มีรายงานพบซากบินแอร์เอเชียหาย
มีรายงานพบซากบินแอร์เอเชียหายพร้อม162ชีวิต บินจากอินโดฯสู่สิงคโปร์ ยุติค้นหาเริ่มใหม่เช้า29ธ.ค.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ว่า เครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ 320-200 ของสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินคิวแซด 8501 ที่นำผู้โดยสารและลูกเรือรวม 162 คน ออกจากสนามบินสุราบายา ประเทศอินโดนีเซียไปยังประเทศสิงคโปร์ ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินตั้งแต่เวลา 07.24 น. ตามเวลาในประเทศมาเลเซีย (ตรงกับเวลา 06.24 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยในช่วงเวลาเกิดเหตุมีรายงานพายุฝนฟ้าคะนองระหว่างเส้นทางบินของเครื่องบินลำนี้
ล่าสุดมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า มีผู้พบซากเครื่องบินแอร์เอเชีย อยู่ในทะเลนอกชายฝั่ง จ.เบลิตุง ตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย
เครื่องบินลำดังกล่าวออกเดินทางตามกำหนดเวลา 05.35 น.(ตามเวลาท้องถิ่นอินโดนีเซีย) จากสนามบินนานาชาติฮวนดา จ.สุราบายา และมีกำหนดเดินทางถึงสนามบินนานาชาติชางงี ในเวลา 08.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ที่เร็วกว่าประเทศไทย และอินโดนีเซีย 1 ชั่วโมง)
ต่อมาเมื่อเวลา 07.24 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ เที่ยวบินคิวแซด 8501 ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน และอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาหอบังคับการบินสิงคโปร์แจ้งไปยังหอบังคับการบินจาการ์ตา ในอินโดนีเซียถึงการขาดการติดต่อของเครื่องบินแอร์เอเชีย โดยระบุว่าเครื่องแอร์บัส เอ 320-200 ของสายการบินแอร์เอเชีย ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินในพื้นที่ทะเลห่างจากเส้นทางบินจากอินโดนีเซีย-สิงคโปร์ ราว 200 ไมล์ทะเล
สายการบินแอร์เอเชียได้ออกแถลงการณ์ในเฟซบุ๊ก ระบุว่าขอแสดงความเสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่าเครื่องบินของสายการบินเที่ยวคิวแซด 8501 ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน โดยระบุว่าบนเครื่องบินลำนี้มีผู้โดยสาร 155 คน เป็นผู้ใหญ่ 138 คน เด็ก 16 คน และทารก 1 คน รวมทั้งลูกเรือรวม 7 คน ในแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า กัปตันเครื่องบินลำนี้มีชั่วโมงบินมากกว่า 6,100 ชั่วโมง ส่วนนักบินผู้ช่วยมีชั่วโมงบิน 2,275 ชั่วโมง
ทั้งยังเปิดเผยด้วยว่า มีชาวอินโดนีเซีย 156 คน เกาหลีใต้ 3 คน ฝรั่งเศส 1 คน มาเลเซีย 1 คน และ สิงคโปร์ 1 คนอยู่บนเครื่องบินลำนี้
ก่อนที่เครื่องบินจะขาดการติดต่อ นักบินได้แจ้งขอเปลี่ยนเส้นทางมายังหอบังคับการบินอินโดนีเซีย และขอลดเพดานบินจาก 35,000 ฟุต ลงมาที่ 32,000 ฟุต เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศเลวร้าย ก่อนที่จะขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินในอีกไม่นาน
ด้านอินโดนีเซียส่งหน่วยค้นหาและกู้ภัยออกค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าว โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งอินโดนีเซีย (ซีเอเอ) ทั้งยังได้รับความร่วมมือจากแอร์เอเชีย อินโดนีเซียในการค้นหาเครื่องบิน
สายการบินแอร์เอเชีย เป็นสายการบินต้นทุนต่ำของมาเลเซีย ที่มีนายโทนี เฟอร์นานเดส เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ซึ่งสายการบินแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสายการบินที่มีความปลอดภัยสูง ไม่เคยมีประวัติเครื่องบินสูญหายหรือตกในช่วงที่ผ่านมา ฝูงบินของแอร์เอเชียส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินแบบแอร์บัส เอ 320 ที่มีอายุการใช้งานต่ำ โดยเครื่องบินลำที่สูญหายมีชั่วโมงการใช้งานเพียง 6 ปีเศษเท่านั้น
ด้านแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินลำนี้ เปิดเผยว่า เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ที่ใช้ในเที่ยวบิน คิวแซด 8501 ออกจากสายการผลิตเมื่อปี 2551 มีชั่วโมงบิน 23,000 ชั่วโมง จากเที่ยวบิน 13,600 เที่ยว ซึ่งแอร์บัสจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับสำนักงานสอบสวนความปลอดภัยแห่งฝรั่งเศส (บีอีเอ) และหน่วยงานที่รับผิดชอบการสอบสวนเพื่อค้นหาสาเหตุของการสูญหายในครั้งนี้
ขณะที่ทำเนียบขาว แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่อยู่ระหว่างการพักผ่อนกับครอบครัวในฮาวาย ได้รับแจ้งข่าวเกี่ยวกับการสูญหายของเครื่องบินแอร์เอเชีย ที่มีต้นทางจากอินโดนีเซียไปยังสิงคโปร์แล้ว และทำเนียบขาวกำลังติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนั้นมีรายงานว่า ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งชื่อ @sehunanyeong ซึ่งเป็นญาติกับผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางไปกับเที่ยวบินคิวแซด 8501 ของสายการบินแอร์เอเชีย แอร์บัส เอ 320-200 ที่ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินตั้งแต่ช่วงเช้าวันอาทิตย์ (28 ธ.ค.) ได้ทวิตเตอร์ข้อความระบุว่า พี่ชายและหลานๆ ของตนเกือบจะโดยสารเครื่องบินลำที่หายไป และชื่อของพวกเขายังปรากฏอยู่ในรายการอีกด้วย พร้อมทวิตยืนยันว่าครอบครัวของของตนปลอดภัยดี
เมื่อเวลา 14.16 น. มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่ามีการพบซากเครื่องบินที่เชื่อว่าเป็นของเที่ยวบินคิวแซด 8501 อยู่ในทะเลนอกชายฝั่งเมืองเบลิตุง
ขณะที่ นายโทนี เฟอร์นานเดส ซีอีโอสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุด และยืนยันว่า จะไม่หยุดยั้งการค้นหาเครื่องบินที่สูญหายไปอย่างแน่นอน โดยขอให้พนักงานของแอร์เอเชียมีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้ที่สูญหาย
ด้านกองทัพอินโดนีเซียที่เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยตั้งแต่ช่วงเช้า ประกาศหยุดภารกิจค้นหาเที่ยวบิน คิวแซด 8501 ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการปฏิบัติการ โดยจะเริ่มค้นหาอีกครั้งในเวลา 07.00 น. วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม
มีรายงานว่า สมาชิกในครอบครัวของผู้โดยสารชาวมาเลเซียที่โดยสารเครื่องบินดังกล่าว มารวมตัวกันที่สนามบินนานาชาติฮวนดา ใน จ.สุราบายา ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย หลังจากทราบข่าวเครื่องบินแอร์บัสของแอร์เอเชียหายไปจากจอเรดาร์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า เพราะทุกคนเฝ้ารอการรายงานข่าวตลอดเวลา และภาวนาให้พระเจ้าคุ้มครอง โดยหวังว่าผู้โดยสารทุกคนจะปลอดภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นฝันร้ายอีกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเกี่ยวกับการสูญหายอย่างปริศนาของเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 บรรทุกผู้โดยสาร 239 คน ที่มีกำหนดเดินทางจากสนามบินนานาชาติในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ไปยังสนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน โดยหลังจากเอ็มเอช 370 เดินทางไปได้ 1 ชั่วโมง 30 นาที ได้เกิดเหตุผิดปกติขึ้น เมื่อเครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางและหลุดจากจอเรดาร์ของกองทัพอากาศมาเลเซีย หลังการสูญหายเจ้าหน้าที่ทั่วโลกระดมค้นหาเครื่องบินและผู้โดยสาร แต่จนถึงวันนี้ผ่านไปกว่า 8 เดือน ยังไม่มีร่องรอยของเอ็มเอช 370 ปรากฏขึ้นแต่อย่างใด



