแนนที่ลงนั้นมีค่า ไม่ถูกตัดทิ้ง แต่ที่มาที่ไปของระบบนี้ ก็เพราะเยอรมันเข็ดขยาดกับอำนาจเผด็จการรัฐสภาแบบฮิตเลอร์ ดังนั้นเมื่อนำระบบเลือกตั้ง ส.ส.แบบนี้มาใช้ในบ้านเรา พรรคที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ก็คือพรรคใหญ่สุดอย่างพรรคเพื่อไทย มีการยกตัวอย่างว่า หากนำวิธีคิดคำนวณจำนวน ส.ส.แบบเยอรมัน มาใช้กับการเลือกตั้งครั้งหลังสุด พรรคเพื่อไทยจะมีจำนวนที่นั่งลดลงประมาณ 23 ที่นั่ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคะแนนเสียงรองลงมา จะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นประมาณ 17 ที่นั่ง และพรรคขนาดกลางและเล็กมีโอกาสได้ส.ส.มากขึ้น
    
               เรื่องสุดท้าย คือ ระบบเลือกตั้ง ส.ว. ที่ใช้วิธีการสรรหาและเลือกตั้งโดยอ้อม แต่ปิดประตูตายการมาจากเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาคนที่ลงสมัคร ส.ว. ที่มีฐานเสียงของพรรคการเมืองหนุน โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่มักได้รับการเลือกตั้ง แต่คราวนี้ถูกปิดช่องทางเสียแล้ว   
    
               การวางระบบการเมืองในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการสกัดอำนาจเก่า โดยเฉพาะพรรคของ "ทักษิณ ชินวัตร"
    
               แต่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่า ไม่ได้เจตนาจะสกัดใครทั้งนั้น แต่ต้องการสกัดไม่ให้ "นายทุน" มาครอบงำ "พรรคการเมือง"!!