
พาณิชย์หาช่องสกัดสินค้าแพงดึงเข้าบัญชีควบคุมเพิ่ม-จี้พ่อค้าลดราคาเนื้อหมู
พาณิชย์ห่วงประชาชนเดือดร้อน รับสินค้าหลายรายการต้นทุนเพิ่มขึ้น เตรียมหารือกรมการค้าภายใน เพิ่มรายชื่อสินค้าและบริการในบัญชีควบคุม "ยรรยง" เรียกพ่อค้าหมูคุยสัปดาห์นี้ จี้ปรับราคาลงตามต้นทุนจริง
นายประพล มิลินทจินดา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสินค้าหลายรายการที่มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มภายในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตในส่วนของบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงเตรียมที่จะหารือกับกรมการค้าภายในเพื่อหามาตรการในการดูแลราคาสินค้าและค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ตามแผนการทำงานระยะ 2 ของกระทรวงพาณิชย์
ในเบื้องต้นจะมีการทบทวนรายการสินค้าและบริการที่อยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุมเพิ่มเติมจาก 39 รายการ โดยเลือกรายการสินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสรรพสามิต รวมถึงสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายว่ามีราคาสูงหรือไม่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากน้อยเพียงใด เช่น กลุ่มเนื้อสัตว์ บุหรี่ สุรา กาแฟกึ่งสำเร็จรูป ร้านทำผม ร้านสปา เป็นต้น
ทั้งนี้จะศึกษารายละเอียดว่าสินค้าเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวด้านราคาอย่างไร และจำเป็นต้องนำเข้ามาบรรจุในบัญชีสินค้าและบริการควบคุมหรือไม่ หลังจากได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาต่อไป
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า ในสัปดาห์นี้กรมการค้าภายในจะเรียกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้ค้าและชำแหละสุกรไทย ผู้ค้าปลีกในตลาดสด มาหารือเพื่อปรับราคาเนื้อสุกรให้สะท้อนกับต้นทุนจริง ซึ่งจากการตรวจสอบราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มราคาปรับลดลงเหลือ 55-56 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาหมูซีกตามสูตรของกรมการค้าภายในแบบใหม่บวกกำไร 10% อยู่ที่ 66 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาขายปลีกหมูหน้าเขียงอยู่ที่ 100-110 บาทต่อกิโลกรัม แต่กรมพบว่าผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่ขายหมู่อยู่ที่ 105-115 บาทต่อกิโลกรัม และบางตลาดขายแพงถึง 130 บาท หากประชาชนพบการขายหมูเกินราคาแจ้งได้ที่สายด่วนแม่บ้าน 1569



