
วิษณุปัดวิจารณ์นายกฯคนนอก-มท.จัดลต.
29 ธ.ค. 2557
"วิษณุ" ปัดวิจารณ์ข้อเสนอ "กมธ." กรณีแนวคิดที่มา "นายกฯคนนอก-ให้มท.จัดเลือกตั้ง" ชี้แค่ประเด็นโยนหินก็อย่าไปรับหิน ชี้นิรโทษกรรมเลือกตั้ง 2 ก.พ.โมฆะไม่ช่วยอะไร
วันที่ 29 ธ.ค.57 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นนายกรัฐมนตรีจากคนนอกว่า เห็นบอกว่าเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ก็อย่างที่สื่อพาดหัวข่าว ตนเองไม่อยากจะพูดอะไร ให้ได้ข้อยุติก่อนดีกว่า มีข้อเสนอเป็น 20-30 เรื่องถ้าจะคอมเม้นท์กันรายประเด็น รายวันคงไม่ได้ ให้เขาดำเนินการตกผลึกกันก่อน ยังเร็วไปที่จะพูด ตนได้พูดคุยกับกรรมาธิการบางคนเขาก็บอกว่ามีการค้านกันอยู่ ตนคิดว่าเขายังโยนหินถามทางเราก็อย่าไปรับก้อนหินเลย
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่จะให้มหาดไทยจัดเลือกตั้งนั้นก็ถูกวิจารณ์มากว่าล้าหลัง นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ยังไม่มีความเห็นอะไร หากพูดไปก็จะกลายเป็นท่าทีรัฐบาลไป คงไม่เหมาะ ปล่อยให้กรรมาธิการเขาดำเนินการกันไปก่อนสักระยะหนึ่ง
" วันนี้เขาก็โยนไป คนอื่นก็ตอบกลับมา เขาก็เอากลับไปคิดนะ เช่น ท่านอภิสิทธิ์ก็บอกว่าภาวะวิกฤตนั้นคือภาวะแบบไหน เขาก็เอากลับไปคิด ไอ้เรามัวแต่ไปแหย่กันโต้กันไปตอบกันมาเดี๋ยวก็จะขัดแย้งกันเปล่า ๆ " นายวิษณุ กล่าว
ปัดวิจารณ์แนวคิด“กมธ.ยกร่างฯ”
นายวิษณุ กล่าวถึงแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจาก ส.ส.ว่า มองว่าเป็นการโยนหินถามทาง หากเราไปแหย่ เขาก็จะย้อนกลับมา ไม่อยากไปยุ่งกับเขาในตอนนี้ แต่ทั้งนี้ได้คุยกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 2-3คน ก็บอกว่ายังไม่ใช่ข้อสรุปอะไร และมีอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้พูด อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดถึงเรื่องนายกฯ คนนอก และถามว่าวิกฤตแปลว่าอะไร แบบนี้แสดงว่ายังต้องการคำถามและคำตอบกันอยู่ แต่สุดท้ายเรื่องจะจบลงที่กรรมาธิการฯ ซึ่งขณะนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ไม่เกี่ยวแล้ว เพราะได้เสนอทุกอย่างเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ในระหว่างนี้เป็นการโยนหินถามทาง เป็นการสร้างกระแส เพื่อให้มีปฏิกิริยา
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่มาของวุฒิสภาของกรรมาธิการฯที่ให้สรรหาว่า ยังจับประเด็นไม่ได้ว่าสุดท้ายกรรมาธิการฯ จะเอาตามที่เสนอออกมาในขณะนี้หรือไม่ แต่คิดว่าเรื่องนี้ยังไม่ตกผลึก ทั้งนี้อยากให้สังคมวิจารณ์เรื่องนี้ให้มากๆ เพราะถ้าตนพูดมากมันจะกลายเป็นอย่างอื่น แต่ถ้าไม่ใช่รัฐบาลคงพูดได้มากกว่านี้ และที่ว่าคนกลุ่มใดเป็นคนยกร่างรัฐธรรมนูญ คนกลุ่มนั้นก็เอาประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก มองว่าจะพูดอย่างนั้นก็ได้ แต่กรรมาธิการฯ มีจำนวน 36 คน มาหลายกลุ่ม ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันหมด ความคิดในบางเรื่องซ้ำกัน แต่บางประเด็นก็แยกไปเข้ากลุ่มอื่นได้ ทั้งนี้ไม่อยากให้ว่ากรรมาธิการฯ มากนัก เพราะข้อเสนอทั้งหลายยังไม่ตกผลึก และเชื่อว่าทุกคนทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่เราอาจมีความรู้สึกคนละแบบ
“เวลาร่างรัฐธรรมนูญต้องเอาทุกข้อเสนอมาผูกกัน และจะพบว่าบางข้อไปด้วยกันไม่ได้ ต้องเลือกเอาอย่างหนึ่ง เพราะบางอย่างขัดกัน เช่น สว.หากไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อำนาจ ส.ว.ก็ต้องเป็นอีกอย่างหนึ่ง หากมาจากเลือกตั้งก็มีอำนาจอีกแบบหนึ่ง ในเมื่อไม่ได้มาจากระบบเลือกตั้ง แต่ใช้อำนาจมาก จะอธิบายสังคมอย่างไร เพราะที่มากับอำนาจต้องไปด้วยกัน จะไปถึงขั้นถอดถอนพวกที่มาจากการเลือกตั้งโดยที่คุณไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้วันหนึ่งเขาต้องกลับไปนั่งคิดใหม่ วันนี้เขาโยนหินมาทีละก้อน ทีละก้อน และมองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เป็นความแตกแยก เพราะเป็นการทำโดยกรรมาธิการฯ ซึ่งกรรมาธิการฯ มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ เราคงพอใจที่จะฟังเขาเสนอและพอใจที่จะตอก มากกว่าให้เขาปิดประชุมตีหมี” นายวิษณุกล่าว
ส่วนที่มาขององค์กรอิสระนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องดู 3 อย่าง 1.ที่มาต้องสมเหตุสมผลเพื่อรองรับการมีอำนาจ 2.จำนวน หากน้อยไป แต่มีอำนาจเด็ดขาดก็จะลำบาก 3.อำนาจ บางครั้งเราให้อำนาจองค์กรอิสระไปทั้งหมด เหมือนที่เคยให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อให้เป็นผู้กำหนดวางระเบียบ คุมหีบเลือกตั้ง คุมหน่วยเลือกตั้ง เป็นผู้แจกใบเหลือง ใบแดงได้เบ็ดเสร็จ วันนี้เขาถอยมาคิดใหม่เพื่อแบ่งอำนาจให้ส่วนต่างๆ จะช่วยถ่วงดุลอำนาจได้ บางคนบอกว่าไปริบอำนาจกกต. ถามว่าจะให้เอาทุกอย่างกลับไปอยู่ที่กกต.ทั้งหมดอย่างนั้นหรือ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันคิด และถึงแม้มหาดไทยจะออกมาปฏิเสธว่าไม่รับจัดการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องเป็นมหาดไทยอยู่ดี เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของหีบบัตรเลือกตั้ง
ชี้นิรโทษกรรมเลือกตั้ง 2 ก.พ.โมฆะไม่ช่วยอะไร
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางคน ออกมาระบุว่าหากไม่อยากให้เกิดความแตกแยก ก็ควรนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่ทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะและเสียค่าเสียหายไปกว่า 3,000 ล้านบาทว่า เขาก็พูดถูก แต่เรามองว่าการนิรโทษเป็นเรื่องปลายทาง แม้จะนิรโทษกรรม แต่ในใจยังร้าวลึกอยู่ ก็จะเกิดเหตุนิรโทษอีก ต้องดูต้นเหตุด้วยว่าเกิดจากอะไร เรายอมรับไหมว่าเกิดจากความเหลื่อมล้ำ ความยากจน สองมาตรฐาน ความไม่เป็นธรรม เราต้องแก้ตรงนี้ให้เขาเห็น ให้เขาละลายพฤติกรรมในใจ เมื่อนิรโทษแล้วเขาก็พร้อมเข้าสู่ระบบใหม่ได้ แต่หากละลายพฤติกรรมแล้วไม่ดีอย่างที่ต้องการ สุดท้ายก็อาจจะต้องทำ แต่ทำเป็นขั้นตอน อย่างรัฐบาลที่ผ่านๆ มามีการนิรโทษก่อน แต่กับปัจจุบันจะต่างกันเพราะวันนี้มีอะไรอยู่เบื้องหลังอีกมาก ต้องย้อนไปดูเหตุแห่งการชุมนุม ส่วนที่บอกว่านักการเมืองเป็นสาเหตุหลัก ก็ถูก และเราต้องทำความเข้าใจตรงนี้เสียก่อน หากไปนิรโทษกรรมก่อนก็จะลำบาก



