
กลุ่มทุนลาสเวกัสเทงบก้อนโตผุดรร.-สถานบันเทิงบูมสิงคโปร์
กลุ่มทุนจากลาสเวกัส ทุ่มกว่า 1.26 แสนล้านบาท ผุดโรงแรมหรูพร้อมสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ เตรียมทยอยเปิดตัวต้นปี 53 หวังเป็นแม่เหล็กบูมท่องเที่ยวสิงคโปร์ต้นปีหน้า
นายเชลดอน จี เอเดลสัน ประธานกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร ลาสเวกัส แซนส์ คอร์ป กลุ่มผู้พัฒนารีสอร์ทครบวงจรจากสหรัฐอเมริกา เจ้าของโรงแรมเดอะ เวเนเชี่ยน มาเก๊า กล่าวในงานแถลงข่าว ฉลองการก่อสร้างเสร็จถึงชั้นสูงสุดของโครงการมารีน่า เบย์ รีสอร์ท ในประเทศสิงคโปร์ว่า โครงการดังกล่าวใช้เงินลงทุนประมาณ 1.26 แสนล้านบาท โดยจะให้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสิงคโปร์ ซึ่งการท่องเที่ยวสิงคโปร์คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 17 ล้านคน ภายในปี 2558 ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างเกือบแล้วเสร็จกว่า 60% คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดดำเนินการได้ในต้นปี 2553
โครงการมารีน่า เบย์ รีสอร์ท มีทั้งส่วนของโรงแรมสูง 55 ชั้น สูง 200 เมตรจากพื้นดิน พร้อมสวนลอยฟ้าบนชั้นสูงสุดที่มีความยาวขนาด 340 เมตร พร้อมกันนี้ยังมีศูนย์จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซ็อปปิ้งเซ็นเตอร์ พิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ รวมทั้งกาสิโน แบบลาสเวกัส
"การก่อสร้างเดินหน้าไปได้ตามแผนงาน หลังผ่านช่วงชะลอตัวไปบ้างในปีที่ผ่านมา และล่าสุดเตรียมเริ่มงานก่อสร้างสวนลอยฟ้า ซึ่งจะเป็นสวนขนาดใหญ่พาดผ่านดาดฟ้าของอาคารโรงแรม 55 ชั้น ทั้ง 3 อาคารให้เป็นผืนเดียวกัน ด้วยโครงสร้างแบบสะพาน นับเป็นสวนลอยฟ้าที่สร้างในรูปแบบโครงสร้างสะพานยื่น ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีความยาวออกนอกอาคาร 66.5 เมตร ซึ่งถือว่ายาวที่สุดในโลก ใช้เหล็กในการก่อสร้างมากถึง 7,000 ตัน"
นายไมเคิล เอ เลเวน ประธานและเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด ลาสเวกัส แซนส์ คอร์ป กล่าวว่า โครงการนี้ใช้เทคนิคการก่อสร้างสมัยใหม่ ที่สามารถสร้างตัวอาคารโรงแรม ซึ่งจะประกอบด้วยห้องพัก 2,600 ห้อง ได้เร็วที่สุดในสิงคโปร์ โดยใช้เวลาก่อสร้าง 1 ชั้นเสร็จภายใน 4 วัน และโครงการนี้ยังนับเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ ที่ใช้สินเชื่อเงินสกุลสิงคโปร์มากที่สุด และนับเป็นโครงการลงทุนมูลค่าสูงที่สุดของสิงคโปร์
สำหรับเงินลงทุน นายเอเดลสัน ยืนยันว่า กลุ่มลาสเวกัส มีเงินทุนมากพอสำหรับการพัฒนาโครงการนี้ และยังมีแผนพัฒนาโครงการคอนเซ็ปต์โรงแรมรีสอร์ทครบวงจร ทำนองนี้อีก 5-6 โครงการ ในหลายประเทศ รวมทั้งมาเก๊า



