
ผบ.ทบ.ปัดตอบปมที่มานายกฯ
27 ธ.ค. 2557
"พล.อ.อุดมเดช" ผบ.ทบ. ปัดตอบ ปมที่มานายกฯ ชี้เสียงส่วนน้อยต้องฟังเสียงส่วนใหญ่
วันที่ 27 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กมธ.ยกร่างฯ) มีมติในประเด็นที่มาของนายกฯ ว่าไม่ต้องเป็น ส.ส. แต่ต้องผ่านการคัดเลือกของ สภา ถือว่าเหมาะสมกับสังคมไทยว่า ตนไม่ขอออกความคิดเห็น แต่อยากรอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ซึ่งให้พูดตอนนี้คงไม่ได้ แต่ตนเชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯมีเหตุผลรองรับการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งตนก็เป็นผู้หนึ่งที่รอฟังข้อสรุปอยู่
เมื่อถามว่า มติดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเหมือนกรณีเหตุการณ์พฤษภา 2535 หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ขอไม่ออกความเห็น แต่เชื่อว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรงนี้จะทำงานเต็มที่ทุกคน และยังเห็นว่าทุกคนมีความตั้งใจ อย่างไรก็ตามขอให้ช่วยกันและให้ความไว้วางใจพวกเขา ในขณะที่นายกรัฐมนตรีก็พยายามเดินตามกรอบโรดแม็พที่วางไว้ มากไปกว่านั้นหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนก็รับช่วยงานกันอย่างเต็มที่และตั้งใจทำงานตามขั้นตอน ดังนั้นขอให้ช่วยกันให้กำลังใจจะดีกว่า
“ผมคิดว่าสำหรับความคิดเห็นไม่ตรงกันทางเราก็รับฟังกันได้ แต่เมื่อส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างนี้คนส่วนน้อยก็ต้องรับฟังด้วย ถ้าต่างคนต่างรับฟังและมีเหตุผล และมีสติที่จะรอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกอย่างก็จะเกิดความเรียบร้อย” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
ผบ.ทบ.ตรวจเยี่ยมกำลังพลทัพภาค 3 ยันในพื้นที่คนเห็นต่างมีน้อย
พล.อ.อุดมเดช กล่าวก่อนการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก ว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการไปตรวจเยี่ยมเพื่อมอบของขวัญพร้อมให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จากนั้นจะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ เพื่อดูการปฏิบัติงานของกำลังพลตามแนวชายแดน ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำเข้มงวดโดยตลอดต่อการดูแลแก้ปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน เพราะเป็นแหล่งต้นทางที่ยาเสพติดจะเข้ามาในประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินสถานการณ์ผู้ที่เห็นต่างในพื้นที่ภาคที่ 3 ว่าเป็นอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนคิดว่าผู้ที่เห็นต่างมีเพียงเล็กน้อยสามารถดูแลได้ โดยทั่วไปบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ใครที่เห็นอะไรไม่ถูกต้องก็จะมีการพูดคุยทำความเข้าใจชี้แจงกัน ซึ่งอยากย้ำว่าไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนใด ๆ ทั้งสิ้นประกอบกับในวันนี้ (27 ธันวาคม) ทาง พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ก็จะเดินทางลงพื้นที่ไปกับตนเพื่อรับฟังปัญหาสร้างความเข้าใจในพื้นที่อีกด้วย
ต่อข้อความที่ว่า หัวหน้าคสช.มีคำสั่งตาม รัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว ) ม. 44 ให้สภาและผู้บริหารท้องถิ่นที่หมดวาระแล้วทำหน้าที่ต่อจะช่วยให้มีการตอบสนองงานของ คสช.ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล ในขณะนี้ผู้บริหารท้องถิ่นต่างก็ให้ความร่วมมือกับคสช.ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความราบรื่นอยู่แล้ว



