ข่าว

ชื่นชมทหาร!ลุยน้ำแจกของช่วยน้ำท่วมใต้

ชื่นชมทหาร!ลุยน้ำแจกของช่วยน้ำท่วมใต้

26 ธ.ค. 2557

ชื่นชมทหาร!ลุยน้ำแจกของช่วยน้ำท่วมใต้ ‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่ติดตามยันสั่งแก้ปัญหาทุกเรื่อง นายอำเภอบาเจาะสุดแกร่งลุยน้ำท่วมช่วยเหลือชาวบ้าน

               26ธ.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดภัยน้ำท่วมได้มีทหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ลุยน้ำแจกสิ่งให้กับประชาชนที่ประสบภัยและป้องกันภัย ได้มีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวทางสื่อออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฟซบุ๊กMtoday สร้างความประทับใจกับผู้พบเห็นและกดชอบใจและแชร์ต่อไปจำนวนมาก


‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่ติดตามยันสั่งแก้ปัญหาทุกเรื่อง

               ขณะที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้น ได้ลงพื้นที่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลนานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่อำเภอตากใบ จากนายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอตากใบ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนให้การต้อนรับ

               นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมที่จะให้ความชาวเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นจะเร่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชน ขณะที่ระยะยาวได้วางแนวทางไว้แล้ว แต่ขอให้ทุกคนร่วมมือ สถานการณ์ในพื้นที่ต้องสงบ ไม่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ โดยขอให้พูดคุยกันให้เรียบร้อยเพื่อหาทางออก ทั้งนี้ เพื่อเตรียมการพัฒนาอย่างเป็นระบบตามแผนยุทธศาสตร์ 2015 - 2020 ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศชาติหยุดชะงักมามากแล้ว หลังจากนี้จะต้องเร่งเดินหน้า

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ถือเป็นการทำสัญญา ว่าจะดูแลคนใต้ให้ดีที่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. เมื่อวันนี้ขึ้นมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องทำให้มากขึ้นกว่าเดิม วันนี้การแก้ปัญหาทุกเรื่องตนเป็นผู้สั่งการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทั้งหมดต้องทำตามนโยบาย สิ่งแรกที่อยากจะขอจากชาวนราธิวาส คือ จะต้องไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่เป็นการชั่วคราวและขอให้ปฏิบัติตามนโยบายที่รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินการ สิ่งที่ตนต้องการคือทำอย่างไร บ้านเมืองจะมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีการพัฒนาอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ อำนวยความยุติธรรม การเข้าสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่พูดทั้งหมดขอให้จำให้ได้ ครั้งหน้าจะมาสอบ พร้อมระบุว่า นโยบายวิสัยทัศน์ของประเทศไทย เนื่องจากเราก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงทั้งการเดินทาง การค้าขาย การเชื่อมโยงภูมิภาคจะทำให้เกิดทั้งวิกฤตและโอกาส การเคลื่อนย้ายประชาชนจะไร้ข้อจำกัด ซึ่งไทยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจดีที่สุดในตอนนี้ก็อาจเป็นเป้าหมายของการทุจริตผิดกฎหมาย เราต้องแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส และทำอย่างไรให้เกิดความสงบโดยเร็ว ลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งลงพื้นที่ครั้งนี้จะมีการสั่งการอีกหลายเรื่อง ที่ผ่านมา 7-8 วัน ในพื้นที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะที่นราธิวาสก็หนักหน่อย แต่เราไม่สามารถย้ายบ้านหนีไปไหนได้ ก็ต้องเร่งแก้ไขระบายน้ำให้ออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องมาพิจารณาการจัดทำแก้มลิงหรือพื้นที่รองรับน้ำต่างๆ

               "สิ่งที่ผมต้องการในวันนี้คือการแก้ปัญหา และไม่สร้างปัญหาใหม่ในทุกๆ เรื่อง ซึ่งปัญหาน้ำท่วมก็ต้องเร่งแก้ ซึ่งขณะนี้ประเทศมาเลเซียก็มีความเดือดร้อนประมาณ 4 หมื่นกว่าคน ซึ่งเราก็ต้องส่งใจไปช่วยเขาและจะดูว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือด้านใดได้บ้าง อย่างน้อยเพื่อเป็นน้ำใจในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและมาเลเซียดีขึ้น ทุกประเทศทั่วโลกความสัมพันธ์ดีทั้งหมด ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาดีกับผม คงเป็นเพราะความชัดเจน อีกทั้งเราถือว่าความเดือดร้อนของประชาชนมีความสำคัญที่สุด และนโยบายของรัฐบาลนี้คือ ไม่ว่าใครก็ตามรัฐบาลและภาคราชการทุกส่วนจะต้องยึดเอาประชาชนเป็นหลัก เอาปัญหาทั้งหมดมาเป็นโจทย์ ผมมีหน้าที่กำกับดูแลละจัดสรรงบประมาณที่สำคัญต้องไม่มีการทุจริต ผมไม่ได้ทำเพราะการเมือง เพราะผมไม่ใช่นักการเมือง ผมไม่ได้มีต้นทุน ไม่ต้องเสียค่าสมัคร เพราะฉะนั้นพร้อมทำงานเต็มที่" พลเอกประยุทธ์ กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากลงพื้นที่มาดูปัญหาน้ำท่วมแล้ว อยากชี้แจงสถานการณ์บ้านเมืองว่า ที่ผ่านมามีการหยุดชะงักมานานพอสมควร ด้วยปัญหาการเมือง ปัญหาความขัดแย้ง ความเห็นต่างในพื้นที่แต่ถึงวันนี้ทุกอย่างต้องเดินหน้า รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ 3 อย่าง คือ 1. การรักษาความสงบเรียบร้อย แก้ไขปัญหาภาคใต้ให้ได้ ลดความรุนแรงในทุกๆ พื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะกทม. เองก็มีอาวุธสงคราม มีภัยต่างๆ มีนักการเมืองเลวๆ ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ วันนี้ต้องแก้ให้ได้ เพื่อเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งในวันข้างหน้า ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะเลิกรัฐบาลเอง ผมไม่ได้เป็นคนเลือก เพราะฉะนั้นขอให้เลือกให้ดี เลือกคนพูดแบบผมและทำแบบผมเข้ามา อย่าไปเลือกคนที่ไม่ทำ บอกว่าจะทำแล้วทำกันไหมล่ะ ปัญหาหมักหมมสั่งสมมาถึงผม ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเอาเงินไปทำอะไรกันหมด เรื่องการเมืองความมั่นคงพันกันไปหมด สิ่งที่รัฐบาลทำต่อคือการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งต่อไปนี้จะต้องมีกติการวมและการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน จะเริ่มทุกอย่างให้ได้ในรัฐบาลนี้ แต่เวลามีค่อนข้างจำกัด และ 3.การสร้างเศรษฐกิจให้ได้ ซึ่งได้สั่งการทุกกระทรวงแล้วทั้งมหาดไทยและพาณิชย์ว่าทุกพื้นที่ต้องมีตลาดจำหน่ายสินค้าในชุมชน

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาราคายางตกต่ำรัฐบาลได้พยายามเร่งแก้ไขปัญหาเช่นกัน ขอให้ประชาชนอย่าเคลื่อนไหวชุมนุมเลย ร้อนเปล่า ๆ อีกทั้งอาจมีความผิดเพราะยังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือจะช่วยทั้งผู้ปลูกและผู้กรีดยาง โดยจะมีการตั้งโรงงานขนาดใหญ่ 6-7 โรงงาน แปรรูปเพิ่มมูลค่ายาง พร้อมจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ มีศูนย์กระจายสินค้า ขอให้ทุกคนช่วยกันร่วมมือกับรัฐบาลด้วย เพราะตนทำงานไม่ต้องการอะไรมีหัวใจให้ทุกคน จึงขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงานบ้าง พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า "น้ำมาเดี๋ยวก็ไป แต่น้ำใจอยู่กับท่านตลอด"

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ พบปะทักทายประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง มีการสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ ความเดือดร้อนจากอุทกภัย รวมถึงราคายางพาราและเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้ ซึ่งชาวบ้านหลายคนบอกว่ายังไม่ได้รับ นายกฯ อธิบายว่าได้อนุมัติงบประมาณไปแล้ว แต่ติดขัดเรื่องของระเบียบ แต่จากนี้ไปจะเร่งดำเนินการให้ นอกจากนี้ นายกฯยังได้เยี่ยมชมเครื่องผลิตน้ำดื่มสะอาด ศูนย์ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะ และโรงครัวเคลื่อนที่ของกองทัพบกซึ่งนายกฯได้ลงมือทอดไข่เจียวเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน โดยกล่าวหยอกล้อว่า เมื่อสมัยเด็กก็ทำกับข้าวกินกับครอบครัว และเป็นทหารทอดไข่เจียวไม่เป็นก็บ้าแล้ว เมื่อก่อนนึกอะไรไม่ออกก็กินแต่ข้าวกะเพราไก่เขาเรียกอาหารสิ้นคิด

               ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้นายกฯชิมไข่เจียวที่ลงมือทำเอง พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะชิม โดยกล่าวว่า "ไม่ชิมๆ เพราะไม่ได้ปรุงเอง แต่ถ้าปรุงเองก็ไม่รู้ว่าจะกินได้หรือเปล่า กลัวไม่อร่อย วันนี้มาแค่ทอดโชว์"

 

"มท.2"สั่งเร่งช่วยเหลือน้ำท่วมใต้ตายแล้ว13ศพ


              นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปรายงานถึงสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ว่า ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.57 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ประสบภัย 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และตรัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง ตรัง และสงขลา ซึ่งตนได้กำชับให้ ปภ. ประสานจังหวัดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงสำรวจและประเมินความเสียหายของพื้นที่ประสบภัย เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว
  
              ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.57 จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และตรัง มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ผู้บาดเจ็บ 5 คน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี พัทลุง ตรัง และสงขลา รวม 42 อำเภอ 289 ตำบล 1,651 หมู่บ้าน โดยจังหวัดนราธิวาส น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ 77 ตำบล 556 หมู่บ้าน 61 ชุมชน 57,021 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบ 206,695 คน อพยพ 5,206 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้บาดเจ็บ 3 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 25 หลัง เสียหายบางส่วน 805 หลัง ถนนเสียหาย 155 สาย โรงเรียนปิดการเรียนการสอน 169 แห่ง พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 4,127 ไร่

              จ.ยะลา น้ำท่วมขังใน 8 อำเภอ 55 ตำบล 314 หมู่บ้าน 7 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,327 ครัวเรือน 52,503 คน อพยพ 276 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้บาดเจ็บ 2 คน ถนนเสียหาย 230 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 8,299 ไร่ จังหวัดปัตตานี น้ำท่วมขังพื้นที่ 11 อำเภอ 89 ตำบล 408 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,960 ครัวเรือน 106,501 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง ถนนเสียหาย 10 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 5,000 ไร่

              จ.พัทลุง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 1ราย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำริมทะเล 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง และอ.ควนขนุน

              จ.ตรัง น้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่ม 2 อำเภอ รวม 7 ตำบล12 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตร 213 ไร่

              จ.สงขลา น้ำท่วมใน 14 อำเภอ 96 ตำบล 586 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 4 หลัง เสียหายบางส่วน 2,820 หลัง ถนนเสียหาย 594 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 44,197 ไร่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงสำรวจและประเมินความเสียหายของพื้นที่ประสบภัย เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่สภาพเดิมปกติโดยเร็ว

 

“นายอำเภอบาเจาะ”สุดแกร่งลุยน้ำท่วมช่วยเหลือชาวบ้าน

              ขณะที่สถานการณ์ใน จ.นราธิวาส ยังคงมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างหนักตลอดทั้งวัน โดยที่ อ.บาเจาะ พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส ได้นำเครื่องอุปโภค บริโภค นั่งเรือพายและเดินลุยน้ำเจ้าช่วยเหลือชาวบ้านจนเป็นที่ปราบปลื้มของชาวบ้านและพี่น้องมุสลิมที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐด้วยดี ทั้งที่อยู่ในสถาวะการใช้ชีวิตสุดยากลำบาก